โชค ติ๊งโหน่ง ร้องกองปราบฯ ปมถูกรุมทำร้าย

กรณีของ โชค ติ๊งโหน่ง ร้องกองปราบฯ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังนักแสดงตลกชื่อดังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยติดตามคดี หลังอ้างว่าถูกตำรวจและพวกรวม 3 คนรุมทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จากปัญหาความขัดแย้งเรื่องค่าเช่าร้านและการเปิดเพลงเสียงดัง

เหตุการณ์นี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้เสียหาย เจ้าของบ้านเช่า ญาติ และชายอีกสองคน โดยคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้เสียหายระบุว่าตนเองกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงเกรงว่าคดีอาจดำเนินไปอย่างล่าช้า จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อกองปราบปราม เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

โชค ติ๊งโหน่ง ร้องกองปราบฯ ขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา นายจตุรวัฒน์ ธนพงศ์ปัญญาวี หรือ โชค ติ๊งโหน่ง อายุ 63 ปี นักแสดงตลกและนักแสดงละครสมทบจากคณะตลก “บ้าหมาต๊ะ ติ๊งโหน่ง” เดินทางไปยังศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม

ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เช่าพื้นที่บริเวณบ้านเลขที่ 1337/7 ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเปิดร้านขายข้าวมันไก่ ส้มตำ และไก่ทอด พื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับบ้านของพี่เขย ระหว่างเปิดร้านมีการเปิดเพลงในระดับเสียงดัง ทำให้พี่สาวเดินทางมาตักเตือน และมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเสียงเพลง รวมถึงการทวงถามค่าเช่าร้าน

ชนวนเหตุเริ่มจากปัญหาค่าเช่าร้าน

จากคำให้การของโชค ติ๊งโหน่ง การพูดคุยในช่วงแรกกลายเป็นการโต้เถียง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีอารมณ์และความเข้าใจไม่ตรงกัน เรื่องราวจึงบานปลายจนมีการส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่พี่สาวจะเดินเลี่ยงออกจากบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นพี่เขยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเช่า พร้อมด้วยดาบตำรวจพิษณุ และชายอีกสองคน ได้เข้ามาเผชิญหน้า

ผู้เสียหายอ้างว่าตนถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวล็อกตัวและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เหตุเกิดบริเวณริมถนนจอมพล ใกล้สะพานข้ามทางรถไฟห้วยทรายใต้ ตำบลชะอำ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ โชคได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ และถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชะอำในวันที่ 3 ตุลาคม

ความคืบหน้าคดีที่ตำรวจดำเนินการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งคดีอาญาที่ 923/2569 ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย คือ ดาบตำรวจพิษณุ ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีก 2 รายยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบตัวบุคคลให้ชัดเจน

การที่ผู้เสียหายตัดสินใจยื่นเรื่องต่อกองปราบปราม ไม่ได้หมายความว่าคดีในพื้นที่สิ้นสุดลง แต่เป็นการขอให้หน่วยงานส่วนกลางช่วยติดตามและตรวจสอบกระบวนการดำเนินคดีอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้เสียหายจึงต้องการความมั่นใจว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และไม่มีการช่วยเหลือหรือแทรกแซงจากฝ่ายใด

  • ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจท้องที่หลังเกิดเหตุ
  • มีการตรวจร่างกายเพื่อบันทึกอาการบาดเจ็บและใช้ประกอบคดี
  • ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น
  • ขณะนี้ทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตามอีก 2 ราย
  • ผู้เสียหายร้องกองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมและความปลอดภัย

คดีต้องรอผลสอบจากทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดในขณะนี้เป็นข้อมูลจากคำกล่าวอ้างของผู้เสียหาย การชี้ขาดว่าบุคคลใดมีความผิดหรือไม่ จำเป็นต้องรอผลการสอบสวน พยานบุคคล หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ผลตรวจร่างกาย และข้อมูลจากผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย เจ้าหน้าที่ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างครบถ้วน

ประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งเรื่องการเช่าพื้นที่และการใช้เสียงอาจลุกลามได้ หากคู่กรณีไม่สามารถพูดคุยกันอย่างใจเย็น ผู้ประกอบการควรทำสัญญาเช่าให้ชัดเจน เก็บหลักฐานการชำระเงิน และกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับเวลาเปิดร้าน การใช้เสียง และการดูแลพื้นที่ตั้งแต่ต้น ส่วนผู้ให้เช่าควรใช้ช่องทางตามกฎหมายเมื่อเกิดปัญหา แทนการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรง

สำหรับกรณี โชค ติ๊งโหน่ง ร้องกองปราบฯ ขณะนี้ทุกฝ่ายยังต้องติดตามความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์หรือมีหลักฐานสำคัญควรส่งมอบข้อมูลให้ตำรวจ เพื่อช่วยให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ความคิดเห็นส่วนตัวคือ คดีลักษณะนี้ควรเดินหน้าอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะเมื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ความเชื่อมั่นของประชาชนยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ การเปิดเผยความคืบหน้าตามขั้นตอนกฎหมาย และการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เสียหาย จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด

ที่มา – ‘โชค ติ๊งโหน่ง’ ร้องกองปราบฯ ถูก ด.ต.-พวกรุมยำ ปมมีปากเสียงค่าเช่าร้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *