ไอเอ็มเอฟจี้ทั่วโลกรับมือเงินเฟ้อ ชี้ดอกเบี้ยสูงซ้ำเติมตลาดเกิดใหม่

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังอัตราเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง แม้หลายประเทศจะพยายามใช้นโยบายการเงินและมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องก็ตาม ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกเร่งรับมือกับเงินเฟ้อ หากพบว่าราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมลดการขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับมากเกินไป

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนความกังวลที่ชัดเจนขึ้นของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพราะเงินเฟ้อไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เชื่อมโยงกับทั้งราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ไอเอ็มเอฟจี้ทั่วโลกรับมือเงินเฟ้อ ชี้ดอกเบี้ยสูงซ้ำเติมตลาดเกิดใหม่

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ กล่าวระหว่างการเสวนาในการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกว่า ประเทศสมาชิกควรเตรียมมาตรการรับมืออย่างรวดเร็ว หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น การปล่อยให้ราคาสินค้าแพงขึ้นเป็นเวลานานอาจกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน และทำให้ภาคธุรกิจวางแผนลงทุนได้ยากกว่าเดิม

นอกจากการดูแลเงินเฟ้อแล้ว ไอเอ็มเอฟยังเน้นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการควบคุมการขาดดุลงบประมาณ การใช้งบประมาณจำนวนมากโดยไม่มีแผนระยะยาวอาจทำให้ภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และลดความสามารถของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต การบริหารการคลังอย่างรอบคอบจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

ไอเอ็มเอฟจี้ทั่วโลกรับมือเงินเฟ้อจากหลายปัจจัย

กอร์เกียวาระบุว่า การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การพัฒนาเทคโนโลยีเอไอต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูล ระบบประมวลผล พลังงาน และบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ความต้องการทรัพยากรเหล่านี้จึงอาจผลักดันต้นทุนในบางภาคส่วนให้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างรวดเร็วก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหลังเกิดความขัดแย้งและวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง เมื่อรัฐบาลหลายประเทศจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อความมั่นคงและจัดการความเสี่ยงด้านพลังงาน การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อระดับอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ และทำให้แรงกดดันด้านราคาไม่ลดลงตามที่คาดหวัง

ปัญหาพลังงานยังเป็นตัวแปรสำคัญของเงินเฟ้อ เพราะราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้ามีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการอาจต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า ขณะที่ครัวเรือนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง

ดอกเบี้ยสูงกระทบประเทศกำลังพัฒนาอย่างไร

เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางในหลายประเทศอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อชะลอการใช้จ่ายและควบคุมแรงกดดันด้านราคา อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวอาจสร้างผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่มากกว่าประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า เนื่องจากประเทศเหล่านี้มักมีต้นทุนการกู้ยืมสูงกว่า และมีความเสี่ยงจากการไหลออกของเงินทุนระหว่างประเทศ

กอร์เกียวาเตือนว่า ตลาดเกิดใหม่กำลังกลายเป็น “เหยื่อ” ของการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศใหญ่ปรับสูงขึ้น นักลงทุนอาจโยกเงินกลับไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ส่งผลให้ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่อ่อนตัว และทำให้ต้นทุนการนำเข้า รวมถึงภาระหนี้สกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ผลกระทบดังกล่าวอาจลุกลามไปถึงภาคธุรกิจและประชาชน บริษัทที่กู้เงินต่างประเทศจะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลอาจต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระหนี้มากกว่าเดิม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กก็อาจเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ซึ่งกระทบต่อการลงทุน การจ้างงาน และการขยายกิจการในระยะยาว

แนวทางรับมือเงินเฟ้อที่แต่ละประเทศควรให้ความสำคัญ

  • รักษาวินัยทางการคลัง: รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญของโครงการใช้งบประมาณ และลดการขาดดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • ดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด: มาตรการช่วยเหลือควรเน้นครัวเรือนรายได้น้อยและผู้ได้รับผลกระทบจริง แทนการใช้งบประมาณแบบครอบคลุมทุกกลุ่มจนเกิดภาระการคลังสูง
  • เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน: การกระจายแหล่งนำเข้าและสนับสนุนพลังงานทางเลือกจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก
  • พัฒนาทักษะแรงงาน: การลงทุนในทักษะดิจิทัลและเอไอช่วยให้แรงงานปรับตัวกับเศรษฐกิจยุคใหม่ และเพิ่มผลิตภาพโดยไม่สร้างแรงกดดันด้านต้นทุนมากเกินไป
  • ประสานนโยบายระหว่างประเทศ: ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าและตลาดเกิดใหม่ควรแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันลดความผันผวนของตลาดการเงิน

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมโยงกับการค้า การท่องเที่ยว เงินทุนต่างชาติ และราคาพลังงานในตลาดโลก หากดอกเบี้ยต่างประเทศอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อค่าเงินบาท ต้นทุนการกู้ยืม และกำลังซื้อของภาคครัวเรือน การวางนโยบายจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการดูแลเสถียรภาพราคาและการสนับสนุนการเติบโต

โดยสรุป ไอเอ็มเอฟจี้ทั่วโลกรับมือเงินเฟ้อ ชี้ดอกเบี้ยสูงซ้ำเติมตลาดเกิดใหม่ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น การรับมือที่มีประสิทธิภาพควรดำเนินการทั้งด้านการเงิน การคลัง พลังงาน และการพัฒนาคน ไม่ใช่พึ่งการขึ้นดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ประชาชนและภาคธุรกิจเองก็ควรวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ ลดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็น และติดตามทิศทางเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ

มุมมองสำคัญคือ การแก้ปัญหาเงินเฟ้อจำเป็นต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากรัฐบาลสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้ตรงจุด พร้อมรักษาวินัยทางการคลังและสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดได้ ก็จะช่วยลดแรงกระแทกจากดอกเบี้ยสูงและทำให้ตลาดเกิดใหม่มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมั่นคงมากขึ้น

ที่มา – ไอเอ็มเอฟจี้ทั่วโลกรับมือเงินเฟ้อ ชี้ดอกเบี้ยสูงซ้ำเติมตลาดเกิดใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *