แก้วตาจับโป๊ะพรรคส้มปั่นข้อความเชียร์สุรพลถล่มชัชชาติ
แก้วตาจับโป๊ะพรรคส้มปั่นข้อความเชียร์สุรพลถล่มชัชชาติ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่มีการเปิดตัว นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์เลือกตั้ง กทม. ของพรรคประชาชน (ปชน.) หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่าพรรคส้ม ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนแค่ในวงการการเมือง แต่ยังนำไปสู่ดราม่าออนไลน์เมื่อมีการเปิดโปงพฤติกรรมที่น่าสงสัย จนเกิดเป็นกระแส แก้วตาจับโป๊ะพรรคส้มปั่นข้อความเชียร์สุรพลถล่มชัชชาติ ขึ้นมาทันที
เบื้องหลังการจับผิดจากคนในพรรคเดียวกัน
ดราม่านี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งคำถามถึงกระบวนการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือที่เรียกกันว่า IO หลังจากพบเห็นความผิดปกติในโลกโซเชียล โดยเธอได้แคปภาพหลักฐานเพื่อยืนยันว่า การที่ แก้วตาจับโป๊ะพรรคส้มปั่นข้อความเชียร์สุรพลถล่มชัชชาติ นั้นไม่ใช่แค่การกล่าวหาลอยๆ แต่มีการใช้บัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากที่พิมพ์ข้อความเหมือนกันทุกตัวอักษรเพื่อสร้างกระแส
เนื้อหาที่ถูกส่งต่อกันว่อนเน็ตนั้นมีใจความสำคัญคือ:
- ยกยอคุณสุรพลว่าเคยช่วยพรรคก้าวไกลและสนับสนุนอดีตหัวหน้าพรรค
- ใช้แผนยุทธศาสตร์เพื่อกำจัดมะเร็งร้ายหรือการทุจริตใน กทม.
- โจมตี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ว่าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปัญหาคอร์รัปชัน
ด้วยความที่ข้อความเหล่านี้ถูกแชร์และคอมเมนต์เหมือนกันเป๊ะในหลายเพจข่าว ทำให้เกิดข้อสังเกตว่านี่คือปฏิบัติการจัดตั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญสำหรับพรรคประชาชนว่าจะจัดการกับความโปร่งใสในโลกออนไลน์อย่างไร ในเมื่อเรื่อง แก้วตาจับโป๊ะพรรคส้มปั่นข้อความเชียร์สุรพลถล่มชัชชาติ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยให้กับฐานเสียงของตัวเองเสียแล้ว
บทสรุปและมุมมอง: การใช้อิทธิพลของโซเชียลมีเดียในยุคการเมืองสมัยใหม่ถือเป็นดาบสองคม การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ความจริงใจและการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญมากกว่า หากพรรคต้องการได้รับความไว้วางใจ การจัดการกับคำถามคาใจเรื่อง IO คือสิ่งที่ต้องรีบทำก่อนที่ความเชื่อมั่นจะติดลบครับ
ที่มา – ‘แก้วตา’จับโป๊ะ’พรรคส้ม’แคปภาพ’ ปั่นข้อความเหมือนกันเป๊ะเชียร์’สุรพล นิติไกรพจน์’ถล่ม‘ชัชชาติ’