โซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

แนวคิด โซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ สร้างรายได้ กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้ช่วยแค่ลดค่าไฟในบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าและสร้างระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี และประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเห็นสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางลดภาระค่าครองชีพและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

โซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ สร้างรายได้

หัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปิดโอกาสให้ครัวเรือนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านหรือพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองในช่วงกลางวัน เมื่อผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการ ประชาชนอาจสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้แก่การไฟฟ้าได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แนวทางดังกล่าวจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในแต่ละเดือน และอาจกลายเป็นรายได้เพิ่มเติมสำหรับครัวเรือนในระยะยาว

นอกจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้ว การติดตั้งโซลาร์ยังช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม การผลักดันพลังงานสะอาดควรเดินหน้าไปพร้อมกับการวางระบบดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ สร้างรายได้ ต้องจัดการซากแผงด้วย

ประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือแผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานประมาณ 20–25 ปี เมื่อหมดอายุ แผงเหล่านี้จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง หากปล่อยให้ถูกทิ้งหรือถอดแยกโดยไม่มีมาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสุขภาพของประชาชนได้ ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มส่งเสริมการติดตั้ง ควรเตรียมระบบรองรับตั้งแต่การรวบรวม การขนส่ง การคัดแยก การรีไซเคิล และการกำจัดส่วนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่

น.ส.กุลวลี ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันหารือเพื่อวางแนวทางบริหารจัดการแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นระบบ โดยมีทั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วม การทำงานร่วมกันจะช่วยให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน และทำให้ประชาชนมั่นใจว่าการติดตั้งโซลาร์ในวันนี้จะไม่สร้างปัญหาให้ชุมชนในวันข้างหน้า

ปัจจุบันผู้รับซื้อของเก่าอาจเลือกคัดแยกเฉพาะวัสดุที่มีมูลค่า เช่น ทองแดงและอะลูมิเนียม ขณะที่ส่วนประกอบอื่นอย่างกระจก เงิน และวัสดุหลายชนิดอาจถูกทิ้งหากไม่มีเทคโนโลยีหรือกระบวนการรองรับที่เหมาะสม การพัฒนาระบบรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัสดุ ลดปริมาณขยะ และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศได้

  • ลดค่าไฟครัวเรือน: ผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงที่มีแสงแดด ช่วยลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลัก
  • เพิ่มโอกาสสร้างรายได้: ไฟฟ้าส่วนเกินอาจขายคืนให้การไฟฟ้าตามเงื่อนไขของภาครัฐ
  • ลดมลพิษ: ใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
  • สร้างงานสีเขียว: เกิดความต้องการด้านการติดตั้ง บำรุงรักษา และรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์
  • ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า: นำวัสดุจากแผงที่หมดอายุเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่

อีกแนวคิดที่ควรพิจารณาคือกฎหมายความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต หรือ EPR ซึ่งมีหลักการให้ผู้ผลิตเข้ามารับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน ความรับผิดชอบนี้ควรครอบคลุมผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้ให้บริการติดตั้ง เพื่อไม่ให้ภาระการเก็บและกำจัดซากแผงตกอยู่กับประชาชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงฝ่ายเดียว

หากระบบ EPR มีความชัดเจน ผู้บริโภคจะสามารถตรวจสอบได้ว่าควรส่งคืนแผงที่หมดอายุไปที่ใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็จะมีแรงจูงใจในการออกแบบแผงที่ถอดแยกและรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ภาครัฐควรสนับสนุนการวิจัย เทคโนโลยี และฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้สามารถติดตามแผงโซลาร์เซลล์ตั้งแต่วันที่เริ่มติดตั้งจนถึงวันที่นำไปกำจัดหรือรีไซเคิล

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์ ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาต มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และมีบริการหลังการขายที่ชัดเจน ควรสอบถามเรื่องการรับประกัน การบำรุงรักษา อายุการใช้งานของอุปกรณ์ รวมถึงแนวทางรับคืนแผงเมื่อหมดอายุ การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับปริมาณไฟฟ้าที่คาดว่าจะผลิตได้ จะช่วยให้วางแผนการลงทุนได้เหมาะสม ไม่ควรตัดสินใจจากราคาติดตั้งเพียงอย่างเดียว

โดยสรุป โซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ สร้างรายได้ เป็นนโยบายที่มีศักยภาพช่วยทั้งครัวเรือน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการวางแผนครบวงจร ตั้งแต่การติดตั้ง การซื้อขายไฟฟ้า การดูแลความปลอดภัย ไปจนถึงการจัดการซากแผงในอนาคต มุมมองที่เหมาะสมคือการมองโซลาร์ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์บนหลังคา แต่เป็นระบบพลังงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ หากประชาชน ภาครัฐ และผู้ประกอบการเดินหน้าไปด้วยกัน พลังงานสะอาดจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

ความคิดเห็น: ผู้ที่สนใจควรเริ่มศึกษาข้อมูลและประเมินความเหมาะสมของบ้านอย่างรอบคอบ พร้อมเลือกผู้ติดตั้งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้การลงทุนในพลังงานสะอาดคุ้มค่า ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ในระยะยาว

ที่มา – ‘กุลวลี’ หนุนโซลาร์ภาคประชาชน ลดค่าไฟ-สร้างรายได้ มุ่ง สู่พลังงานสะอาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *