ไม่พบหัวข้อ: โลจิสติกส์ไทยสู่มาตรฐาน EURO 5

วงการขนส่งไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เห็นได้จากการจัดงาน E.T.A. สร้างพลังโลจิสติกส์ เพื่อเส้นทางสู่ความสำเร็จ ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “Green Carbon Footprint: EURO 5” ที่จังหวัดระยอง งานนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการขนส่ง สมาคมขนส่ง และผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศ ได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และมองหาแนวทางพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต

สำหรับ ไม่พบหัวข้อ ในครั้งนี้ เนื้อหาสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงรถบรรทุกหรือเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความร่วมมือของหลายภาคส่วนที่ต้องการยกระดับระบบโลจิสติกส์ไทยให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีผู้บริหารจากสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง สมาคมขนส่งภาคตะวันออก สมาคมขนส่งจากทั่วประเทศ และผู้ประกอบการยานยนต์เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ไม่พบหัวข้อ กับทิศทางโลจิสติกส์สีเขียว

งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม บริเวณลานกิจกรรมลานรักระยอง ถนนท่าบรรทุก ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยมีว่าที่ ร.ต.หญิงนวลพร ไชยเดชกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงาน ขณะที่สมาคมขนส่งภาคตะวันออกรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ พร้อมได้รับเกียรติจากนายวิโรจน์ รมเยศ นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก นายนิพล มะโนตัน ประธานจัดงาน ตลอดจนสมาชิกสมาคมขนส่งจากหลายพื้นที่

หัวใจของงานคือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานไอเสีย EURO 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากเครื่องยนต์ดีเซล รถที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถลดปริมาณฝุ่นละอองและก๊าซที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เมื่อผู้ประกอบการเลือกใช้รถและเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก เช่น นิคมอุตสาหกรรมและเขตเมือง

ไม่พบหัวข้อ: โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการขนส่ง

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “Green Carbon Footprint” และ “อนาคตโลจิสติกส์ไทย” เพื่อพูดคุยถึงการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และการปรับตัวของธุรกิจขนส่งในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนและองค์กรด้านการขนส่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า ผู้ประกอบการไม่ควรมองเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นภาระเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการปรับปรุงธุรกิจ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจคือการจัดแสดงรถบรรทุกไฟฟ้า หรือ EV Truck จากผู้ประกอบการขนส่งและค่ายรถยนต์ชั้นนำ รถประเภทนี้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจที่ต้องการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษ แม้ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านราคาซื้อ ระยะทางต่อการชาร์จ และสถานีชาร์จ แต่เทคโนโลยีมีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงควรศึกษารูปแบบการใช้งานและคำนวณต้นทุนตลอดอายุรถก่อนตัดสินใจลงทุน

นอกจากเทคโนโลยียานยนต์แล้ว ภายในงานยังมีบูธนิทรรศการ การแนะนำผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่กว่า 5 ค่าย ความร่วมมือนี้ช่วยให้สมาชิกสมาคมขนส่งสามารถเข้าถึงสินค้าและอะไหล่ในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบในช่วงที่ราคาพลังงานมีความผันผวน

ผลกระทบจากราคาน้ำมันและแนวทางลดต้นทุน

นายวิโรจน์ รมเยศ เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันเดือนละหลายครั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการขนส่ง เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งยังไม่สามารถปรับราคาค่าขนส่งได้ทันทีในทุกกรณี สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยจึงอยู่ระหว่างพิจารณาปัญหาและเตรียมนำเสนอแนวทางต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม

ผู้ประกอบการบางรายที่มีสัญญากับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ใช้ระบบปรับราคาค่าขนส่งตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนส่งควรมีแนวทางเพิ่มเติม เช่น วางแผนเส้นทางให้สั้นลง ลดเที่ยวรถเปล่า บำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอ และอบรมพนักงานขับรถให้ใช้ความเร็วและรอบเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม วิธีเหล่านี้ช่วยประหยัดน้ำมันได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนใหญ่ในทันที

  • เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน EURO 5 เพื่อลดมลพิษและเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้
  • พิจารณารถบรรทุกไฟฟ้า ให้เหมาะกับเส้นทาง ระยะทาง และลักษณะงานของบริษัท
  • วางแผนการขนส่งด้วยข้อมูล เพื่อลดการเดินรถซ้ำซ้อนและควบคุมค่าใช้จ่าย
  • ดูแลรักษารถเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดโอกาสเกิดรถเสียระหว่างทาง

การสร้างบุคลากรคือรากฐานของโลจิสติกส์

งานครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โดยมีการมอบทุนการศึกษาในโครงการ Smart Diver รุ่นที่ 2 ให้แก่นักเรียนและนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป้าหมายคือการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านโลจิสติกส์ ยานยนต์ และการจัดการขนส่ง ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นต่ออุตสาหกรรมในอนาคต การมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและการทำงานจริง จะช่วยให้บริษัทขนส่งสามารถปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่มูลนิธิสงเคราะห์สถานคุ้มครองเด็กระยอง สะท้อนบทบาทของสมาคมขนส่งที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมและช่วยเหลือผู้ที่ต้องการโอกาส การจัดกิจกรรมลักษณะนี้จึงเป็นทั้งเวทีความรู้ พื้นที่สร้างเครือข่าย และกิจกรรมเพื่อสังคมในเวลาเดียวกัน

โดยสรุป ไม่พบหัวข้อ สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมขนส่งไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่สะอาด ประหยัดพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มาตรฐาน EURO 5 รถบรรทุกไฟฟ้า การวางแผนต้นทุน และการพัฒนาบุคลากร ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อม หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง โลจิสติกส์ไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว ผู้ประกอบการจึงควรเริ่มสำรวจแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของตนตั้งแต่วันนี้ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของการเติบโต

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *