ไทย-กัมพูชา: ฟังเสียงคนชายแดน ทั้งที่ยัง ‘กลับบ้านไม่ได้’ และ ‘ไม่เหลือบ้านให้กลับ’
ไทย-กัมพูชา: ฟังเสียงคนชายแดน ทั้งที่ยัง ‘กลับบ้านไม่ได้’ และ ‘ไม่เหลือบ้านให้กลับ’
ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนยังคงส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่จนถึงวันนี้ (31 ก.ค. 2567) แม้ว่าจะผ่านข้อตกลงหยุดยิงตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ณ มาเลเซีย โดยมีสหรัฐฯ และจีนเป็นผู้สังเกตการณ์ แต่สำหรับผู้ลี้ภัยชายแดนอย่างบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่อยู่ห่างจากชายแดนเพียง 1-2 กิโลเมตร เรื่อง ‘กลับบ้านไม่ได้’ หรือ ‘ไม่เหลือบ้านให้กลับ’ คือปัญหาที่ยังคงฝังลึกในใจพวกเขา
ชีวิตในศูนย์อพยพ: กลัวระเบิด กลัวไม่ปลอดภัย
ครอบครัวของนางศศิธร ใจตรง วัย 60 ปี และสามีวัย 71 ปีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ใช้เวลาหลายวันในศูนย์อพยพหลังหลบรื่อนจากเหตุปะทะ 7 คืนที่ผ่านมา ศศิธรเล่าว่า ‘เคยเจอสงครามครั้งก่อนในปี 2554 แต่รอบนี้หนักกว่า เพราะจรวดตกใส่บ้านเรือนโดยตรง เสียงระเบิดดัง震颤หลุมหลบภัย’ เพราะไม่มีรถส่วนตัว จึงต้องรอนานกว่าเจ้าหน้าที่จะมาอพยพ
ภายในศูนย์อพยพ เตียงสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยก็มีจำกัด เมื่อเทียบกับผู้คนที่นั่งล้มตัวบนเสื่อโดยไม่รู้อนาคต บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีใครต้องการความสงบกว่าผู้ที่ประสบภัยตรงหน้า! อย่างสุรีรัตน์ ทบสี ผู้ช่วยประสานงานในศูนย์ พบว่า ‘ผู้สูงอายุหัวเสียวไม่หลับนอน ลูก ๆ ก็ร้องไห้ทั้งวัน’ แม้จะประกาศหยุดยิง แต่คำสั่งให้กลับบ้านยังไม่มาก็ทำให้พวกเขาต้องรอนาน
อันตรายที่ก่อตัวแม้เป็นวูบวาบ: กระสุนปะทะ vs. สับปะรดเทียม
น.ส.สุรีรัตน์ยังคงเห็นเหตุการณ์สะเทือนใจ เช่น เสียงปิดประตูรถบริจาคที่ดังสนั่น ก่อให้เกิดความตระหนกไปทั้งศูนย์ ‘เพิ่งหนีปัญหาสงครามมา ก็เจอเรื่องร้อนอื่นแทน’ เธอกล่าว ขณะที่นายภิญโญ ศรีศุภร นายก อบต.ท่าเพราะเห็นว่า ‘บางครั้งเสียงระเบิดยังมีให้ได้ยิน’ แม้จะอยู่นอกพื้นที่แตกตื่น แต่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากก็รู้สึกเหมือนกลับเข้าไปไว้กลางสงครามอีกครั้ง
เมื่อความหวังกลายเป็นความสูญเสีย: ‘ไม่เหลือบ้านให้กลับ’
สำหรับครอบครัวของนางคูม กันโท และนายนารี ผาแก้ว สองตายายที่สร้างร้านชำด้วยน้ำพักน้ำแรงตลอดชีวิต กลับต้องพบว่าทุกอย่างถูกทำลายจนเหลือแต่ซากไม้ ‘หมด ไม่เหลืออะไรเลย’ คูมเล่าขณะนั่งมองบ้านของตนเองจากฝั่งตรงข้าม ตู้เย็น รถมอเตอร์ไซค์ เสื้อผ้า เสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ระเบิดยังคงฝังใจกลางบ้านไว้รอการเก็บกวาด
อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายครอบครัวที่เริ่มทยอยกลับ มุมมองของกมลวรรณ จันทร์สิน บอกว่า ‘แม้จะยังไม่ปลอดภัย ก็อยากกลับไปดูแลผู้สูงอายุและสัตว์ในบ้านให้ได้ก่อน’ แม้ผู้ใหญ่บ้านจะเตือนด้วยเสียงจริงว่า ‘พื้นที่ส่วนที่ยังไม่ได้รับการประเมินยังอันตราย’ ก็ตาม
ในตอนท้าย แม้จะผ่านเหตุการณ์รุนแรงหรือจากไปด้วยความหวังใด ๆ การฟังเสียงของคนชายแดนที่ยัง ‘กลับบ้านไม่ได้’ และ ‘ไม่เหลือบ้านให้กลับ’ เบignetเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นผู้ไม่เคยแตะเรื่องนี้จากมุมตึกสูง!
ที่มา – ไทย-กัมพูชา: ฟังเสียงคนชายแดน ทั้งที่ยัง “กลับบ้านไม่ได้” และ “ไม่เหลือบ้านให้กลับ”