เขมรยอมรื้อบ้าน 1 หลัง-ปฏิเสธ 2 หลังในตราด
เขมรยอมรื้อบ้าน 1 หลัง-ปฏิเสธ 2 หลังในตราด
ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดมาอย่างยาวนาน ล่าสุดมีพัฒนาการที่น่าสนใจจากฝั่งกัมพูชา เมื่อ ‘เขมร’ ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้าน 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อบ้าน 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อข้อเสนอจากฝ่ายไทยในการประชุมระดับพื้นที่เมื่อไม่กี่วันก่อน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการหารืออย่างเข้มข้นระหว่างหน่วยงานทหารทั้งสองฝ่าย โดยกองป้องกันชายแดนที่ 501 ภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ได้ส่งเอกสารตอบกลับอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดของไทย เอกสารดังกล่าวลงวันที่ 22 กันยายน 2567 (ตามปฏิทินไทย) และลงนามโดยพันเอกจัน บุนดี ผู้บังคับบัญชากองทัพกัมพูชา
‘เขมร’ ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้าน 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อบ้าน 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด
การตอบกลับนี้ครอบคลุมข้อเสนอ 3 ประการหลักจากฝ่ายไทย ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาการบุกรุกเขตแดนและโครงสร้างที่อาจละเมิดข้อตกลงชายแดน ข้อเสนอเหล่านี้มาจากการประชุมเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่จุดตรวจร้อยทหารนาวิกโยธิน 531 บ้านท่าเส้น จังหวัดตราด โดยมีรองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา และเสนาธิการป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราดของไทยเข้าร่วม
รายละเอียดข้อเสนอและการตอบรับ
เริ่มจาก ข้อเสนอที่ 1: ปัญหาบ้าน 5 หลังที่โอร์พลุกด็อมเรย ฝ่ายไทยเรียกร้องให้กัมพูชารื้อถอนบ้าน 2 หลังออกจากพื้นที่พิกัด TU(50640-45701) ซึ่งถือเป็นเขตแดนไทย ฝั่งกัมพูชาตอบรับบางส่วน โดยยอมรื้อบ้านเพียง 1 หลังตามจุดที่ 11 ที่ฝ่ายไทยระบุ นับเป็นก้าวแรกในการลดความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าว
ส่วน ข้อเสนอที่ 2: ปัญหาแนวคูสนามที่ช่องทางเจยจุมเนียะ (จอมวย) ไทยขอให้กลบคูสนามเพื่อคืนสภาพพื้นที่เดิมที่พิกัด TU(51601-52015) ฝ่ายกัมพูชาเห็นด้วยและจะดำเนินการปรับปรุงด้านเทคนิคของคูดังกล่าวโดยเร็ว ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการละเมิดแนวเขตชายแดนที่เกิดขึ้นมานาน
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ 3: บ้านประชาชน 2 หลังในสวนยางพารา กลายเป็นจุดที่ฝั่งกัมพูชาปฏิเสธอย่างชัดเจน พวกเขายืนยันว่าไม่สามารถรื้อถอนบ้านทั้ง 2 หลังที่พิกัด TU(51745-52744) ได้ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของประชาชน และปัญหาเขตแดนยังไม่ชัดเจน กัมพูชาเสนอให้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขข้อพิพาท
ในจดหมายกัมพูชายังเน้นย้ำว่าปัญหาเหล่านี้เป็นประเด็นเก่าที่ค้างคา และด้วยการมี JBC แล้ว จึงควรให้คณะนี้จัดการตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังชื่นชมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานชายแดนทั้งสองฝ่าย ที่ร่วมมือกันด้วยสันติวิธีและการประสานงานอย่างใกล้ชิด
พัฒนาการนี้สะท้อนถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อมานับสิบปี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี ซึ่งมักมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนและการบุกรุก การยอมรื้อบ้าน 1 หลังและกลบคูเลต ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงเจตนารมณ์ในการลดความตึงเครียด แต่การปฏิเสธรื้อบ้านอีก 2 หลัง ก็ชี้ให้เห็นว่ายังต้องอาศัยการเจรจาระดับสูงผ่าน JBC เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาชายแดนเหล่านี้ไม่เพียงกระทบความมั่นคง แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะสวนยางพาราที่เป็นอาชีพหลักในพื้นที่ การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ในฐานะที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าการตอบกลับครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากทั้งไทยและกัมพูชายังคงยึดมั่นในกระบวนการทวิภาคี เราจะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับพรมแดนได้ในที่สุด คุณคิดอย่างไรกับพัฒนาการนี้? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารชายแดนจากเราเพื่ออัปเดตล่าสุด
ที่มา – ‘เขมร’ ร่อนจดหมายยอมรื้อบ้าน 1 หลัง-กลบคูเลต แต่ปฏิเสธรื้อบ้าน 2 หลังในสวนยาง จ.ตราด




























