20 สมาคมอาหารสัตว์ยื่นหนังสือรอบ 3 เร่งประชุม นบขพ.

ประเด็นการจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์กำลังได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจาก 20 สมาคมอาหารสัตว์ยื่นหนังสือรอบ 3 ถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ นบขพ. เพื่อขอให้เร่งจัดประชุมและพิจารณามาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับปี 2570

การยื่นหนังสือครั้งนี้ถือเป็นการติดตามเรื่องอย่างเป็นทางการรอบที่ 3 หลังจากสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงสมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ เคยยื่นหนังสือไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม และ 9 ตุลาคม 2569 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนัดประชุม นบขพ. ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มกังวลต่อทิศทางนโยบายและการวางแผนจัดหาวัตถุดิบในปีหน้า

20 สมาคมอาหารสัตว์ยื่นหนังสือรอบ 3

สาระสำคัญของการยื่นหนังสือ คือการขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งกำหนดวันประชุมคณะกรรมการ นบขพ. โดยเร็ว เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันอย่างรอบด้าน ภาคอุตสาหกรรมต้องการความชัดเจนทั้งเรื่องปริมาณนำเข้า ช่วงเวลาการนำเข้า หลักเกณฑ์การจัดสรร และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับปี 2570

ผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์มองว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ ทั้งสำหรับไก่ สุกร โค และสัตว์น้ำ หากนโยบายล่าช้าหรือไม่มีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน อาจส่งผลต่อการบริหารต้นทุน การวางแผนสต๊อก และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไปจนถึงเกษตรกรและผู้บริโภคปลายทาง

20 สมาคมอาหารสัตว์ยื่นหนังสือรอบ 3 เพื่อขอความชัดเจน

การติดตามครั้งนี้สะท้อนว่า ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงและสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะแนวโน้มผลผลิตข้าวโพดในประเทศ ความต้องการใช้วัตถุดิบของอุตสาหกรรม ต้นทุนการขนส่ง รวมถึงราคาวัตถุดิบจากตลาดต่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อราคาสินค้าอาหารสัตว์และต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ในภาพรวม

หากมีการประชุม นบขพ. อย่างรวดเร็ว ผู้เกี่ยวข้องจะสามารถรับทราบทิศทางนโยบายและเตรียมแผนธุรกิจได้ล่วงหน้า ผู้ผลิตอาหารสัตว์จะวางแผนการจัดซื้อได้เหมาะสมขึ้น ขณะที่เกษตรกรสามารถประเมินต้นทุนการผลิตและกำหนดแผนการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ในทางกลับกัน หากการพิจารณายังล่าช้า ความไม่แน่นอนอาจเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่

ประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องการให้รัฐเร่งพิจารณา

  • กำหนดวันประชุม นบขพ. ให้ชัดเจนและเร่งดำเนินการโดยเร็ว
  • พิจารณามาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับปี 2570 ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จริง
  • กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเข้าอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น
  • ประเมินผลกระทบต่อต้นทุนอาหารสัตว์ เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภคอย่างรอบด้าน
  • เปิดโอกาสให้สมาคมและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูลก่อนออกมาตรการ

สำหรับผู้บริโภค เรื่องนี้อาจดูเป็นประเด็นเชิงนโยบายที่อยู่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีความเชื่อมโยงกับต้นทุนการผลิตเนื้อสัตว์ ไข่ และสินค้าเกษตรหลายประเภท ดังนั้น การกำหนดมาตรการนำเข้าที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด การดูแลผู้ใช้วัตถุดิบ และการควบคุมต้นทุนอาหารของประชาชน

จากสถานการณ์ที่ภาคเอกชนยื่นหนังสือติดตามเป็นครั้งที่ 3 สิ่งที่ทุกฝ่ายจับตาคือการตอบรับของกระทรวงพาณิชย์และกำหนดการประชุม นบขพ. การสื่อสารที่รวดเร็วและชัดเจนจะช่วยลดความกังวลของตลาด พร้อมทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

มุมมองที่น่าติดตามคือ ภาครัฐควรเร่งเปิดเวทีหารือกับทุกฝ่ายโดยใช้ข้อมูลผลผลิตและความต้องการใช้จริงเป็นหลัก เพราะมาตรการที่สมดุลและประกาศล่วงหน้าอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้ทั้งเกษตรกร อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และผู้บริโภคในระยะยาว

ที่มา – 20 สมาคมอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือพาณิชย์รอบ 3 จี้จัดประชุม นบขพ. เคาะมาตรการนำเข้า ปี70

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *