ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฤทธิ์พายุรากาซา ทำฝนถล่ม น้ำป่าหลาก ชาวบ้านพะเยาไม่ทันตั้งตัวจมบาดาล

ฤทธิ์พายุรากาซา ทำฝนถล่ม น้ำป่าหลาก ชาวบ้านพะเยาไม่ทันตั้งตัวจมบาดาล ในเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2567 พื้นที่จังหวัดพะเยา โดยเฉพาะตำบลงิม อำเภอปง ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุรากาซาที่พัดผ่าน ส่งผลให้ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน ชาวบ้านจำนวนมากไม่ทันตั้งตัวกับกระแสน้ำป่าที่ไหลหลากมาอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมมิดและเสียหายเป็นวงกว้าง

ฤทธิ์พายุรากาซา ทำฝนถล่ม น้ำป่าหลาก ชาวบ้านพะเยาไม่ทันตั้งตัวจมบาดาล

จากรายงานของผู้สื่อข่าว พื้นที่ตำบลงิมทั้งตำบลได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยน้ำป่าที่ไหลมาจากภูเขาได้ท่วมบ้านเรือน ทางเดิน และพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน นางกัญญาณัฐ สุทธวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลงิม ได้รีบลงพื้นที่ช่วยเหลือทันทีหลังจากทราบสถานการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยความแรงของกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก การช่วยเหลือจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านบางรายที่กำลังออกไปกรีดยางพาราในสวนยางต้องรีบกลับมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าน้ำได้ทะลักเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถเก็บข้าวของมีค่าทัน

น้ำท่วมจากพายุรากาซาในพะเยา

ผลกระทบจากฤทธิ์พายุรากาซาและมาตรการช่วยเหลือ

นางกัญญาณัฐ เปิดเผยว่าครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ ฝนที่ตกหนักเพียงคืนเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมทั้งตำบลงิม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะครอบครัวที่อาศัยใกล้ภูเขาและลำห้วย นายกเทศมนตรีได้ประสานงานกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในทุกหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประกาศแจ้งเตือนและระดมกำลังพลมาช่วยกันขนย้ายทรัพย์สิน โชคดีที่กระแสน้ำไหลผ่านไม่นาน น้ำลดลงภายใน 1 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่ความเสียหายทางวัตถุนั้นรุนแรง

ในเช้าวันถัดมา เจ้าหน้าที่ได้วางแผนนำรถน้ำและเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อล้างโคลนเลนที่ทับถมในบ้านเรือนของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการประชุมด่วนในสภาเทศมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณฉุกเฉินสำหรับการฟื้นฟู ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา (ปภ.) เข้าประเมินสถานการณ์ทันที เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม ผู้ว่าราชการย้ำว่าครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติที่หนักหน่วงกว่าครั้งก่อน เนื่องจากน้ำท่วมเป็นวงกว้างและระดับน้ำสูง

  • ผลกระทบหลัก: บ้านเรือนถูกท่วม โคลนเลนเกาะติด ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
  • การช่วยเหลือเบื้องต้น: รีบแจ้งเตือนและขนย้ายของ ล้างโคลนหลังน้ำลด
  • มาตรการป้องกันในอนาคต: ติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า สร้างกำแพงกันน้ำป่า

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความรุนแรงของพายุฤดูฝนที่เริ่มถี่และรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน พื้นที่ชนบทอย่างพะเยายังคงเสี่ยงภัยน้ำท่วมจากน้ำป่าไหลหลาก ชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นต้องเตรียมความพร้อมมากขึ้น เช่น การสร้างเขื่อนกั้นน้ำชั่วคราวหรือระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อลดความเสียหายในครั้งหน้า

นอกจากนี้ รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ควรสนับสนุนงบประมาณสำหรับการป้องกันภัยพิบัติให้เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้ชาวบ้านสามารถดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อรับมือภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ ชาวพะเยาจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

ที่มา – ฤทธิ์พายุรากาซา ทำฝนถล่ม น้ำป่าหลาก ชาวบ้านพะเยาไม่ทันตั้งตัวจมบาดาล

ผู้นำอิหร่านลั่นไม่เคยคิดมีนิวเคลียร์ จวกอิสราเอลทำลายสันติภาพ

ในสถานการณ์ตึงเครียดของภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ ผู้นำอิหร่านลั่นไม่เคยคิดมีนิวเคลียร์ จวกอิสราเอลทำลายสันติภาพ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อหน้านานาชาติ ว่าประเทศของเขาไม่มีเจตนาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แม้แต่น้อย

ผู้นำอิหร่านลั่นไม่เคยคิดมีนิวเคลียร์ จวกอิสราเอลทำลายสันติภาพ

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 กันยายน ประธานาธิบดีเปเซชเคียนได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม UNGA โดยยืนยันว่าอิหร่านไม่เคยและจะไม่มีวันพยายามผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เขาอ้างอิงถึงคำสั่งของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ห้ามการพัฒนาอาวุธดังกล่าวตามหลักศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอิหร่านมีแผนผลิตนิวเคลียร์จริงหรือไม่ ซึ่งช่วยยืนยันจุดยืนของเตหะราน

ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ปี 2015 ที่สหรัฐภายใต้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวออกไปในปี 2018 ส่งผลให้การเจรจาชะงักงัน อิหร่านถูกกล่าวหาว่าขยายโครงการนิวเคลียร์เพื่อจุดประสงค์ทางแพทย์และพลังงานเท่านั้น แต่ชาติตะวันตกยังคงกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตร

อิสราเอลถูกจวกหนักจากผู้นำอิหร่าน

ในสุนทรพจน์เดียวกัน เปเซชเคียนได้วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าอิสราเอลคือชาติเดียวในตะวันออกกลางที่ทำลายสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค เขาชี้ถึงปฏิบัติการทางทหารหลายครั้งที่อิสราเอลก่อต่ออิหร่าน รวมถึงการร่วมมือกับสหรัฐในการโจมตีทางไซเบอร์และการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่าน ผู้นำอิหร่านยืนยันว่าประเทศของเขาถูกกล่าวหาและลงโทษเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่อิสราเอลซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่ประกาศใช้ กลับไม่ถูกตรวจสอบ

นอกจากนี้ เปเซชเคียนยังตำหนิสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่กำลังพยายามกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดเริ่มในวันที่ 28 กันยายน หากไม่มีเปลี่ยนแปลง เขาเชื่อว่ามาตรการเหล่านี้เป็นผลโดยตรงจากการถอนตัวของสหรัฐจาก JCPOA ทำให้ความร่วมมือระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกต้องหยุดชะงัก สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความตึงเครียด แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยเฉพาะการส่งออกน้ำมันและสินค้าอื่นๆ

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูประวัติศาสตร์สั้นๆ ของข้อพิพาทนิวเคลียร์อิหร่านกัน อิหร่านเริ่มโครงการนิวเคลียร์ในยุคชาห์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐ แต่หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ความสัมพันธ์กับตะวันตกแย่ลง IAEA (หน่วยงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ) ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าอิหร่านไม่มีหลักฐานชัดเจนในการพัฒนาอาวุธ แต่การมี enriched uranium ในระดับสูงยังคงเป็นจุดกังวล

  • จุดยืนของอิหร่าน: เน้นพลังงานและการแพทย์ ไม่ใช่อาวุธ
  • การกระทำของอิสราเอล: โจมตีทางทหารและไซเบอร์หลายครั้ง เช่น Stuxnet virus
  • บทบาทสหรัฐ: ถอนตัวจาก JCPOA ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้าย

ผู้นำอิหร่านลั่นไม่เคยคิดมีนิวเคลียร์ จวกอิสราเอลทำลายสันติภาพ จึงเป็นการเรียกร้องให้โลกตะวันตกทบทวนนโยบายสองมาตรฐาน ในขณะที่อิสราเอลและสหรัฐยังคงมองอิหร่านเป็นภัยคุกคามหลัก ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการเจรจาครั้งใหม่ระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกอาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ หากทุกฝ่ายยอมรับข้อเท็จจริงและหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง

จากมุมมองของผู้เขียน สุนทรพจน์ครั้งนี้ของประธานาธิบดีเปเซชเคียนเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความปรารถนาในสันติภาพ แต่ภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงต้องการความพยายามร่วมมือจากทุกชาติเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – ผู้นำอิหร่านลั่นไม่เคยคิดมีนิวเคลียร์ จวกอิสราเอลทำลายสันติภาพ

‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ

‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ

ในค่ำคืนวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ประทับใจของวงการการเมืองไทย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่รู้จักในชื่อ ‘นายกฯหนู’ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีทั้งชุดเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เวลา 18.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทินและคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี ทรงมีพระราชโอวาทอันเป็นแนวทางสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ โดยทรงมีพระราชดำรัสว่า “ขอให้ท่านนายก และคณะรัฐมนตรีมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีความมานะบากบั่นและประสบความสำเร็จ อันเป็นมงคลที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และขอให้มีสติปัญญาที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องมีอยู่ให้เป็นไปด้วยดี ก็ขอให้มีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน” พระราชดำรัสนี้ไม่เพียงเป็นพรอันประเสริฐ แต่ยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้คณะรัฐมนตรีมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน

‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ

หลังพิธีถวายสัตย์เสร็จสิ้น เวลา 19.15 น. นายอนุทินและคณะรัฐมนตรีเดินทางกลับมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นัดพิเศษทันที ในระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอนุทินแสดงอารมณ์ที่ซาบซึ้งสุดลูกหลาน จนน้ำตาคลอเบ้า ขณะกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับ “คณะรัฐมนตรีทุกท่านได้รับพระราชทานพรและพระบรมราโชวาท ผมเชื่อว่าทุกคนรู้สึกปลื้มปิติ และจะทำงานสนองพระเดชพระคุณ สนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต สุดสมองที่แต่ละท่านมีอยู่ ถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตพวกเรา”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงน้ำตาที่คลอเบ้า นายอนุทินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สามัญชนอย่างผมพึงได้รับ และไม่มีทางทำอะไรนอกเหนือจากทำคุณงามความดีให้กับประเทศและประชาชน ตามพระราชดำรัสที่ได้รับสั่งไว้ สละทั้งชีวิตให้ราชบัลลังก์ทำมานานแล้ว และยังจะทำต่อไป เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม” คำพูดนี้สะท้อนถึงความภักดีและความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวหน้าต่อไป

กระแสการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นๆ

นอกจากเหตุการณ์ถวายสัตย์แล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรค ได้แจ้งว่าจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคหลังการเลือกตั้งภายในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมชัยมองว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจเข้ากับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคกล้าธรรมมากกว่า เนื่องจากมีกระแสในภาคใต้

นายสมชายยังกล่าวถึงทางเลือกของตัวเอง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย โดยมีเงื่อนไขเรื่องความขัดแย้งภายในพรรค โดยเฉพาะกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งอาจทำให้ยากต่อการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความขัดแย้งกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรค ซึ่งนายสมชายเชื่อว่านายเฉลิมชัยอาจมีส่วนรู้สึกแค้นใจ ส่งผลให้ส.ส.ส่วนใหญ่ประมาณ 18 คน ยังอยู่กับนายเฉลิมชัย และอาจมอบเสียงให้นายอภิสิทธิ์

ในส่วนของพรรคกล้าธรรม นายหิมาลัย ผิวพรรณ สมาชิกพรรคยอมรับว่าได้ชวนนายเดชอิศม์มาร่วมพรรค เนื่องจากเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทสนม แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต่อประธานรัฐสภา มีผู้สนับสนุนกว่า 100 รายชื่อ

สาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากพรรคภูมิใจไทย

ร่างแก้ไขนี้ปรับสัดส่วนการลงมติของ ส.ว. ในวาระแรกและวาระสาม จากเดิมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 (67 เสียง) เป็น 1 ใน 5 (50 เสียง) นอกจากนี้ ยังเพิ่มหมวดใหม่ 15/1 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร. (สมาชิกรัฐสภาร่างรัฐธรรมนูญ) จำนวน 99 คน แบ่งเป็น 77 คนจากจังหวัดละ 1 คน และ 22 คนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และประสบการณ์การเมือง

  • คุณสมบัติ ส.ส.ร. จากจังหวัด: สัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี การศึกษาปริญญาตรี เกิดในจังหวัดนั้นและมีชื่อทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • การเลือกตั้ง: จัดภายใน 90 วัน โดย กกต. รัฐสภาโหวตเลือก ส.ส.ร. กลุ่มจังหวัดและผู้เชี่ยวชาญ
  • หน้าที่: ตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 45 คน ร่างภายใน 360 วัน ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่อร่างเสร็จ นำเสนอรัฐสภา 3 วาระ ต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 5 และ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20% จากนั้นทำประชามติภายใน 7 วัน รัฐสภาสามารถตีตกหากขัดหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ 2560

การพิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานในสภา

อีกลุ้นระทึกในสภาผู้แทนราษฎร คือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ฉบับแรกของนายจรัส คุ้มไข่น้ำ กำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชม./สัปดาห์ วันหยุดไม่น้อยกว่า 2 วัน/สัปดาห์ และวันลาพักผ่อนปีละ 10 วัน สำหรับลูกจ้างอายุงาน 120 วันขึ้นไป

ฉบับที่สองของน.ส.วรรณวิภา ไม้สน เพิ่มสิทธิลูกจ้างหญิงลาประจำเดือนเดือนละ 3 วัน ลาดูแลครอบครัวปีละ 15 วัน และพักให้นมบุตร 2 ครั้ง/วัน ครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 1 ปีหลังคลอด ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วยทั้งสองฉบับ ลงมติรับหลักการ 333 เสียง และ 329 เสียง ตามลำดับ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 39 คน มาศึกษาต่อ

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเมืองไทยที่คึกคัก ทั้งการถวายสัตย์ที่เต็มเปี่ยมด้วยความภักดี การปรับโครงสร้างพรรคการเมือง และการผลักดันกฎหมายเพื่อประชาชน ในฐานะนักข่าวการเมือง เรามองว่าการเริ่มต้นของรัฐบาลชุดใหม่นี้จะนำพาการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมาสู่สังคมไทย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน คุณคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ที่มา – ‘นายกฯหนู’ น้ำตาคลอ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ขอทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ

วรภัคเตือนรัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นคลังหลังฟิทช์หั่น Outlook

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนที่สำคัญจากสถาบันจัดอันดับเครดิตระดับโลก ล่าสุด Fitch Ratings ได้ปรับมุมมอง (Outlook) ของประเทศไทยจาก Stable เป็น Negative โดยยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+ ไว้ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขหรือสถิติธรรมดา แต่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความกังวลในด้านการคลังและการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

วรภัค รับรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางการคลังด่วน หลังฟิทช์ หั่น Outlook ไทยติดลบ

นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ Fitch Ratings ตัดสินใจปรับ Outlook ของไทยไม่ได้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อมั่นด้านการคลังและสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้

ปัจจัยหลักที่ทำให้ฟิทช์หั่น Outlook ไทยเป็นลบ

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูกันว่าปัจจัยเหล่านี้คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย

  • หนี้สาธารณะที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ: ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 หนี้สาธารณะของไทยอยู่ในระดับต่ำ เพียงราว 35-36% ของ GDP แต่หลังจากนั้น ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 61% ของ GDP และคาดการณ์ว่าจะทะลุ 65% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากรัฐบาลไม่มีการปรับลดขาดดุลงบประมาณอย่างจริงจัง ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนถึงความเสี่ยงในการจัดการการเงินของรัฐที่อาจนำไปสู่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและลดความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนต่างชาติ
  • ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลบ่อยครั้งและความเสี่ยงจากการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ Fitch Ratings กังวลเกี่ยวกับความต่อเนื่องของกรอบการคลังระยะกลาง (Medium-Term Fiscal Strategy) หากนโยบายการคลังไม่ชัดเจนและเปลี่ยนแปลงตามกระแสการเมือง เศรษฐกิจไทยก็อาจเผชิญกับความผันผวนที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนและการเติบโต
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว: เศรษฐกิจไทยกำลังถูกกดดันจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงถึง 19% หรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ GDP ปีหน้าอาจโตได้เพียง 2.2% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง นี่คือสัญญาณว่าการฟื้นตัวหลังโควิดยังไม่แข็งแกร่งพอ

แม้สถานการณ์จะดูน่ากังวล แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งเพิ่งเข้ามาบริหารงานได้เพียงสี่เดือน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ นายวรภัคย้ำว่ารัฐบาลกำลังเร่งวางแนวทางการรัดเข็มขัดทางการคลัง เพื่อปรับฐานะการเงินให้กลับสู่เส้นทางที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ จะมีการจัดทำกรอบการคลังระยะปานกลางฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นโร้ดแมปชัดเจนที่รัฐบาลเปิดเผยต่อสาธารณะ ว่าจะปรับลดขาดดุลอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้สาธารณะหลุดจากเพดานที่กำหนด

แนวคิดหลักในการดำเนินการนี้คือ การสร้างความเชื่อมั่นว่าการขาดดุลจะค่อยๆ ลดลงหลังปีงบประมาณ 2569 และอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP จะไม่เกิน 65% พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ของภาครัฐผ่านการปฏิรูประบบภาษีและจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายให้มีวินัยมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการส่งออกใหม่ๆ เพื่อชดเชยผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

การปรับ Outlook เป็น Negative ครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ หากไทยไม่แสดงแผนการคลังที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นจากตลาดและนักลงทุนก็อาจสั่นคลอนได้ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อพิสูจน์ว่าประเทศไทยยังคงรักษาวินัยการคลังและความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจไว้ได้

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การสร้างความเชื่อมั่นทางการคลังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำได้สำเร็จ จะช่วยดึงดูดการลงทุนต่างชาติ เพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และปูทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว สำหรับประชาชนอย่างเราๆ ควรติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพและโอกาสทางธุรกิจ หากคุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจและการเงิน ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามบทความเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – วรภัค รับรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางการคลังด่วน หลังฟิทช์ หั่น Outlook ไทยติดลบ

ดส.ล็อกคาปั๊ม จับแก๊งค้าอาวุธสงคราม

ในเหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความฮือฮา ดส.ล็อกคาปั๊ม! ลุยจับแก๊งค้าอาวุธสงคราม ปืน-กระสุนเพียบ รอส่งลูกค้านนทบุรี ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน (ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ร่วมกันปฏิบัติการสำคัญในการปราบปรามขบวนการค้าอาวุธผิดกฎหมาย

ดส.ล็อกคาปั๊ม! ลุยจับแก๊งค้าอาวุธสงคราม

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันย่านนนทบุรี-สุพรรณบุรี ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดย พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.ท.จักรี นารีผล ผู้บังคับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 1 และที่ 4 ได้บุกจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 รายที่กำลังซุกซ่อนอาวุธสงครามไว้ในรถยนต์

จากการตรวจค้นรถของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตร พร้อมซองกระสุนและกระสุนจำนวน 10 นัด วางซ่อนอยู่ระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า นอกจากนี้ ยังพบอาวุธหนักอย่างปืนเล็กยาวขนาด 7.62 มิลลิเมตร, ปืนกลมือขนาด .45 และปืนกลมือขนาด .45 อีกชิ้น พร้อมซองกระสุนและกระสุนจำนวนมาก ที่ถูกห่อหุ้มอย่างแนบเนียนในถุงปุ๋ยสีขาวและห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกชั้น

ภาพการจับกุม

รายละเอียดข้อกล่าวหาและการขยายผล

ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกแจ้งข้อหาพยายามค้าหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติควบคุมอาวุธปืนฯ สำหรับผู้ต้องหาที่ 2 ยังถูกกล่าวหาเพิ่มเติมว่ามีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ถูกกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนและกระสุนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เบื้องต้น ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนพบว่าอาวุธเหล่านี้เตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่นนทบุรี ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอาวุธสงครามที่ลักลอบนำเข้าหรือผลิตในประเทศ ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางบัวทองเพื่อดำเนินคดี และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในเครือข่าย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการค้าอาวุธผิดกฎหมายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมักเป็นจุดรวมตัวของกลุ่มอาชญากร การที่อาวุธสงครามอย่างปืนกลและปืนเล็กยาวถูกซุกซ่อนในปั๊มน้ำมันที่เป็นสถานที่สาธารณะ ยิ่งแสดงถึงความกล้าหาญและความช่ำชองของขบวนการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ข้อมูลลับและการสืบสวนอย่างละเอียดเพื่อวางแผนปฏิบัติการครั้งนี้

นอกจากนี้ การจับกุมครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการตัดวงจรการไหลเวียนของอาวุธที่อาจถูกนำไปใช้ในอาชญากรรมรุนแรง เช่น การยิงกันในหมู่บ้าน การปล้นทรัพย์ หรือแม้แต่เหตุการณ์ก่อการร้าย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไทยมีสถิติการก่อเหตุด้วยอาวุธปืนสูง โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ การปราบปรามเช่นนี้จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย

  • อาวุธที่ยึดได้: ปืนพก 9 มม., ปืนเล็กยาว 7.62 มม., ปืนกลมือ .45
  • จำนวนกระสุน: มากกว่า 100 นัด
  • สถานที่: ปั๊มน้ำมัน อ.บางบัวทอง
  • หน่วยงานหลัก: กก.ดส. บช.น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแนะนำว่าประชาชนควรระมัดระวังและแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือสถานที่สาธารณะ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการป้องกันภัย

ในมุมมองของผู้เขียน การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันของตำรวจที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอาวุธสงครามในสังคม หากเราต่อยอดด้วยการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาวุธปืน จะยิ่งทำให้สังคมปลอดภัยมากขึ้น สนับสนุนเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งข่าวสารผ่านสายด่วนตำรวจ 191 กันเถอะ

ที่มา – ดส.ล็อกคาปั๊ม! ลุยจับแก๊งค้าอาวุธสงคราม ปืน-กระสุนเพียบ รอส่งลูกค้านนทบุรี

‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย…

หลายครอบครัวคงกังวลเมื่อเห็นลูกตัวเตี้ยกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ตัวเล็กแต่หวังให้ลูกเติบโตสูงใหญ่ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความสูง และวิธีกระตุ้นให้ลูกสูงขึ้นได้อย่างถูกต้อง วันนี้เราจะมาพูดถึง ‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย… จากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้พ่อแม่นำไปปรับใช้ได้จริง

‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย…

แม้พันธุกรรมจะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความสูงของบุคคล แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่พ่อแม่สามารถควบคุมและส่งเสริมได้ เพื่อช่วยให้ลูกมีโอกาสสูงขึ้นตามศักยภาพสูงสุด จากบทความของศ.ดร.นพ.วิชิต สุพรศิลป์ชัย ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ชี้ว่าพ่อแม่ตัวเล็กก็มีลูกสูงได้ หากใส่ใจในด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความสูงของเด็ก

ความสูงของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับยีนอย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้:

  • พันธุกรรม: ถ้าพ่อแม่ทั้งคู่ตัวสูง ลูกมีโอกาสสูงตาม แต่ถ้าพ่อแม่ตัวเล็ก ลูกอาจเตี้ยได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะปัจจัยอื่นช่วยชดเชยได้
  • โภชนาการ: การกินอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียม วิตามินดี และสังกะสีเพียงพอ จะช่วยกระดูกและกล้ามเนื้อเติบโต เช่น นม ไข่ ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • การออกกำลังกาย: กีฬาที่ช่วยยืดตัวอย่างบาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ ยิมนาสติก จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน成長 ทำให้สูงขึ้นได้
  • การนอนพักผ่อน: เด็กควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง เพราะฮอร์โมน成長หลั่งมากที่สุดตอนหลับลึก
  • ฮอร์โมน: ถ้ามีปัญหาฮอร์โมนผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและรักษา

หากพ่อแม่ใส่ใจปัจจัยเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก ลูกจะมีพัฒนาการสูงที่ดีขึ้น แม้จะมีพื้นฐานพันธุกรรมไม่เอื้ออำนวย

วิธีเสริมความสูงให้ลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ ‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย… เราสามารถเริ่มจากปรับพฤติกรรมประจำวันได้ดังนี้:

  • วางแผนมื้ออาหาร: ให้เด็กกินอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่ว เนื้อปลา และนมจืด หลีกเลี่ยงของหวานและ junk food ที่ขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ
  • ส่งเสริมการเล่นกีฬา: เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น เด็กเล็กให้เล่นกระโดดเชือก เด็กโตให้ว่ายน้ำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง อย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง
  • จัดตารางนอน: ปิดไฟห้องนอนให้มืดสนิท เพื่อให้เด็กหลับลึกและหลั่งฮอร์โมน成長ได้เต็มที่
  • ตรวจสุขภาพ定期: วัดส่วนสูงทุก 6 เดือน และพบแพทย์หากเด็กตัวเตี้ยกว่าค่าเฉลี่ย 2 เทมาตรฐาน (SD score -2)

นอกจากนี้ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ยับยั้งความสูง เช่น การสูบบุหรี่ในบ้าน หรือโรคเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา การดูแลตั้งแต่ช่วงวัยเด็กก่อนวัยรุ่น (6-12 ปี) จะเห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเติบโตเร็ว

ระวัง! สัญญาณว่าลูกอาจตัวเตี้ยผิดปกติ

ไม่ใช่ทุกเด็กที่ตัวเตี้ยจะมีปัญหา แต่ถ้าพ่อแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรพาไปพบแพทย์ทันที:

  • ส่วนสูงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเดียวกันมาก
  • อัตราการเจริญเติบโตช้าลง เช่น สูงขึ้นน้อยกว่า 4-5 ซม. ต่อปีในวัยเรียน
  • มีอาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักไม่เพิ่ม หรือปัญหาสุขภาพอื่นร่วมด้วย

แพทย์อาจตรวจเลือดหรือเอกซเรย์กระดูกเพื่อหาสาเหตุ เช่น ภาวะขาดฮอร์โมน成長 หรือปัญหาต่อมไทรอยด์ หากรักษาเร็ว ลูกจะมีโอกาสสูงขึ้นได้

สรุปแล้ว ‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย… โดยพ่อแม่สามารถช่วยลูกได้ด้วยการดูแลโภชนาการ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่ารอช้า เริ่มต้นวันนี้เพื่ออนาคตที่สูงใหญ่ของลูก ปรึกษาแพทย์เด็กเพื่อแผนการที่เหมาะสมกับครอบครัวคุณ

ข้อมูลนี้ช่วยให้พ่อแม่มั่นใจมากขึ้นในการเลี้ยงลูก ลองนำไปปฏิบัติและติดตามผลนะคะ

ที่มา – ‘ลูกเตี้ย-แต่อยากให้สูง’ มีวิธีทำให้สูงได้ อยากรู้อ่านเลย…

พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค

พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค

ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568 ได้นำเสนอข่าวสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะพระราชดำรัสที่ทรงให้ไว้ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งเน้นย้ำให้สมาชิกรัฐบาลต้องเข้มแข็งและมีสติปัญญาในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการบริหารประเทศ พระราชดำรัสนี้ถือเป็นสิริมงคลอันสูงสุดที่สร้างความปลื้มปีติให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศยอมสละทั้งชีวิตเพื่อราชบัลลังก์ พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของข่าววันนี้

พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค

พระราชดำรัสนี้เกิดขึ้นในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้รับการแต่งตั้ง ทรงพระราชทานคำแนะนำให้ทุกคนต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง นายอนุทินได้แสดงความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง โดยระบุว่าคำตรัสนี้เป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการทำงาน และยืนยันว่าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์ ข่าวนี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในรัฐบาลชุดใหม่ด้วย

ความสำคัญของพระราชดำรัสในบริบทการเมืองไทย

พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค มาพอดีกับช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง คำตรัสนี้ช่วยเตือนใจให้ผู้นำประเทศใช้เหตุผลและความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมและความแตกแยกแพร่กระจายทางโซเชียลมีเดีย การมีสติปัญญาจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดการอุปสรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากข่าวพระราชดำรัสแล้ว ยังมีพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่น่าประทับใจ เช่น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเนื่องในวันมหิดล ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อพระบิดาแห่งการแพทย์ไทย สร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนทั่วประเทศ

ข่าวอุบัติเหตุถนนยุบและผลกระทบ

ข่าวที่น่าตกใจอีกประการคือเหตุถนนยุบตัวยาวกว่า 50 เมตร ในพื้นที่ใกล้โรงพยาบาลและโรงพัก ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขต้องปิดตึก รถยนต์ตกลงไปในหลุม น้ำประปาแตก และไฟฟ้าดับ เหตุการณ์นี้เกิดจากธรณีวิปโยคที่ไม่คาดคิด ทำให้ประชาชนในพื้นที่หวาดกลัวและต้องอพยพ สาเหตุเบื้องต้นมาจากการก่อสร้างใต้ดินที่อาจขาดการตรวจสอบอย่างเข้มงวด รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

  • ผลกระทบหลัก: การจราจรติดขัดและความเสี่ยงต่อชีวิต
  • การตอบสนองจากหน่วยงาน: สั่งหยุดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสีม่วงชั่วคราว
  • บทเรียน: ต้องมีระบบตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

คดีอาชญากรรม: การจับกุมไฮโซลูกนัท

ในส่วนของข่าวอาชญากรรม ตำรวจสามารถจับกุมนายนัท หรือไฮโซลูกนัทที่หลบหนีคดีทำร้ายร่างกายได้ หลังจากเบี้ยวหมายเรียกถึง 3 ครั้ง ผู้ต้องหายืนยันว่าจะเยียวยาผู้เสียหาย แต่คู่อริไม่ยอมรับข้อเสนอ คดีนี้สะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่คนมีฐานะอาจพยายามหลีกเลี่ยงความยุติธรรม แต่กฎหมายจะต้องเป็นเครื่องมือที่เท่าเทียม

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การเยี่ยมทหารของผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการถกปัญหากับอาร์บีซี ซึ่งจบลงด้วยการยึดคืนพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ในฉบับล่วงหน้า วันที่ 26 กันยายน ยังมีข่าวลูกจ้างหญิงสามารถลาปวดท้องประจำเดือนได้ไม่เกิน 3 วันต่อเดือน รวมถึงการถวายราชสักการะวันมหิดล และปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่หนองจานที่ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพไปนอนวัด

ข่าวการเมืองยังครอบคลุมการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีใหม่ รวมถึงอำนาจของรัฐสภาที่อาจคว่ำรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ป.ป.ช. ภาค 8 กำลังตรวจสอบวิลล่าสมุยที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านนอมินี โดยใช้กฎหมายเด็ดขาดเพื่อปราบปราม

โดยรวมแล้ว ฉบับนี้ของเดลินิวส์เต็มไปด้วยข่าวที่หลากหลาย ตั้งแต่เรื่องราชสำนัก การเมือง สังคม จนถึงภัยพิบัติ สะท้อนภาพรวมของประเทศไทยในช่วงเวลานี้ พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค จึงเป็นคำแนะนำที่ทันสมัยและจำเป็นสำหรับทุกคนในการเผชิญอุปสรรค

ในฐานะนักสังเกตการณ์ ข้าพเจ้าเชื่อว่าคำตรัสนี้จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลชุดใหม่นำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – เดลินิวส์ 25 ก.ย. พระราชดำรัสให้ครม.ใหม่ เข้มแข็ง-มีสติปัญญาชนะอุปสรรค

“หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4

“หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4

ผลการจับสลากประกบคู่ฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ถูกประกาศออกมาแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาให้แฟนบอลทั่วอังกฤษ โดยเฉพาะการจับฉลากที่ทำให้ “หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 ซึ่งเป็นแมตช์ที่น่าตื่นเต้นและคาดเดาผลยาก ลิเวอร์พูล ในฐานะจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ต้องเปิดรังแอนฟิลด์รับมือคริสตัล พาเลซ คู่แข่งร่วมลีกที่ฟอร์มดีในช่วงหลัง ทำให้แฟนหงส์แดงต้องเตรียมตัวรับมือกับงานยาก

นอกจากนี้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แชมป์เก่าของรายการนี้ ยังต้องเจอกับกระดูกยากอย่างทอตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นการดวลเดือดระหว่างสองทีมใหญ่ของพรีเมียร์ลีก ขณะที่อาร์เซนอล จะพบกับไบรท์ตัน ในศึกบิ๊กแมตช์อีกคู่หนึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี ต้องบุกไปเยือนสวอนซี ซิตี ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะเปิดบ้านต้อนรับเชลซี ทุกคู่นัดชิงชัยจะฟาดแข้งกันในสัปดาห์ของวันที่ 27 ตุลาคมนี้

“หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4: วิเคราะห์คู่เดือด

การจับสลากครั้งนี้ทำให้ “หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 กลายเป็นไฮไลต์หลัก ลิเวอร์พูลที่กำลังนำหัวตารางพรีเมียร์ลีกด้วยฟอร์มอันร้อนแรง ภายใต้การนำของเทรนเนอร์คนใหม่ จะต้องเผชิญหน้ากับคริสตัล พาเลซ ทีมที่เล่นเกมรับเหนียวแน่นและมีนักเตะตัวฉกาจอย่างวิลฟรีด ซาฮา ซึ่งเคยสร้างปัญหาให้หงส์แดงมาแล้วในลีก การเล่นที่แอนฟิลด์อาจเป็นข้อได้เปรียบ แต่พาเลซก็ไม่ใช่ทีมที่จะยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะในรายการถ้วยใบนี้ที่พวกเขามีประวัติการสร้างเซอร์ไพรส์

คู่ที่น่าจับตามองในรอบ 4

สำหรับนิวคาสเซิล แชมป์เก่าที่เพิ่งทุ่มเงินซื้อตัวผู้เล่นชื่อดังมาร่วมทีม พวกเขาต้องดวลกับสเปอร์ส ซึ่งกำลังฟอร์มดีภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ การพบกันครั้งนี้ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” คงจะเป็นแมตช์ที่เต็มไปด้วยเกมบุกแลกหมัด โดยเฉพาะแนวรุกของทั้งสองทีมที่อันตรายมาก

  • อาร์เซนอล vs ไบรท์ตัน: ปืนใหญ่ที่กำลังลุ้นแชมป์ลีก ต้องเจอเซาแธมป์ตันแห่งทะเลใต้ ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่สดใสและอาจสร้างปัญหาได้
  • สวอนซี vs แมนฯ ซิตี: หงส์ขาวจากเวลส์จะเป็นทีมรองบ่อนที่ท้าทายเรือใบสีฟ้า ที่มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคุมทัพ
  • วูล์ฟส์ vs เชลซี: หมาป่าจะเปิดบ้านรับสิงห์บลู ซึ่งกำลังปรับตัวใหม่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงเจ้าของสโมสร
  • คู่อื่นๆ: กริมสบี vs เบรนท์ฟอร์ด, เร็กซ์แฮม vs คาร์ดิฟฟ์, วีคอมบ์ vs ฟูแลม ก็เป็นแมตช์ที่น่าสนใจสำหรับทีมเล็กที่อยากสร้างปาฏิหาริย์

คาราบาว คัพ รอบ 4 ครั้งนี้เต็มไปด้วยคู่บิ๊กแมตช์ที่ “หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลุ้นที่เข้มข้น ทีมใหญ่หลายทีมต้องเจองานหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่การพลิกผันที่น่าตื่นเต้น ฟุตบอลอังกฤษในรายการถ้วยใบนี้มักมีเซอร์ไพรส์เสมอ ทำให้แฟนบอลไม่ควรพลาด

จากมุมมองของนักวิเคราะห์ ลิเวอร์พูลมีโอกาสผ่านเข้ารอบสูง แต่ต้องระวังเกมโต้กลับของพาเลซ ส่วนนิวคาสเซิลกับสเปอร์ส คงเป็น 50-50 เลยทีเดียว การแข่งขันในสัปดาห์ที่ 27 ตุลาคม จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของทีมชั้นนำก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของฤดูกาล

คุณคิดว่าทีมไหนจะเข้ารอบได้บ้าง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารฟุตบอลอัปเดตทุกวันที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในศึกคาราบาว คัพ

ที่มา – “หงส์แดง” จับติ้วชนพาเลซ “สาลิกา” ซี้ดดวล “ไก่” ศึกคาราบาว คัพ รอบ 4

“อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด

“อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด

ในศึกยูโรปา ลีก รอบลีกเฟส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา การแข่งขันระหว่างรีล เบติส ทีมดังจากสเปน กับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จากอังกฤษ ถือเป็นแมตช์ที่ดุเดือดสุดๆ เบติส เปิดรังเบนีโต บียามาริน และเกือบจะแพ้ แต่สุดท้ายไล่ตีเสมอได้ 2-2 เรียกได้ว่า “อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด จริงๆ

“อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด

เกมนี้เริ่มต้นด้วยรีล เบติส ที่ออกตัวแรงมาก เจ้าถิ่นขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 15 จากจังหวะที่ อันโตนี ส่งบอลให้เซดริก บากัมบู ซัดเข้าไปอย่างสวยงาม การแอสซิสต์ของอันโตนีในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์เกมของเขาได้อย่างชัดเจน แต่ไม่นาน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว อิกอร์ เชซุส ทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 18 และตามด้วยประตูที่สองในนาทีที่ 23 ทำให้ “เจ้าป่า” พลิกกลับมานำ 2-1 อย่างน่าตกใจ

ช่วงครึ่งหลัง ฟอเรสต์ ดูเหมือนจะครองเกมได้ดี และชัยชนะดูจะตกเป็นของพวกเขา แต่รีล เบติส ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในนาทีที่ 85 มาร์ก โรกา ส่งบอลยัดเข้าเขตโทษ และอันโตนี ก็รับหน้าที่ซัดเข้าไปไม่เหลือ ช่วยให้ทีมตีเสมอ 2-2 ได้ทันเวลา นี่คือโมเมนต์ที่ “อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด อย่างแท้จริง การทำประตูนี้ไม่เพียงช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ แต่ยังเป็นการประเดิมสนามในยูโรปา ลีก ด้วยการแบ่งแต้มกันไปทีมละ 1 คะแนน

ไฮไลต์สำคัญของแมตช์นี้

มาดูไฮไลต์กันแบบละเอียด: อันโตนี ไม่ใช่แค่ยิงประตู แต่ยังมีส่วนร่วมในการแอสซิสต์ครั้งแรกที่ช่วยให้ทีมนำ การเล่นของเขาทำให้แฟนบอลเบติส ตื่นเต้นตลอดทั้งเกม ขณะที่ฟอเรสต์ แสดงให้เห็นถึงความดุดันในการรุก โดยเฉพาะเชซุส ที่ทำแฮตทริกเกือบได้ แต่สุดท้ายก็เสมอกันไป นอกจากนี้ สภาพอากาศและบรรยากาศในสนามเบนีโต บียามาริน ก็ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับแมตช์นี้

  • นาทีที่ 15: อันโตนี แอสซิสต์ให้บากัมบู ขึ้นนำ 1-0
  • นาทีที่ 18: เชซุส ตีเสมอ 1-1
  • นาทีที่ 23: เชซุส ยิงนำ 2-1
  • นาทีที่ 85: อันโตนี ยิงตีเสมอ 2-2

ผลการแข่งขันนี้ทำให้ทั้งสองทีมเริ่มต้นฤดูการด้วยผลงานที่น่าพอใจ โดยเบติส ยังคงต้องปรับปรุงเกมรับให้แน่นกว่านี้ ในขณะที่ฟอเรสต์ แสดงศักยภาพในการบุกที่อันตราย การ “อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด ถือเป็นหนึ่งในแมตช์เด่นของยูโรปา ลีก รอบนี้

นอกจากคู่นี้ ผลคู่อื่นๆ ในรอบลีกเฟส ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น มิดทิลลันด์ ชนะ สตรวม 2-0, พีเอโอเค เสมอ มัคคาบี เทล อาวีฟ 0-0, บรากา ชนะ เฟเยนูร์ด 1-0, เรด สตาร์ เสมอ เซลติก 1-1, ดินาโม ซาเกร็บ ชนะ เฟเนร์บาห์เช 3-1, ไฟร์บวร์ก ชนะ บาเซิล 2-1, มัลโม แพ้ ลูโดโกเร็ตส์ 1-2, และนีซ แพ้ โรมา 1-2 การแข่งขันเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสูสีของทีมต่างๆ ในรายการ

จากมุมมองของกูรูฟุตบอล การเล่นของอันโตนี ในแมตช์นี้คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เบติส ไม่เสียแต้มเต็ม หากไม่มีเขา ทีมอาจจะแพ้ไปแล้ว มันสะท้อนถึงความสำคัญของนักเตะตัวรุกที่มีคุณภาพในทัวร์นาเมนต์ใหญ่แบบนี้ แฟนบอลควรติดตามผลงานของเขาในนัดต่อไป เพราะน่าจะมีเซอร์ไพรส์อีกมาก

หากคุณชื่นชอบฟุตบอลยูโรปา ลีก อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารและไฮไลต์การแข่งขันจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ!

ภาพ AFP

ที่มา – “อันโตนี” แผลงฤทธิ์ทั้งยิงทั้งจ่ายพา “เบติส” ไล่เจ๊า “เจ้าป่า” เดือด

“ปืนใหญ่” สอนเชิง “พอร์ต เวล” ตบเท้าเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนบอลทุกท่าน! ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 ที่เพิ่งจบลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา อาร์เซนอล หรือที่เรารู้จักกันในนาม “ปืนใหญ่” ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยสักนิด เมื่อพวกเขาบุกไปเอาชนะ พอร์ต เวล ทีมจากลีกทู ด้วยสกอร์ 2-0 อย่างน่าเชื่อถือ คว้าตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือที่เรียกกันว่ารอบ 4 ได้สำเร็จ นี่คือชัยชนะที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของทีมชั้นนำเหนือทีมเล็กๆ ในรายการนี้

ภาพการแข่งขัน อาร์เซนอล vs พอร์ต เวล

“ปืนใหญ่” สอนเชิง “พอร์ต เวล” ตบเท้าเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ

เกมการแข่งขันนี้ “ปืนใหญ่” ครองบอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ บุกกดดันแบบวันเวย์ตั้งแต่เริ่มเกม ทำให้ พอร์ต เวล ทีมจากลีกทูแทบไม่มีโอกาสหายใจหายคอ ประตูแรกของแมตช์นี้มาถึงในนาทีที่ 8 จากการเปิดบอลสุดเฉียบขาดของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ให้กับ เอเบเรชี เอเซ ที่แปบอลเข้าไปอย่างเนียนๆ นี่ถือเป็นประตูแรกของ เอเซ ในสีเสื้ออาร์เซนอลเลยทีเดียว ทำให้สกอร์นำ 1-0 และเกมนี้เริ่มดูง่ายขึ้นสำหรับทีมของมิเกล อาร์เตต้า

ตลอด 90 นาที อาร์เซนอล ยังคงเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น ไม่ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสยิงเข้ากรอบแม้แต่ครั้งเดียว นี่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของแนวรับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ วิลเลียม ซาลีบา ที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 “ปืนใหญ่” มาได้ประตูที่สองแบบตอกฝาโลง เมื่อ ซาลีบา วางบอลยาวข้ามแนวรับให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่รับบอลลงพื้นได้อย่างสวยงามก่อนซัดเข้าไปอย่างเด็ดขาด สกอร์ขยับเป็น 2-0 และจบเกมด้วยชัยชนะอันน่าประทับใจ

จุดเด่นของอาร์เซนอลในแมตช์นี้

มาดูจุดเด่นกันหน่อยนะครับ การเล่นของอาร์เซนอลในแมตช์ “ปืนใหญ่” สอนเชิง “พอร์ต เวล” ตบเท้าเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ นั้นชัดเจนมากในเรื่องการครองบอลและการบุกที่รวดเร็ว พวกเขามีโอกาสยิงถึง 15 ครั้ง แม้จะเป็นเกมบุกเยือนแต่ก็ดูไม่เกรงกลัวใครเลย นอกจากนี้ การเปลี่ยนตัวสำรองของโค้ชอาร์เตต้าก็ช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้ทีม โดยเฉพาะ ทรอสซาร์ ที่ลงมาแล้วทำประตูได้ทันที นี่คือตัวอย่างของทีมที่พร้อมสำหรับทุกการแข่งขัน

  • การครองบอล: อาร์เซนอล ครองบอลได้ 68% ตลอดเกม
  • ประสิทธิภาพรุก: 2 ประตูจาก 15 ครั้งยิง
  • แนวรับแน่น: พอร์ต เวล ยิงเข้ากรอบ 0 ครั้ง

สำหรับ พอร์ต เวล ถึงจะแพ้แต่ก็สู้เต็มที่ พวกเขาพยายามตั้งรับลึกแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังบุกของอาร์เซนอลได้ นี่คือเสน่ห์ของคาราบาว คัพ ที่ทีมเล็กมีโอกาสเจอทีมใหญ่เสมอ

ความหมายของชัยชนะนี้ต่ออาร์เซนอล

ชัยชนะใน “ปืนใหญ่” สอนเชิง “พอร์ต เวล” ตบเท้าเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ นี้ไม่ใช่แค่การเข้ารอบเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมก่อนลงสนามพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะนักเตะดาวรุ่งอย่าง เอเซ ที่ได้โชว์ฟอร์ม ทำให้แฟนๆ “เดอะ กันเนอร์ส” ตื่นเต้นกับอนาคตของทีม นอกจากนี้ รายการคัพยังเป็นโอกาสให้อาร์เตต้าทดลองนักเตะสำรอง ซึ่งช่วยกระจายความฟิตให้ทีมในฤดูกาลที่ยาวนาน

ในมุมมองของผม ชัยชนะนี้แสดงให้เห็นว่าอาร์เซนอลกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม หากรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ พวกเขามีลุ้นทั้งแชมป์ลีกและคัพในปีนี้แน่นอน แฟนๆ ล่ะคิดยังไง? มาคอมเมนต์กันด้านล่างว่าคุณคาดหวังอะไรจากอาร์เซนอลในรอบต่อไป!

ที่มา – “ปืนใหญ่” สอนเชิง “พอร์ต เวล” ตบเท้าเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ