ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ปธ.วุฒิสภาไม่ส่งคำร้องปม 136 สว. เหตุใด?

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ออกเอกสารชี้แจงลำดับเหตุการณ์ กรณีนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา และคณะสมาชิกวุฒิสภารวม 21 คนได้เข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 136 คนสิ้นสุดลง ดังนี้

1. วันที่ 6 ส.ค. คณะสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 21 คน ได้เข้าชื่อกันมีหนังสือ ลงวันที่ 25 ก.คเรื่อง ขอให้ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 136 คน สิ้นสุดลง โดยได้ยื่นส่งต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อวันที่ 6 ส.ค.เวลา 12.04 น.

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายดำเนินการในวันเดียวกันทันที และสำนักกฎหมายก็ได้เร่งดำเนินการสรุปสาระสำคัญของเรื่องเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการในทางธุรการ โดยมีการจัดเตรียมเรื่องเรียบร้อยแล้ว แต่กลับได้รับการประสานงานทางโทรศัพท์ว่า นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มูลาลี สว. มิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือคำร้อง สำนักกฎหมายจึงจำเป็นต้องรอการดำเนินการเพื่อตรวจสอบลายมือชื่อของนายธณัชญ์พงศ์ก่อน

2. ต่อมาในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 7 ส.ค.ปรากฏข้อเท็จจริงว่าทา นายธณัชญ์พงศ์  ได้มีบันทึก ลงวันที่ 7 ส.ค.แจ้งว่า ได้ตรวจดูต้นฉบับหนังสือคำร้องของคณะสมาชิกวุฒิสภาแล้ว พบว่านายธณัชญ์พงศ์ ไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และขอยืนยันว่า ลายมือชื่อที่ปรากฏในบัญชีแนบท้ายหนังสือนั้นเป็นลายมือชื่อปลอม ทั้งนี้ นายธณัชญ์พงศ์ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 6 ส.ค.เวลา 16.09 น. โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้รับบันทึกฉบับนี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.เวลา 09.05 น.

จากนั้นนายเดชา นุตาลัย สว. ได้มีบันทึก ลงวันที่ 7 ส.ค.แจ้งว่า นายเดชาไม่ได้ลงลายมือชื่อในบัญชีแนบท้ายหนังสือคำร้อง และลายมือชื่อที่ปรากฏอยู่นั้นไม่ใช่ลายมือชื่อของนายเดชา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้รับบันทึกฉบับนี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. และพ.อ.หญิงธณตศกร บุราคม สว. ได้มีหนังสือ ที่ พิเศษ/2568 ลงวันที่ 7 ส.ค.แจ้งว่า ขอถอนรายชื่อจากการเสนอหนังสือคำร้อง เนื่องจากเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญของการร่วมเสนอชื่อในครั้งนี้

สำนักกฎหมาย ได้มีบันทึก ลับ ที่ สว 0012.12/17 ลงวันที่ 7 ส.ค.เรื่อง ขอให้ตรวจสอบลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา เรียน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เพื่อขอความอนุเคราะห์ สำนักบริหารงานกลาง ดำเนินการตรวจสอบลายมือชื่อของสมาชิกวุฒิสภาในบัญชีแนบท้ายคำร้อง

สำนักบริหารงานกลาง ได้รับบันทึก ลับ ที่ สว 0012.12/17 ลงวันที่ 7 ส.ค. ฉบับดังกล่าว เมื่อเวลา 19.51 น. 

สำนักบริหารงานกลาง ได้มีบันทึก ลับ ที่ สว 0003.03/35 ลงวันที่ 7 ส.ค.เรื่อง ขอให้ตรวจสอบลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา เรียน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย แจ้งว่านอกจากปรากฏว่ามีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 3 คน ได้มีหนังสือแจ้งว่า ไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือขอถอนการเข้าชื่อในคำร้องดังกล่าวแล้ว ยังปรากฏผลการตรวจสอบลายมือชื่อในเบื้องต้น โดยสำนักบริหารงานกลางพบว่า มีลายมือชื่อของสมาชิกวุฒิสภาที่สอดคล้องกับลายมือชื่อที่สมาชิกวุฒิสภาได้ให้ไว้ในแบบตัวอย่างลายมือชื่อสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 16 คน และบางท่านไม่สอดคล้องกับลายมือชื่อ จำนวน 5 คน

จากข้อเท็จจริงตามลำดับเวลาดังกล่าว จึงแสดงให้เห็นว่า ภายหลังจากที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับหนังสือคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 ส.ค แล้ว ก็ได้มีการดำเนินการตามลำดับขั้นตอนในทันทีโดยมิได้มีความล่าช้าแต่อย่างใด และได้เสนอเรื่องต่อประธานวุฒิสภาแล้ว แต่ด้วยเหตุที่คำร้องดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องลายมือชื่อและจำนวนสมาชิก

วุฒิสภาที่ร่วมลงลายมือชื่อ ทำให้มีจำนวนสมาชิกวุฒิสภาลงลายมือชื่อร่วมเสนอหนังสือคำร้องเพียงจำนวน (21 – 3) = 18 คน (ยังไม่หักจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่ปรากฏผลการตรวจสอบลายมือชื่อของสำนักบริหารงานกลางในเบื้องต้นว่า ไม่สอดคล้องกับที่ให้ไว้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอีก จำนวน 3 คน) ทำให้ไม่ครบจำนวน 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือไม่ครบ 20 คน ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง กำหนดไว้

ดังนั้น ประธานวุฒิสภาจำต้องมีหนังสือแจ้งนพ.เปรมศักดิ์ ผู้เสนอคำร้องหลัก และคณะ ทราบว่า ไม่สามารถส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภาไม่ครบ 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคหนึ่ง กำหนด.

ประธานวุฒิสภาไม่ส่งคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญปม’136 สว.‘ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10

เรื่องนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสังคมถึงเหตุผลที่ ประธานวุฒิสภาไม่ส่งคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญปม’136 สว.‘ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 ซึ่งรายละเอียดที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ชี้แจงมานั้นค่อนข้างชัดเจนถึงขั้นตอนและเหตุผลต่างๆ

ทำไมประธานวุฒิสภาถึงไม่ส่งคำร้อง?

จากข้อมูลที่ปรากฏ ประธานวุฒิสภาไม่ส่งคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญปม’136 สว.‘ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการตรวจสอบลายมือชื่อและการถอนชื่อของสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน ทำให้จำนวนผู้ร่วมลงชื่อไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ถึงแม้ว่า ประธานวุฒิสภาไม่ส่งคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญปม’136 สว.‘ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10 จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ กระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อและเหตุผลในการถอนชื่อของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอาจนำไปสู่การพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขกระบวนการต่างๆ ในอนาคต

ที่มา – ‘ประธานวุฒิสภา’ไม่ส่งคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญปม’136 สว.‘ เหตุรายชื่อ สว.ไม่ครบ 1 ใน 10

วัดนายโรง เขตบางกอกน้อย จัดงานวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา วัดนายโรง ร่วมกับสำนักงานเขตบางกอกน้อย จัดโครงการสำคัญเพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในกิจกรรม วันแม่แห่งชาติ ณ ห้องประชุมอนันตนาคราช สำนักงานเขตบางกอกน้อย โดยมี นางกฤติมา นิ่มน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางกอกน้อย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระครูวิจัยธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนายโรง เป็นประธานในการเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา และเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงานและภาคเครือข่าย อาทิ กรมบังคับคดี, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ประธานชุมชนเขตบางกอกน้อย, การยางแห่งประเทศไทย, สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์, สภาเกษตรกรแห่งชาติ, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี, ชมรมคนรักบางกอกน้อย, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, โรงพยาบาลธนบุรี, กลุ่ม TO BE NUMBER ONE (โครงการรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติด) เป็นต้น ทุกภาคส่วนได้ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธแสดงผลงานจากศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดสุทธาวาส เขตบางกอกน้อย ที่นำเสนอทักษะและความสามารถต่างๆ เช่น การซ่อมคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการประดิษฐ์ดอกมะลิวันแม่ด้วยกระดาษทิชชู่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนใจและได้รับความชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

พระครูรัตนโสภณ เจ้าอาวาสวัดนายโรง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดพิธีในครั้งนี้ว่า มีเป้าหมายเพื่อแสดงออกซึ่งความรักและความกตัญญูกตเวที ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสที่ทรงมีพระชนมายุ 93 พรรษาในปีนี้ ตลอดระยะเวลา 93 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงเสียสละและทุ่มเทพระวรกายเพื่อบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ให้แก่พสกนิกรชาวไทย และทรงเป็น “ผู้สร้าง ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่” แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง ท่านยังกล่าวเสริมอีกว่า สังคมจะเกิดความปกติสุขได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจกันแสดงออกซึ่งความรัก ความดี และความสามัคคี สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมและทำให้สถาบันชาติ สถาบันพระพุทธศาสนา และสถาบันสังคมต่างๆ มีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

วัดนายโรง-เขตบางกอกน้อย จัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ‘วันแม่แห่งชาติ’

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างวัด หน่วยงานราชการ และภาคประชาชน ในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นค่านิยมที่ควรส่งเสริมและรักษาไว้ให้สืบไป

กิจกรรมวันแม่แห่งชาติที่วัดนายโรง

กิจกรรมวันแม่แห่งชาติที่วัดนายโรงและเขตบางกอกน้อยร่วมกันจัดขึ้น เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพิธีทางศาสนา การแสดงผลงานของชุมชน และการส่งเสริมอาชีพ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมงานและสังคมโดยรวม

  • การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • เป็นการส่งเสริมความรัก ความอบอุ่น และความผูกพันในครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง
  • เป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรม
  • เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ

สำหรับใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานในปีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากวัดนายโรงและสำนักงานเขตบางกอกน้อยในปีต่อๆ ไปนะครับ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่สำหรับทุกคน การได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติเช่นนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าวัฒนธรรมอันดีงามของไทยจะคงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘วัดนายโรง-เขตบางกอกน้อย’ จัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ‘วันแม่แห่งชาติ’

ตร.พบ “หมอบี” ผิดจริง ดึงเงินบริจาคผิด用途

ความคืบหน้ากรณี “หมอบี” ทูตสื่อวิญญาณ เจ้าของเพจ งมงายสไตล์หมอบี ถูกตรวจสอบเรื่องเงินบริจาค ล่าสุด รอง ผบก.ป. เผยพบความผิดปกติในการใช้เงินบริจาคจริง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม “หมอบี” ได้นำเอกสารเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม หลังถูกเชิญตัวมาสอบถามเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ โดยใช้เวลาในการสอบสวนกว่า 3 ชั่วโมง

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ทางตำรวจกองปราบได้รับเรื่องให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พบข้อพิรุธในการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีของหมอบี ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดรับบริจาคผ่านเฟซบุ๊กตั้งแต่ปี 2562 บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีในนามบุคคล โดยหมอบีมีอำนาจเบิกถอนได้แต่เพียงผู้เดียว จากการตรวจสอบพบว่ามีการเบิกถอนมากกว่า 100 ครั้ง ยอดรวมกว่า 200 ล้านบาท พบว่ามีการถอนเงินและนำไปมอบให้เจ้าอาวาสไม่ครบตามจำนวนที่เบิก ตัวอย่างเช่น บางรายการเบิก 3 ล้านบาท แต่มอบให้หลวงพ่อไม่ครบตามยอด

ตร.สอบสวน “หมอบี” ดึงเงินบริจาคใช้ผิด用途

พ.ต.อ.เอนก กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และทางวัดยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี แต่กองปราบได้รับเรื่องและส่งตำรวจไปพบเจ้าอาวาสเพื่อขอข้อมูล หมอบีเดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลและนำเอกสารทางการเงินมาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ยืนยันว่าจะไม่หลบหนี การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนที่จะมีหมายเรียกหรือหมายจับถือเป็นสิทธิของหมอบี แต่ไม่ได้ส่งผลต่อรูปคดี หากพบว่ากระทำความผิดจริง ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ทันที เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดทางอาญาแผ่นดิน

ส่วนกรณีการซื้อที่ดินในชื่อส่วนตัวโดยอ้างว่าเป็นสถานปฏิบัติธรรมนั้น พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากเงินที่นำไปซื้อที่ดินเป็นเงินของวัดที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย บัญชีที่เปิดรับบริจาคให้กับวัด จะต้องนำเงินเข้าวัดทุกบาททุกสตางค์ แต่จะต้องพิจารณาเจตนาเป็นหลักด้วย หากพบว่ามีการนำเงินไปใช้ส่วนตัว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูลความผิดจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ให้ได้

ใครเกี่ยวข้องบ้าง? “หมอบี” ดึงเงินบริจาคจริงหรือไม่?

สำหรับกรณีที่เจ้าอาวาสหรือคณะกรรมการที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า จะต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าหมอบีมีความผิดจริงหรือไม่ และต้องดูเจตนาของวัดว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ เบื้องต้นได้สอบปากคำคนสนิทของหมอบี รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้เบิกถอนเงิน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินวัดไปแล้ว และจะเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหลายส่วน

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินและการใช้จ่ายของหมอบี ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการบริจาคหรือไม่ หากพบว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร และใครจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้บ้าง

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่เปิดรับบริจาคเงิน ไม่ว่าจะในนามบุคคลหรือองค์กร จะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้เงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริจาค

ที่มา – รอง ผบก.ป. เผยพบ “หมอบี” มีมูลความผิด ดึงเงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์

‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในกิจกรรมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านทักษะพิเศษ มินิคอนเสิร์ตจาก เสก โลโซ และวงมีนบุรี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ มอบสิ่งของให้กับทหารและประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมด้วย นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถานข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกิจกรรมให้กำลังใจประชาชนดังกล่าว ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวจังหวัดสุรินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย –กัมพูชา จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และศรีสะเกษเป็นจำนวนมาก กรมราชทัณฑ์ จึงได้จัดโครงการฝึกวิชาชีพทักษะพิเศษขึ้นเพื่อร่วมสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารและประชาชนผู้ประสบปัญหาดังกล่าว โดยการจัดมินิคอนเสิร์ต เสก โลโซ พร้อมด้วยวงมีนบุรี จากเรือนจำพิเศษมีนบุรี เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านทักษะพิเศษ โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมทักษะเฉพาะทางให้กับผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมภายหลังพ้นโทษ ตลอดจนการมีส่วนร่วมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี พร้อมคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมราชทัณฑ์ ร่วมนำสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภคมอบให้กับทหาร และผู้อำนวยการศูนย์พักพิงฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงฯ กรมราชทัณฑ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน.

‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำทีม ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง ทหาร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การแสดงมินิคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านทักษะพิเศษ ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมทักษะเฉพาะทางแก่ผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับคืนสู่สังคม

วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม ‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์

กิจกรรม ‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • สร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน
  • ผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับผู้ต้องขังและประชาชน
  • ฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านทักษะพิเศษ
  • พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมทักษะเฉพาะทางให้กับผู้ต้องขัง
  • เตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสำหรับการกลับคืนสู่สังคม

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับทหารและผู้อำนวยการศูนย์พักพิงฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงฯ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมราชทัณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ และส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีโอกาสพัฒนาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ

‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าต่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะเป็นการรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ที่มา – ‘ทวี’ พา ‘เสก โลโซ-วงมีนบุรี’ โชว์มินิคอนเสิร์ต ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์

“นูนเญซ” เตรียมรับ 17.6 ล้านต่อสัปดาห์ซบ อัล ฮิลาล

ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย เตรียมขึ้นแท่นมหาเศรษฐีคนใหม่ หลังมีรายงานว่า กำลังจะได้รับค่าจ้างก้อนโตถึง 400,000 ปอนด์ (ราว 17.6 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หรือ 20 ล้านปอนด์ (ราว 880 ล้านบาท) ต่อปีในการย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปเล่นให้ อัล ฮิลาล พ่อบุญทุ่มของซาอุดีอาระเบีย งานนี้ทำเอาแฟนบอลหลายคนตาลุกวาวกับค่าเหนื่อยระดับนี้ ว่าแต่การย้ายทีมครั้งนี้จะส่งผลต่อทั้งสองทีมอย่างไรบ้าง มาวิเคราะห์กันครับ

ลิเวอร์พูล ตกลงขาย นูนเญซ ให้ อัล ฮิลาล ด้วยค่าตัว 46.3 ล้านปอนด์ (ราว 2,037.2 ล้านบาท) และ หัวหอกวัย 26 ปี ก็ได้รับไฟเขียวให้เดินทางไปตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญากับว่าที่ต้นสังกัดใหม่อย่างเป็นทางการเรียบร้อย การตัดสินใจปล่อยตัว “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล” ครั้งนี้ของลิเวอร์พูล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมอย่างแน่นอน

ขณะที่ “มิร์เรอร์” สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า นูนเญซ ซึ่งจะเซ็นสัญญากับ อัล ฮิลาล 3 ปี หรือ จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2028 จะได้รับค่าจ้างเพิ่มจากที่รับอยู่กับ ลิเวอร์พูล 140,000 ปอนด์ (ราว 6.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เป็น 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 20 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นการอัพค่าเหนื่อยแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวสำหรับ “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

ทั้งนี้การขาย นูนเญซ ให้กับ อัล ฮิลาล จะช่วยให้ “หงส์แดง” มีงบประมาณที่จะนำไปใช้ในการไล่ล่าหัวหอกคนใหม่มาเสริมแนวรุกมากขึ้น และเป้าหมายเบอร์ 1 ของพวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกมหากาฬของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ถูกตั้งค่าตัวเอาไว้สูงถึง 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,600 ล้านบาท) นั่นเอง การเสริมทัพครั้งนี้จะช่วยให้ลิเวอร์พูลกลับมาแข็งแกร่งได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

“นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

สิ่งที่ต้องจับตาหลัง “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวนักเตะและสโมสรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของตลาดนักเตะอีกด้วย การที่สโมสรในซาอุดีอาระเบียทุ่มเงินดึงตัวนักเตะระดับโลกไปร่วมทีมมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาลีกฟุตบอลของประเทศ และอาจจะส่งผลให้ลีกซาอุฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักเตะมากขึ้น

ผลกระทบต่อลิเวอร์พูล:

  • การเสียกองหน้าตัวหลักอย่าง นูนเญซ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในแนวรุก
  • การได้เงินจากการขาย นูนเญซ จะช่วยให้มีงบประมาณในการเสริมทัพ
  • การได้ตัว อิซัค มาเสริมทีม จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรุก

ผลกระทบต่อ อัล ฮิลาล:

  • การได้ นูนเญซ มาร่วมทีม จะช่วยเพิ่มศักยภาพในแนวรุก
  • การทุ่มเงินดึงนักเตะดัง จะช่วยยกระดับลีกฟุตบอลของประเทศ
  • การสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น จะช่วยดึงดูดแฟนบอลและนักลงทุน

การย้ายทีมของ ดาร์วิน นูนเญซ ไป อัล ฮิลาล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของนักเตะ และยังส่งผลกระทบต่อทั้งสองสโมสร รวมถึงภาพรวมของวงการฟุตบอลอีกด้วย การที่นักเตะได้รับค่าเหนื่อยก้อนโตขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของฟุตบอลในยุคปัจจุบัน และความมุ่งมั่นของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

ภาพ gettyimages

ที่มา – “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

รวบ! จอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายอาคม (สงวนนามสกุล) หรือ เอียด อายุ 67 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 40/2566 ลงวันที่ 9 ก.พ. 2566 ข้อหา “ร่วมกันใช้จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯ” ได้ในห้องพักคนงานสวนยางพารา ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2566 นายบุญธรรมฯ อายุ 54 ปี สมาชิก อบต.อิปัน ถูกคนร้ายดักยิงเสียชีวิต บริเวณถนนหลวงหมายเลข 4133 หมู่ 1 ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน หลังจากไปทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนที่ร้านข้าวต้มใกล้สี่แยกพระแสง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เข้าคลี่คลายคดีจนออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ยกก๊วน 7 ราย ทั้งคนบงการวางแผน จัดหามือปืน ขับรถ ชี้เป้า และลงมือสังหาร ก่อนรวบตัวได้ 6 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน รถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุ รถยนต์ที่ใช้ชี้เป้า โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้จ้างวานและมือปืน เหลือเพียง นายอาคม หรือ เอียด ผู้จ้างวานและจัดหามือปืนที่ยังหลบหนีคดีได้อย่างลอยนวล

กระทั่งตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้เบาะแสนายอาคม หลบหนีไปกบดานอยู่บนภูเขาสูงใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช จึงแกะรอยไล่ติดตาม แต่นายอาคมไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ก่อนจะเสียท่าถูกตำรวจกก.5 บก.ป. ตะครุบตัวได้ในห้องพักคนงานสวนยางพาราดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระแสง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายอาคม ประวัติเป็นมือปืนรับจ้างคดีฆ่า 3 ศพ เมื่อปี 2536 ที่ จ.กระบี่ ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2551 หลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางได้เพียง 14 ปี โดยหลังพ้นโทษออกมาแล้วยังมีพฤติกรรมเป็นผู้กว้างขวางและชอบคบหากับกลุ่มมือปืนภาคใต้ จนตำรวจเชื่อว่านายอาคมมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอุกฉกรรจ์หลายคดี แต่พยานหลักฐานสาวไปไม่ถึงจนย่ามใจวางแผนสังหารนายบุญธรรม หลานเขย เนื่องจากไม่พอใจที่ลงมือทำร้ายร่างกายและจิตใจหลานสาวแท้ๆ แถมยังชอบนำทรัพย์สินไปปรนเปรอหญิงอื่นด้วย

รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน

คดี รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การจับกุมนายอาคมได้ ถือเป็นการปิดฉากการหลบหนีของผู้ต้องหารายสำคัญ และนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย

แรงจูงใจในการฆ่า ส.อบต.อิปัน

แรงจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุ รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน ครั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่ามาจากการแก้แค้นแทนนหลานสาวที่ถูกทำร้าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและความรุนแรงที่ฝังรากลึกในสังคม การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาไม่เคยเป็นทางออกที่ดี และนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ทรมานแก่ทุกฝ่าย

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า กฎหมายและการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสังคมให้สงบสุข การตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรงส่วนตัวจะนำไปสู่ความวุ่นวายและการทำลายล้าง

การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดี รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรมและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการคลี่คลายคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่

ที่มา – รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน ตร.เชื่อสางแค้นแทนหลานสาวที่ถูกทำร้าย!

ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์

เกิดอุบัติเหตุคนขับรถบรรทุกพ่วงที่ตกเหวลึกในพื้นที่เขาคอม้า อ.ชาติตระการ กลับกลายเป็นการพบอีกเหตุซ้อนที่สลดกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก MG สภาพไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ ไม่พบป้ายทะเบียน คาดประสบเหตุมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหาญาติและสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นโค้งอาถรรพ์ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ร.ต.อ.ชัยณรงค์ คงเมือง รอง สว.สอบสวน สภ.ชาติตระการ พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชาติตระการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ผู้นำท้องที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อ MG สภาพเก่าเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ที่ประสบอุบัติเหตุตกเขาคอม้า บนถนนสายโป่งแค-ชาติตระการ บริเวณหมู่ที่ 15 บ้านตีนตก ตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ที่ลึกลงจากถนนประมาณ 50 เมตร

สืบเนื่องจากวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงบรรทุกไม้ยูคาลิปตัสเต็มคันเบรกแตกเสียหลักตกเหวบริเวณเขาคอม้าจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน เร่งลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกที่ได้รับบาดเจ็บตกไปในเหว ระหว่างนั้นลึกลงไปอีกประมาณ 20 เมตรได้พบกับซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก MG อีกคันหนึ่งอยู่ในสภาพพลิกหงายท้องฟาดอยู่กับต้นไม้ สภาพเก่ามีหญ้าและเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม ตรวจสอบภายในรถพบโครงกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาเย็นและสภาพอากาศไม่อำนวย จึงยังไม่สามารถดำเนินการนำซากรถขึ้นมาได้ในทันที

ต่อมาในช่วงสายของวันนี้จึงได้ทำการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าพื้นที่อีกครั้ง และสามารถเข้าตรวจสอบซากรถได้อย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบพบรถบรรทุกพ่วงสภาพตกเหวหัวทิ่มอยู่จึงต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ 2 คัน ใช้สายสลิงยึดรถพ่วงไว้ก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ลงไปตรวจสอบซากรถเก๋ง ที่อยู่ลึกลงไป 20 เมตร เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายรถพ่วงอาจจะไหลงลงไปได้

จากการตรวจสอบรถเก๋งคันดังกล่าว พบว่าตัวรถอยู่ในสภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน นอกจากนี้ใกล้กันยังพบชิ้นส่วนรถ อาทิ ตัวเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อื่นๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ไม่พบป้ายทะเบียนรถ ภายในซากรถยังคงพบโครงกระดูกมนุษย์ที่คาดว่าเป็นผู้ขับขี่ กระดูกได้หล่นมาอยู่บริเวณคนนั่ง แต่ยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลได้กระจัดกระจายทั่วบริเวณ

ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเลขตัวถังรถ เพื่อทำการพิสูจน์ว่าเป็นรถทะเบียนอะไร ใครเป็นผู้ครอบครองและขับขี่ และดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด

ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า รถเก๋ง MG คันดังกล่าวอาจประสบอุบัติเหตุตกเหวก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ไม่มีผู้ใดพบเห็น จากการประเมินด้วยสายตาตัวรถมีสภาพเก่าผุ คาดว่าระยะเวลาไม่น่าต่ำกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง และระยะเวลาในการเกิดเหตุ และยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิต

ด้านผู้นำท้องถิ่น ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ตามหานักดนตรีคนหนึ่งวัยประมาณ 50 ปี ที่หายตัวไปและขับรถเก๋ง MG ด้วย แต่ก็ต้องติดต่อญาติให้มาตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ซากรถเก๋ง MG และซากรถบรรทุกพ่วงขึ้นจากจุดเกิดเหตุให้แล้วเสร็จภายในวันนี้เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.ชาติตระการ พร้อมติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตมาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขาคอม้า ซึ่งเป็นโค้งอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ชาวบ้านว่าเป็นโค้งอาถรรพณ์จนเจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายมาเตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวังทางโค้งแห่งนี้เป็นอย่างมาก

เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก

เหตุการณ์ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูกนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและมีสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตราย

ที่มา – ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์

นักรักวัยเกษียณ ป่วยมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

แฟรงก์ เลน คุณพ่อลูกสองวัย 60 ปีจากอังกฤษเผยความรู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก เมื่อแพทย์แจ้งว่า ก้อนบวมที่น่าสงสัยในลำคอของเขาคือก้อนมะเร็ง ซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก

ตอนแรก เลนคิดว่าทีมแพทย์ของเขา “พูดแต่เรื่องไร้สาระ” ตอนที่พวกเขาพยายามอธิบายถึงที่มาของอาการป่วยครั้งนี้ 

แต่หลังจากที่เขาได้ลองค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเองเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือการทำออรัลเซ็กซ์ให้ฝ่ายหญิงกับโรคมะเร็งช่องปาก เขาก็เข้าใจแล้วว่า ความสัมพันธ์ทางเพศมากมายที่เขาเคยมีในช่วงอายุ 20 ต้นๆ อาจเป็นต้นเหตุการป่วยของเขา

นักรักวัยเกษียณจากเมืองเบซิงสโตก มณฑลแฮมป์เชอร์ เล่าว่า เมื่อสองปีก่อน เขาเริ่มสังเกตเห็นก้อนแข็งๆ ที่คอ ซึ่งมีขนาดเท่าไข่ต้ม

“ผมกำลังโกนหนวดอยู่ก็เลยลองคลำคอแล้วก็คิดว่า ‘ทำไมมันรู้สึกแข็งๆ’” เลนกล่าว “มันเป็นแค่ก้อนบวมนิดหน่อย ผมรู้สึกเหนื่อยมาก แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องงานและพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ผมยังต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำคืนละ 3-4 ครั้ง แต่ก็คิดว่าคงเป็นเพราะอายุมากขึ้น

“แฟนผมบอกให้รอดูสักสองสัปดาห์ เพราะมันอาจจะเป็นต่อมน้ำเหลืองบวมจากการออกกำลังกายแบบหนักๆ”

เลนคิดว่าการออกกำลังกายน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงไม่ได้สนใจมากนักและใช้ชีวิตตามปกติ แต่สองสัปดาห์ต่อมา ก้อนลึกลับก็ยังคงอยู่ เขาจึงตัดสินใจไปตรวจกับหมอ

เลนเล่าว่า หมอมองเห็นก้อนเนื้อ “ยื่นออกมาจากด้านบนของต่อมทอนซิล” เมื่อตรวจดูใกล้ๆ ก่อนที่จะส่งตัวเขาไปตรวจชิ้นเนื้อ หลังจากนั้น 10 วัน เขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าเขาเป็นมะเร็งที่ลำคอ โดยทีมแพทย์บอกว่าสาเหตุคือ เขาได้รับเชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส (HPV)

HPV คือกลุ่มไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังและเยื่อบุผิวที่มีความชุ่มชื้นในร่างกาย เช่น ที่ปากมดลูก ทวารหนัก ช่องปาก และลำคอ ไวรัสนี้มักจะแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ไวรัส HPV คือสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ปากมดลูกซึ่งอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูกได้ จึงคาดกันว่า ไวรัสนี้อาจส่งผลกระทบคล้ายกันต่อเซลล์ในลำคอ แม้จะยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก็ตาม

โดยปกติแล้ว HPV จะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ และคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อก็ไม่รู้ตัว เพราะอาจต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษกว่าจะพัฒนาไปเป็นโรคร้าย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคมะเร็งปากมดลูกมักใช้เวลา 15-20 ปีในการพัฒนาหลังจากการติดเชื้อ HPV ครั้งแรก

เลนซึ่งเคยรับราชการในกองสื่อสารหลวงของกองทัพบกแห่งสหราชอาณาจักร เป็นเวลานานถึง 12 ปี กล่าวว่า เขาได้รับแจ้งว่าผลการตรวจชิ้นเนื้อชี้ให้เห็นว่าเขาติดเชื้อไวรัสนี้มานานถึง 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในช่วงอายุ 20 ปีเศษ และมีกิจกรรมทางเพศเป็นประจำ

“ตอนนั้นผมกำลังสนุกกับชีวิต แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งกับผู้หญิงมากมายขนาดนั้น” เขากล่าวถึงช่วงวัยรุ่น “ตอนที่หมอบอกว่าผมเป็นมะเร็งที่คอ ผมคิดว่าเขาพูดไร้สาระอยู่แวบหนึ่ง เพราะผมเลิกสูบบุหรี่มา 10 ปีแล้ว

“[พอเขาบอกว่า] คุณเป็นมะเร็งคอเพราะการทำออรัลเซ็กซ์ให้ผู้หญิง…ผมแปลกใจมาก” เลนยังเล่าว่าเพื่อนร่วมงานบางคน “หัวเราะ” และไม่เชื่อเมื่อเขาบอกถึงที่มาของมะเร็ง 

“ผมบอกให้พวกเขาลองไปค้นใน ‘กูเกิล’ ดู แล้วผมก็เห็นพวกเขาหน้าซีดกันหมด” เลนกล่าว

ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว เลนเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการบำบัดเคมีสองรอบที่โรงพยาบาลเฮนลีย์ในเมืองเฮนลีย์-ออน-เทมส์ มณฑลออกซฟอร์ดเชอร์ แต่เนื่องจากวิธีรักษาดังกล่าวไม่สามารถกำจัดก้อนเนื้อได้ หมอจึงแนะนำให้เข้ารับการฉายรังสีนาน 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวิธีที่กำจัดมะเร็งได้สำเร็จ 

เลนบรรยายถึงการรักษาครั้งนี้ว่าเป็นการรักษาที่ “เจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต”

ขณะนี้เขาผ่านการรักษามานาน 16 เดือนแล้ว และได้รับแจ้งว่าเขาหายจากโรคแล้ว แต่ยังคงต้องไปตรวจเพื่อติดตามอาการทุก 2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของเขาปลอดมะเร็งจริงๆ 

เลนฝากคำแนะนำแบบติดตลกไว้ว่า “คำแนะนำของผมคือ อย่าไปทำออรัลเซ็กซ์ให้ใคร แต่สำหรับใครที่ทำตามไม่ได้ คำแนะนำของผมคือ ถ้าคุณมีอาการผิดปกติใดๆ อย่ามองข้าม ให้รีบไปตรวจซะ”

เรื่องราวของแฟรงก์ เลน เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงของ HPV และความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีกิจกรรมทางเพศที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่เสมอ

นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

กรณีของนักรักวัยเกษียณรายนี้ แสดงให้เห็นว่าเชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ แม้จะผ่านไปหลายสิบปีก็ตาม การป้องกันตัวเองจากเชื้อ HPV จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งลำคอจาก นักรักวัยเกษียณ

การป่วยเป็นมะเร็งลำคอของ นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์ ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพและตรวจเช็คความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องราวของ นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์ กระตุ้นให้เราฉุกคิดถึงความสำคัญของการป้องกันตัวเองจากเชื้อ HPV และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม

ความรู้เกี่ยวกับเชื้อ HPV และความเสี่ยงของมะเร็งลำคอเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทราบ เพื่อให้เราสามารถป้องกันตัวเองและคนที่เรารักจากโรคร้ายนี้ได้

ที่มา : นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ฯพณฯ หว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี วันชาติของสิงคโปร์ และการเฉลิมฉลองครอบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ ฯ ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติซึ่งเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์เริ่มต้น ตั้งแต่เมื่อสิงคโปร์ได้รับเอกราชในปี 2508 นับจากนั้นทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและราบรื่นมายาวนาน โดยมีการแลกเปลี่ยนระดับสูงและการทำงานร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน )

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี
สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสิงคโปร์ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ.

เนื่องในโอกาส สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี เรามาย้อนดูความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศกันครับ

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์นั้นแน่นแฟ้นและยาวนาน ก่อเกิดความร่วมมือในหลากหลายมิติ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของการครบรอบ 60 ปี

ความสำคัญของ สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันมาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนของทั้งสองประเทศด้วย ที่มีความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์นั้นครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และความมั่นคง ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง

ในด้านเศรษฐกิจ สิงคโปร์เป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทย และไทยก็เป็นตลาดที่สำคัญสำหรับสินค้าและบริการของสิงคโปร์ ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง

ในด้านการศึกษา ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ รวมถึงการทำวิจัยร่วมกัน ความร่วมมือนี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ

ในด้านวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศมีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองประเทศมีมรดกทางวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศรู้สึกใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ในด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคามอื่นๆ ความร่วมมือนี้ช่วยให้ทั้งสองประเทศมีความปลอดภัยและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

การเฉลิมฉลอง สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี นี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันมาอย่างยาวนาน และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

ในอนาคต ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาไปได้อีกมาก ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันในด้านใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยี การเงิน และพลังงาน ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งสองประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย

มาร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์กันนะครับ! การครบรอบ 60 ปีนี้เป็นการยืนยันถึงมิตรภาพและความร่วมมือที่เรามีร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ที่มา – สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

ธนกฤตแนะแจ้งเอาผิด ฮุนเซน ขอรับเงินเยียวยา

นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียญาติพี่น้อง ให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ นายธนกฤตได้กล่าวถึงสถานการณ์ความเครียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า โดยระบุว่าได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลตำรวจถึงความต้องการในการดูแลด้านจิตใจของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจิตแพทย์มีจำนวนจำกัด กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยจากการประเมินพบว่า ตชด. มีภาวะความเครียดในระดับค่อนข้างสูง ซึ่งแพทย์ได้ให้ยาลดความเครียดและวางแผนการรักษาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายธนกฤตยังได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องกลิ่นศพที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยได้สั่งการให้กรมอนามัยใช้เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งเฝ้าระวังเรื่องแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อป้องกันโรคติดต่อ และได้มอบหน้ากากอนามัย N95 และยาสามัญประจำบ้านให้กับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนและเจ้าหน้าที่

นายธนกฤตยังได้กล่าวถึงกรณีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด โดยระบุว่าโชคดีที่แพทย์สามารถต่อเส้นเลือดใหญ่ได้สำเร็จ ทำให้รอดชีวิตมาได้

“ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา

ในฐานะนักกฎหมาย นายธนกฤตได้เน้นย้ำถึงสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ถูกฝ่ายกัมพูชายิงจรวดใส่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ นายธนกฤตแนะนำให้ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่ โดยให้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่สั่งการ ซึ่งก็คือสมเด็จฮุนเซน และฮุน มาเนต

ทำไมต้องแจ้งความเพื่อขอรับเงินเยียวยา?

การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญในการนำไปยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยากับทางกระทรวงยุติธรรม โดยญาติของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินศพละ 110,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็สามารถเรียกร้องสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลได้ นอกจากนี้ ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายก็สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือได้เช่นกัน

นายธนกฤตกล่าวว่า ประชาชนสามารถไปยื่นเรื่องได้ที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของรัฐในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง และเป็นการแสดงความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน

ดังนั้น หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อย่าลังเลที่จะดำเนินการตามคำแนะนำของนายธนกฤต เพื่อรักษาสิทธิของท่านและได้รับการเยียวยาที่พึงได้รับ

“ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา เป็นแนวทางที่สำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นการยืนยันว่ากฎหมายยังคงให้ความคุ้มครองและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ที่มา – “ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา