ไทยนับถอยหลังเสียหาย! หลังเขมรส่งเรื่องพิพาททางทะเลไป UN ใครจะรับผิดชอบ?
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อกระแสข่าวล่าสุดระบุว่ากัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเลกับไทย เพื่อหวังคลี่คลายปมทรัพยากรพลังงานมูลค่ามหาศาลกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า ไทยนับถอยหลังเสียหาย! หลังเขมรส่งเรื่องพิพาททางทะเลไป UN ใครจะรับผิดชอบ?
ไทยนับถอยหลังเสียหาย! หลังเขมรส่งเรื่องพิพาททางทะเลไป UN ใครจะรับผิดชอบ?
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตทูตและผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเข้าทางกัมพูชาอย่างเต็มที่ การที่ไทยต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับไกล่เกลี่ยภายใต้กฎหมาย UNCLOS อาจเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว แทนที่จะเป็นการเจรจาทวิภาคีระหว่างสองประเทศเหมือนที่ผ่านมา
วิเคราะห์ผลกระทบ: ไทยนับถอยหลังเสียหาย! หลังเขมรส่งเรื่องพิพาททางทะเลไป UN ใครจะรับผิดชอบ?
เราต้องหันมาตั้งคำถามกับยุทธศาสตร์ของไทยในขณะนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเด็น MOU 44 ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงมีความพยายามเร่งรีบในการยกเลิก ทั้งที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาอธิปไตย โดยมีประเด็นที่คนไทยควรทราบดังนี้:
- ความจำเป็นเร่งด่วนในการยกเลิก MOU 44 คืออะไร ทั้งที่ปัญหาหลักคือเขตแดนทางบก
- ความไม่รอบคอบในการตัดสินใจที่อาจส่งผลให้ไทยเสียเปรียบมากกว่าได้บนเวที UNCLOS
- ผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในอ่าวไทยที่อาจสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย
หากผลลัพธ์บนเวทีโลกออกมาไม่เป็นไปตามที่ไทยคาดหวัง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียอธิปไตยและมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลนี้? นี่คือบทเรียนราคาแพงที่นักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายต้องตอบสังคมให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้ผลประโยชน์ของชาติกลายเป็นเพียงเบี้ยในกระดานของใครบางคน
บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ที่รอคำตอบจากรัฐบาล เราในฐานะประชาชนได้แต่เฝ้ารอและเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบและรักษาผลประโยชน์ของคนในชาติอย่างถึงที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ที่มา – ไทยนับถอยหลังเสียหาย! หลังเขมรส่งเรื่องพิพาททางทะเลไป UN ใครจะรับผิดชอบ?