แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม ศาลฎีกานัดไต่สวน 24 พ.ย.
คดีการสมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ผิดกลุ่มอาชีพของผู้สมัครจากจังหวัดอำนาจเจริญกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งนัดไต่สวนพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับนางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ โดยกำหนดวันไต่สวนฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 24 พฤศจิกายน และฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 8 ธันวาคม
ประเด็นสำคัญของคดีคือการตรวจสอบว่า แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม หรือไม่ หลังมีการระบุว่าอาชีพค้าขายหมูสดของนางแดง กองมา อาจอยู่ในกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้สมัครในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น ขณะที่นายสมพานระบุอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว และถูกตั้งข้อสงสัยในลักษณะเดียวกัน
แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม ศาลฎีกาเร่งไต่สวน
คดีนี้อยู่ในคดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 โดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภาสำรอง เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้พิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 พร้อมขอให้ตรวจสอบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งสองราย
เดิมฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความพยายามขอเลื่อนการไต่สวนออกไปจนถึงเดือนมกราคม 2570 โดยให้เหตุผลว่ามีประเด็นเกี่ยวกับอำนาจศาล คุณสมบัติของผู้ร้อง และผลของคำวินิจฉัยที่ กกต. เคยมีมติยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นควรเร่งรัดกระบวนการ จึงกำหนดวันสืบพยานให้เร็วขึ้น เพื่อให้คดีเดินหน้าและตอบข้อสงสัยของสังคมโดยเร็ว
แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม ต้องตรวจสอบหลักฐานอะไรบ้าง
การพิจารณาคดีจะมุ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายด้าน ไม่ได้พิจารณาเพียงชื่ออาชีพที่ผู้สมัครแจ้งไว้เท่านั้น ศาลจะพิจารณาหลักฐานการสมัคร เอกสารประกอบการรับสมัคร หลักเกณฑ์การแบ่งกลุ่มอาชีพ รวมถึงลักษณะการประกอบอาชีพจริงของผู้สมัครในช่วงเวลาที่สมัคร สว. โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- ตรวจสอบว่าผู้สมัครประกอบอาชีพใดเป็นหลัก และอาชีพดังกล่าวตรงกับกลุ่มอาชีพที่สมัครหรือไม่
- พิจารณาหลักเกณฑ์ของ กกต. ในการรับสมัครและรับรองคุณสมบัติ
- ตรวจสอบเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ
- พิจารณาว่าศาลฎีกามีอำนาจรับคดีและตรวจสอบคำวินิจฉัยของ กกต. หรือไม่
- พิจารณาผลทางกฎหมาย หากพบว่าผู้สมัครสมัครผิดกลุ่มจริง
ฝ่ายผู้ร้องเตรียมพยานทั้งหมด 11 ปาก และศาลอนุญาตให้สืบพยานบุคคลจำนวน 4 ปาก พร้อมพยานเอกสารประกอบอีกจำนวนหนึ่ง โดยนายธงชัย พรเศรษฐ์ หัวหน้าทนายความของกลุ่มผู้ร้อง ระบุว่าพยานที่นำเสนอมีความสำคัญต่อเนื้อหาของคดี และคาดว่าจะช่วยให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับพยานบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเบิกความ ได้แก่ นายสมชัย และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โดยทั้งสองคนจะให้ข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและการลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา ศาลเคยตั้งข้อสังเกตว่าพยานบางปากมีความจำเป็นต่อคดีมากน้อยเพียงใด แต่หลังฝ่ายทนายชี้แจงเหตุผล ศาลเห็นควรอนุญาตให้นำพยานดังกล่าวเข้าให้การได้
ประเด็นอำนาจศาลและท่าทีของ กกต.
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือกรณี กกต. ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาเกี่ยวกับอำนาจของศาลฎีกาในการรับคดีไว้พิจารณา โดยนายสมชัยให้ความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจต้องพิจารณาขอบเขตอำนาจตามรัฐธรรมนูญและมาตรา 120 วรรคสอง ว่าสามารถตรวจสอบการทำหน้าที่ของศาลอื่นได้หรือไม่
ประเด็นนี้ยังไม่มีข้อสรุป และต้องรอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ขณะที่นายสมชัยมองว่ามีแนวโน้มที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่รับคำร้อง เนื่องจากบทบัญญัติที่ระบุหน่วยงานซึ่งอยู่ในอำนาจการวินิจฉัยไม่ได้กล่าวถึงศาลโดยตรง อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินในเบื้องต้น ผลสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับคำสั่งและคำวินิจฉัยของศาล
สำหรับกรอบการพิจารณาของศาลฎีกา คาดว่าจะครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ หนึ่ง ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่ สอง ผู้สมัครทั้งสองรายสมัครผิดกลุ่มอาชีพหรือไม่ และสาม ศาลจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคำวินิจฉัยของ กกต. รวมถึงสถานะสมาชิกวุฒิสภาของผู้ถูกร้อง
คดีสมัคร สว.ผิดกลุ่มอาจเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง
คดี แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะกับผู้ถูกร้องหรือจังหวัดอำนาจเจริญเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ในอนาคต หากศาลมีคำวินิจฉัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตีความกลุ่มอาชีพ คำวินิจฉัยดังกล่าวอาจกลายเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้พิจารณาคดีลักษณะเดียวกัน
นายสมชัยระบุด้วยว่า ปัจจุบันมี สว. ถูกร้องเรียนประมาณ 5 คน และมีคดีที่ศาลรับไว้แล้ว 3 คดี โดยส่วนหนึ่งมาจากคำร้องของ สว.สำรอง นอกจากนี้ ยังมีคำร้องอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติและการสมัครผิดกลุ่มจะยังมีความเคลื่อนไหวต่อไป
ประชาชนควรติดตามการไต่สวนในวันที่ 24 พฤศจิกายนอย่างใกล้ชิด เพราะพยานฝ่ายผู้ร้องทั้ง 4 ปากอาจช่วยให้เห็นรายละเอียดของการสมัครและหลักเกณฑ์การแบ่งกลุ่มอาชีพได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องแยกแยะระหว่างข้อกล่าวหา ความเห็นของคู่ความ และข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดก่อนมีคำพิพากษา
โดยภาพรวม การเร่งรัดคดีนี้สะท้อนว่าศาลให้ความสำคัญกับการสร้างความชัดเจนต่อกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ผลคดีจะออกมาอย่างไรยังต้องรอการไต่สวนและพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน แต่สิ่งที่สังคมคาดหวังคือคำวินิจฉัยที่ชัดเจน โปร่งใส และช่วยสร้างมาตรฐานสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต
ผู้สนใจประเด็นการเมืองและการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครควรติดตามความคืบหน้าจากเอกสารทางราชการและคำวินิจฉัยของศาลเป็นหลัก เพราะคำตัดสินสุดท้ายเท่านั้นที่จะชี้ได้ว่า แดง กองมา สมัคร สว.ผิดกลุ่ม จริงหรือไม่ และจะมีผลต่อสถานะ สว. อย่างไร
ที่มา – ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนคดี ‘แดง กองมา’ สมัคร สว.ผิดกลุ่ม 24 พ.ย.นี้ ‘สมชัย-ยิ่งชีพ’ เตรียมเบิกความ
