ไทย–ภูฏานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ
ไทย–ภูฏานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายมิติ ทั้งด้านสาธารณสุข การเงินภาคเกษตร และพลังงานสะอาด ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของไทยและภูฏานที่ต้องการสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในระดับนโยบายเท่านั้น
พิธีลงนามจัดขึ้นที่กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม การลงนามเอกสารทั้ง 3 ฉบับครอบคลุมประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และยังช่วยวางรากฐานให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐของทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ไทย–ภูฏานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ เดินหน้าพัฒนาร่วมกัน
ความร่วมมือด้านสาธารณสุข ยกระดับการเข้าถึงบริการ
เอกสารฉบับแรกเป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างกระทรวงสาธารณสุขของไทยและภูฏาน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังครอบคลุมการป้องกันและควบคุมโรค การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านระบบสุขภาพ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทั้งสองประเทศเตรียมขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ดิจิทัล การแพทย์ทางไกล และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในระบบบริการสุขภาพ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ภูเขาของภูฏาน แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจะสามารถให้คำปรึกษา วินิจฉัยเบื้องต้น และติดตามอาการผู้ป่วยผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวกขึ้น
อีกด้านหนึ่งคือการส่งต่อผู้ป่วยชาวภูฏานมารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในประเทศไทย ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยีทางการแพทย์ และประสบการณ์ในการรักษาโรคซับซ้อน ความร่วมมือดังกล่าวจึงอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยภูฏาน พร้อมส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานบริการสุขภาพของทั้งสองประเทศในระยะยาว
การเงินภาคเกษตร เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ
เอกสารฉบับที่สองเป็นบันทึกความเข้าใจต่อเนื่องระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กับธนาคารเพื่อการพัฒนาภูฏาน จำกัด หรือ BDBL ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งส่งเสริมบริการทางการเงินสำหรับภาคเกษตร โดยเฉพาะสินเชื่อสีเขียวที่สนับสนุนการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สินเชื่อสีเขียวสามารถนำไปใช้สนับสนุนโครงการที่ช่วยลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนในฟาร์ม การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้สารเคมี และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัดพลังงาน นอกจากนั้น ทั้งสองธนาคารยังมีแผนพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อ เพื่อให้การปล่อยกู้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม
การเชื่อมโยงบริการโอนเงินระหว่างประเทศก็เป็นอีกประเด็นที่มีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างไทยกับภูฏานสะดวก รวดเร็ว และมีโอกาสลดต้นทุนมากขึ้น เมื่อระบบการเงินเชื่อมต่อกันดีขึ้น เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยจะสามารถซื้อขายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้กว้างขวางกว่าเดิม
- เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อสำหรับเกษตรกรรายย่อย
- สนับสนุนการลงทุนในระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- อำนวยความสะดวกด้านการโอนเงินและการค้าระหว่างประเทศ
- เปิดช่องทางใหม่สำหรับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน
พลังงานสะอาด สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
เอกสารฉบับที่สามเป็นบันทึกการหารือด้านความร่วมมือพลังงานสะอาด ระหว่างสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงการคลังภูฏาน และบริษัท Norion Renewable Energy Limited โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการเกษตรพลังงานแสงอาทิตย์ตาเรย์ทัง ซึ่งมีกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ในภูฏาน
โครงการดังกล่าวมีความน่าสนใจ เพราะเป็นการผสานภาคเกษตรเข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้สามารถใช้พื้นที่และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พลังงานสะอาดจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ภูฏาน ขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการออกแบบ การบริหารจัดการ และการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในอนาคต
ความร่วมมือด้านพลังงานยังสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ การจ้างงานท้องถิ่น และการสร้างทักษะให้แก่บุคลากรในภูฏาน หากโครงการดำเนินไปตามแผน ก็อาจเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรรมที่ใช้พลังงานสะอาดควบคู่กันอย่างสมดุล
ผลต่อความสัมพันธ์และเศรษฐกิจไทย–ภูฏาน
ไทย–ภูฏานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อหน่วยงานที่ลงนามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์กับภูฏานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ความร่วมมือทั้งสามด้านเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชนโดยตรง ตั้งแต่การรักษาพยาบาล การเข้าถึงเงินทุน ไปจนถึงพลังงานที่สะอาดและมั่นคง
ในด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยยังผลักดันความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย–ภูฏาน โดยตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ความตกลงดังกล่าวอาจช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ลดอุปสรรคในการนำเข้าและส่งออก รวมถึงเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
สำหรับประชาชนทั่วไป ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการมีทางเลือกด้านสินค้าและบริการมากขึ้น การเดินทางและการทำธุรกิจที่สะดวกขึ้น รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากความร่วมมือข้ามพรมแดน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามผลและสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ก็จะมีโอกาสสร้างประโยชน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
โดยสรุป ไทย–ภูฏานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ เป็นความเคลื่อนไหวที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม จุดเด่นอยู่ที่การนำความร่วมมือไปเชื่อมโยงกับโครงการที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ทางไกล สินเชื่อสีเขียว หรือโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เมกะวัตต์ มุมมองที่น่าติดตามต่อจากนี้คือการแปลงข้อตกลงให้เกิดผลจริง เพื่อให้ประชาชนไทยและภูฏานได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม หากทุกฝ่ายเดินหน้าต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะไม่เพียงใกล้ชิดขึ้น แต่ยังเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
ที่มา – ไทย–ภูฏาน ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ยกระดับสาธารณสุข หนุนพลังงานสะอาด และการเงินภาคเกษตร


