ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ต้นสังกัดอัปเดตอาการ ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ล่าสุด หลังผ่าตัดยังไม่ฟื้นตัว-รพ.งดเข้าเยี่ยม

ต้นสังกัดอัปเดตอาการ ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ล่าสุด หลังผ่าตัดยังไม่ฟื้นตัว-รพ.งดเยี่ยม

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ในวงการบันเทิงไทย เมื่อนักร้องชื่อดังอย่าง ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ตกเป็นเหยื่อของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งเกิดขึ้นภายในปั๊มน้ำมันย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับแฟนๆ และชาวโซเชียลอย่างมาก

เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

จากข้อมูลที่มีอยู่ เป๊ก ผลิตโชค ถูกชายวัย 21 ปี ใช้มีดทำร้ายจนบาดเจ็บบริเวณคาง มีเลือดอาบทั่วร่าง หลังจากนั้นไม่นาน คลิปจากกล้องวงจรปิดก็ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะพฤติกรรมของเป๊กในคลิปที่หลายคนต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ทางต้นสังกัด White Music ได้ออกมาอัปเดตอาการของศิลปินหัวใจทองคำ โดยระบุว่า ‘เป๊กยังอยู่ระหว่างการพักฟื้น และยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์หลังผ่าตัด’

โรงพยาบาลแจ้งความร่วมกันงดเยี่ยม เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ อาการของเป๊ก ผลิตโชค โดยระบุว่าผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันดังกล่าว มีอาการบาดเจ็บที่คางและไหล่ซ้ายอย่างชัดเจน ทีมแพทย์ได้ดำเนินการผ่าตัดล้างและเย็บแผลบริเวณคาง พร้อมทั้งตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วย CT Scan และเอ็กซเรย์ตามอวัยวะต่างๆ

เพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อและให้เขามีสภาพร่างกายที่พร้อมที่สุด ทางโรงพยาบาลได้ งดเยี่ยมเป๊ก ผลิตโชคชั่วคราว แม้แต่ทางต้นสังกัดก็ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้

ความร่วมมือระหว่างต้นสังกัดและโรงพยาบาลในการดูแลศิลปิน

White Music ออกมายืนยันผ่านแถลงการณ์ว่าทางบริษัทกำลังเฝ้าตามติดสถานการณ์ของ ‘เป๊ก ผลิตโชค’ อย่างใกล้ชิด และไม่ได้นิ่งนอนใจ หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้าใดๆ จะรีบแจ้งให้แฟนๆ ทราบผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

โดยระบุในแถลงการณ์ไว้ว่า “อัปเดตอาการของ เป๊ก ผลิตโชค ล่าสุดหลังผ่าตัด ทางโรงพยาบาลแจ้งว่ายังไม่อนุญาตให้เยี่ยม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการพักผ่อนและปลอดภัยจากเชื้อโรค”

  • อาการบาดเจ็บของเป๊ก: แผลฉีกที่คางและไหล่ซ้าย
  • การรักษาเบื้องต้น: ผ่าตัดล้างแผลและติดตามอาการผ่านทีมแพทย์หลายสาขา
  • สถานที่รักษา: โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง
  • การเยี่ยมผู้ป่วย: งดเยี่ยมช่วงพักฟื้น

สำหรับแฟนๆ ที่ติดตามเหตุการณ์นี้มาอย่างต่อเนื่อง ต่างร่วมส่งกำลังใจผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อสุขภาพและสภาวะจิตใจของ เป๊ก ผลิตโชค ที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของเทคโนโลยี กล้องวงจรปิด และการมีระบบติดตามเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที เพื่อการยืนยันบทบาททางกฏหมาย และให้สามารถตอบกลับข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว

บทสรุปและกำลังใจจากแฟนคลับ

แม้ว่าปัจจุบัน เป๊ก ผลิตโชค จะยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ครบถ้วน แต่กำลังใจจากแฟนคลับทั่วทั้งประเทศยังคงล้นหลาม โดยหลายเสียงระบุว่าขอให้เขากลับมาแข็งแรงเร็วๆ นี้ และพร้อมสนับสนุนผลงานของเขาทั้งทางดนตรีและเส้นทางอื่นๆ ที่เขายังมีโอกาสสร้างสรรค์ต่อไป

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดตามเรื่องนี้ อย่าลืมให้คำแนะนำหรือข้อความดีๆ ถึงเป๊กผ่านการแชร์ในแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไป

“จีดับเบิ้ลยูเอส” ผนึก “ดีป้า” หนุนคลาวด์ให้สตาร์ทอัพ

“จีดับเบิ้ลยูเอส” ผนึก “ดีป้า” หนุนคลาวด์ให้สตาร์ทอัพไทยเติบโต

เมื่อวันที่ บริษัท จีดับเบิ้ลยูเอส คลาวด์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำจากไต้หวัน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพและ SME ของไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ในการทรานสฟอร์มธุรกิจให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า การใช้บริการคลาวด์ไม่ใช่แค่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพและ SME มากขึ้น “จีดับเบิ้ลยูเอส” มุ่งมั่นที่จะเป็นตัวกลางระหว่างเทคโนโลยีระดับโลกจากไต้หวันกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ทั้งรวดเร็ว เสถียร และปลอดภัย เป็นไปตามเทรนด์เทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

ทำไมจีดับเบิ้ลยูเอสเลือกไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค?

  • ทำเลศูนย์กลาง – ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียน จึงเหมาะเป็นฮับให้บริการไปยังประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • อุตสาหกรรมคลาวด์เติบโต – จากนโยบาย Cloud First Policy ของรัฐบาล ทำให้ตลาดคลาวด์ในไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และได้รับความสนใจจากทั้งบริษัทเอกชนและภาคการศึกษามากขึ้น โดยมีการประเมินว่ามูลค่าการใช้บริการคลาวด์ในปี 2025 อยู่ที่กว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหตุนี้เอง “จีดับเบิ้ลยูเอส” จึงไม่เพียงแต่ขยายธุรกิจในประเทศไทย แต่ยังมองไปที่การเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ปูทางให้สตาร์ทอัพไทยก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างมั่นใจ และถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือกำลังเริ่มต้นธุรกิจ เทรนด์นี้อาจเป็นโอกาสของคุณที่จะมีเครื่องมือระดับโลกในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง

คลาวด์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับ SMEs อีกต่อไป

“จีดับเบิ้ลยูเอส” มีเป้าหมายที่อยากจะให้สตาร์ทอัพและ SME ได้ลองใช้งานบริการคลาวด์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งในช่วงยุค AI และ Cloud ที่กำลังมาแรง ผู้ประกอบการที่เปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลจะได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

สิ่งที่น่าสนใจคือการเข้ามาร่วมมือกับดีป้าจะช่วยเชื่อมโยงกลุ่มสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้สามารถเข้าถึงคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพ สร้างระบบที่มั่นคง และพร้อมปรับตัวร่วมกับเทคโนโลยียุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้จริงกับมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไม่เพียงในวงการธุรกิจ แต่ยังรวมถึงวงการศึกษาและพัฒนาบุคลากรในอนาคตอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ใช้ระบบคลาวด์อยู่แล้ว หรือกำลังมองหาออปชันใหม่ๆ ในตลาด คลาวด์จาก “จีดับเบิ้ลยูเอส” ก็อาจเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ การได้บริการคลาวด์ที่รองรับได้ทุกขนาดนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการวางรากฐานธุรกิจในปัจจุบัน

การร่วมมือกับ “ดีป้า” ส่งผลต่อการเติบโตด้านดิจิทัลอย่างไร?

จากคำบอกเล่าของน.ส.นีนี่ อู๋ ประธานกรรมการของบริษัท ความร่วมมือกับ “ดีป้า” ไม่ใช่เพียงการตลาดหรือทำ MOU อย่างเดียว แต่เป็นก้าวสำคัญในการค่อยๆ ยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ทางบริษัทไม่ได้โฟกัสแค่ให้บริการ แต่ยังฝึกอบรม เทคนิค และติดตามผลให้สตาร์ทอัพได้ใช้เทคโนโลยีคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่จะได้รับประโยชน์รอบด้านจากการจับมือนี้ ได้แก่:

  • สตาร์ทอัพหลายสเกลที่ยังไม่มีระบบที่ชัดเจน
  • SME ที่กำลังมองหาการทรานสฟอร์มธุรกิจแบบยั่งยืน
  • ผู้ที่ต้องการความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

ในยุคที่ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาท ความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลอย่างคุณภาพที่เหมาะสมกับงบประมาณ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ แม้จะไม่ใช่ธุรกิจที่ยังไม่ล้ำหน้า แต่ถ้าเริ่ม librify เร็วกว่า โอกาสในการเติบโตก็ยิ่งสูงกว่า

ข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมของ “จีดับเบิ้ลยูเอส”:

เน้นบริการที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยแผนขยายความร่วมมือในอนาคตเพื่อผลักดันศักยภาพของสตาร์ทอัพไทย ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์หรือโครงสร้างพื้นฐาน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า “จีดับเบิ้ลยูเอส” ผนึก “ดีป้า” หนุนคลาวด์ให้สตาร์ทอัพ เป็นโอกาสครั้งสำคัญของการเติบโตธุรกิจยุคใหม่ลองติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับข่าวล่าสุดได้เลย!

ที่มา – “จีดับเบิ้ลยูเอส” ผนึก “ดีป้า” หนุนคลาวด์ให้สตาร์ทอัพ

อิ้งค์ วรันธร เปิดตัว พี่บุ๊ค แฟนหนุ่มกลางคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี พร้อมคำพูดซึ้งน้ำตาคลอ

อิ้งค์ วรันธร เปิดตัว พี่บุ๊ค กลางคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างเสมอ

ในคืนแห่งความประทับใจที่ไม่มีวันลืม เมื่อนักร้องเสียงคุณภาพอย่าง อิ้งค์ วรันธร เปานิล ใช้เวทีคอนเสิร์ต ‘Ink Waruntorn สิบปีว่าไม่เท่าตาเห็น’ ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปีในการเขียนบทใหม่ของชีวิต โดยเธอได้เปิดตัวหวานใจหนุ่มนอกวงการอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่หลายคนรอคอยมานาน ด้วยคำพูดซึ้งที่ทำเอาน้ำตาคลอและล้นไปด้วยความรู้สึก

คำพูดสุดซึ้งจาก อิ้งค์ วรันธร ขอบคุณ พี่บุ๊ค ที่เป็นแรงใจ

บนเวทีคอนเสิร์โต้ๆ กว่าที่ อิ้งค์ วรันธร จะกล้าเผยหัวใจแบบนี้ เป็นฉากที่ไม่เพียงแต่อบอุ่นหัวใจแฟนเพลง แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ติดตามทั้งในฮอลล์และจากคลิปที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค อิ้งค์ ได้กล่าวคำพูดที่หลายคนยังจำกันได้เมื่อเธอเปิดตัว พี่บุ๊ค แฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“..คนนี้อิ้งค์ไม่เคยพูดถึงเลยบนเวทีค่ะ อยากขอบคุณมาก ๆ …ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่บุ๊ค” กลายเป็นช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่ผู้ชมรู้สึกว่าไม่ใช่แค่เพลงที่อบอุ่น แต่คือวินาทีที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความรักและความเข้าใจ

พี่บุ๊ค แฟนหนุ่มนอกวงการที่อยู่เคียงข้าง อิ้งค์ วรันธร มาตลอด

หลายคนอาจสงสัยว่า พี่บุ๊ค คือใคร ทำไมถึงทำให้สาว อิ้งค์ รู้สึกขอบคุณขนาดนี้ โดย อิ้งค์ วรันธร กล่าวบนเวทีว่า พี่บุ๊ค เป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดทั้งในวันที่เหนื่อยและวันที่เต็มไปด้วยความสุข จากที่ไม่เคยพูดถึงที่ใดเลย ครั้งนี้เธอขอใช้โอกาสพิเศษนี้ขอบคุณเขาอย่างจริงใจ

อิ้งค์ วรันธร บนเวทีคอนเสิร์ต

แฟนคลับแห่แซวรัวๆ หลัง อิ้งค์ วรันธร เปิดตัว พี่บุ๊ค

หลังจากที่คลิปเปิดตัวถูกแชร์ออกจากเวทีคอนเสิร์ต กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วและสร้างเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆ โดยหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า เขินแทนพี่บุ๊ค ส่วนอีกหลายคนเข้ามาแสดงความรู้สึกอกหักรัวๆ ว่า “ประเทศนี้มีหนุ่มพี่บุ๊คเป็นทรัพย์สินทางศิลปะของสาว อิ้งค์

อิ้งค์ เป็นนักร้องที่มีเอกลักษณ์ ไม่เพียงแค่เสียงอันทรงพลังหรือเพลงฮิตที่อยู่ในใจทุกคน แต่ยังมีความจริงใจและความใกล้ชิดกับแฟนเพลง ทั้งนี้ก็คงเป็นเหตุให้เวทีขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นแค่การแสดง แต่เป็นการแบ่งปันช่วงหนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก

ฉากซึ้งใจจากอิ้งค์และพี่บุ๊ค

ถ้าความรักเปรียบเหมือนบทเพลงหนึ่ง อิ้งค์และพี่บุ๊ค คงเป็นบทเพลงที่กลมกล่อมที่สุด สำหรับใครที่ติดตามผลงานของเธอทั้งในด้านการร้องและการใช้ชีวิต เหตุการณ์นี้ถือเป็นTasks ความอบอุ่นที่ตอกย้ำถึงพลังของความรักในชีวิตของนักร้องหญิงคนนี้

โมเมนต์มิอาจลืม คำขอบคุณจากหัวใจที่ อิ้งค์ วรันธร มอบให้

สำหรับแฟนๆ เมื่อเห็นความจริงใจแบบนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่เราจะได้คือบทเรียนเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการค้นพบคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเรา ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวทีหรือบนถนนที่ธรรมดาที่สุด ขอบคุณจากหัวใจสำหรับผู้ที่สร้างช่วงเวลากำลังใจดีดีให้อิ้งค์เสมอมา

หากคุณยังไม่ได้ดูโมเมนต์นี้ ไปดูเลย และเตรียมหัวใจไว้ให้ดี เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เพลงฮิตอยู่ไม่ไกลมากเท่ากับความจริงใจของ อิ้งค์ วรันธร และ พี่บุ๊ค ที่ทำให้หัวใจอบอุ่น

ที่มา – ‘อิ้งค์ วรันธร’ ซึ้งน้ำตาคลอ เปิดตัว ‘พี่บุ๊ค’ แฟนหนุ่มกลางเวทีคอนเสิร์ต ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างเสมอ

มหาดไทย เปิดพื้นที่พิเศษในงาน OTOP ศิลปาชีพเยียวยาผู้ประกอบการชายแดนและพื้นที่น้ำท่วม

ในยามที่บ้านเราต้องเจอกับปัญหาหลายด้าน ทั้งความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายอย่างน้ำท่วม ประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ก็ต้องเผชิญทั้งความยากลำบากและการขาดรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตการณ์เช่นนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เล็งเห็นถึงความสำคัญและการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง จึงจัดพื้นที่พิเศษในงาน OTOP ศิลปาชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

มหาดไทย เปิดพื้นที่พิเศษในงาน OTOP สร้างโอกาสผู้ผลิตท้องถิ่น

กรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย จัดเตรียมพื้นที่ในการแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ภายใต้ชื่องาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ประสบน้ำท่วม งานในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงให้ผู้ผลิต OTOP ได้มีโอกาสเข้าถึงตลาดผู้บริโภคแบบวงกว้าง

งาน OTOP แห่งความภาคภูมิใจและการสานต่อพระราชปณิธาน

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการนำวิกฤตให้เป็นโอกาส “จิตใจของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ย่อมรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยต่อเพื่อนร่วมชาติที่ประสบภัย ทางกรมจึงจัดพื้นที่พิเศษสำหรับผู้ผลิตจากสองสถานการณ์สำคัญนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาวางจำหน่ายได้ในงาน OTOP ศิลปาชีพ

  • ผู้ประกอบการจากริมชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับโอกาสอย่างยิ่งใหญ่ในกิจกรรมนี้
  • ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถนำสินค้าท้องถิ่นมาสร้างรายได้
  • สินค้า OTOP สะท้อน ภูมิปัญญาความเป็นไทย ที่ไม่ควรมองข้าม

งานนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะได้สัมผัส สินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทุกภูมิภาคของไทย ที่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่จากกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะงาน ศิลปาชีพ ที่เน้นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับชุมชน ปีนี้มีเป้าหมายเป็น “From Hand To Heart” หรือ “จากมือคนไทย…สู่หัวใจคนทั้งโลก”

มาร่วมสนับสนุน OTOP ชุมชนชายแดนและพื้นที่ประสบภัย

สำหรับผู้สนใจทั่วไป งานดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสในการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ที่มีดีทั้งในเรื่องของงานฝีมือและการออกแบบ รวมถึงยังเป็น การช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยตรง ให้ลุกสู้อีกครั้ง โดยคาดว่าปีนี้งานจะได้รับการตอบรับดีเยี่ยมจากประชาชนทั่วประเทศ ด้วยตัวเลขผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน และเงินสะพัดสูงกว่า 800 ล้านบาท

การมาเยี่ยมชมและเลือกซื้อในงาน OTOP ไม่ใช่แค่กิจกรรมช้อปปิ้ง แต่เป็นการเติมพลังใจ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญทั้งภัยจากธรรมชาติและการเมืองที่ไม่แน่นอน ดังนั้น ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในบทบาทของตัวเอง ด้วยการเป็นผู้บริโภคที่ไม่เพียงแต่รับชม แต่ยังสนับสนุนท้องถิ่นอย่างจริงใจ

หากคุณกำลังมองหาพื้นที่ที่ได้ช้อปของดี ช่วยชุมชน และสร้างกำลังใจให้พี่น้องร่วมชาติ ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ มหาดไทย เปิดพื้นที่พิเศษในงาน OTOP ศิลปาชีพเยียวยาผู้ประกอบการชายแดนและพื้นที่น้ำท่วม ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การร่วมงานในปีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การช้อปเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูประเทศจากฐานราก ขอเชิญชวนทุกท่านให้เป็นกำลังสำคัญในการ สร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง งาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี” ที่กระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดไว้ต้อนรับ

ที่มา – มหาดไทย เปิดพื้นที่พิเศษในงาน OTOP ศิลปาชีพเยียวยาผู้ประกอบการชายแดนและพื้นที่น้ำท่วม

ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ก่อนกลับมาคัมแบ็คด้วยหุ้นราคา 10.50 บาท

ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ก่อนกลับมาคัมแบ็คด้วยหุ้นราคา 10.50 บาท ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากสำหรับการบินไทย หลังจากที่หุ้นของบริษัทกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้งในรอบ 4 ปี โดยราคาเปิดตลาดที่ 10.50 บาท นับว่าเป็นราคาที่สูงกว่าครั้งก่อนอย่างชัดเจน ที่เคยอยู่ที่ 3.32 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตามตลาด (Market Cap) รวมกันเกือบ 3 แสนล้านบาทอย่างน่าเหลือเชื่อ

ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ที่ต้องหยุดซื้อขายเพราะเหตุขาดทุนมาระยะยาว

กลับไปที่เหตุการณ์จริง เมื่อช่วง 4 ปีที่แล้ว หุ้นการบินไทยต้องพักการซื้อขายเนื่องจากขาดทุนมาระยะหนึ่ง การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อคืนชีพหุ้นกลับมาอีกครั้ง โดยมีไทม์ไลน์สำคัญดังนี้:

  • – 25 พฤษภาคม 2563: การบินไทยยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
  • – 14 กรกฎาคม 2563: ศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการ
  • – 15 กรกฎาคม 2564: ศาลรับรองแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งประกอบด้วยการลดหนี้ การเจรจาเพื่อปรับโครงสร้าง และการได้รับสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังเสนอซื้อหุ้นเพิ่มทุน
  • – 20 ตุลาคม 2565: การรับรองการปรับแผนฟื้นฟูใหม่ โดยเน้นการแปลงหนี้เป็นทุนและการเพิ่มทุนครั้งใหม่
  • – 13 กรกฎาคม 2567: เริ่มพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการลดทุน และนัดประชุมเจ้าหนี้ในเดือนพฤศจิกายน
  • – 30 กรกฎาคม 2567: การบินไทยยื่นเอกสารไฟลิ่งอย่างเป็นทางการต่อ ก.ล.ต. เพื่อเข้ากระบวนการปรับโครงสร้างตลาดทุน
  • – 31 ธันวาคม 2567: แผนการปรับโครงสร้างเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการแปลงหนี้เป็นทุนและหุ้นเพิ่ม
  • – ไตรมาส 1 ถึง 2 ปี 2568: การออกจากแผนฟื้นฟู และพร้อมทำตลาดใน sàn หุ้น หลังผ่านกระบวนการบริหารจัดการอย่างละเอียด

การเปลี่ยนแปลงหลักในแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย

เป็นที่น่าสนใจว่า 5 เรื่องหลักที่บริษัทได้ปรับตัวนั้นมีผลต่อมูลค่าของหุ้นในระยะยาวอย่างชัดเจน:

  1. การกลับสู่รูปแบบบริษัทสมบูรณ์: การบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจอย่างเดิมอีกต่อไป แต่สามารถตัดสินใจและทำงานแบบสายการบินเอกชน ทำให้การบริหารมีความคล่องตัวมากขึ้น
  2. กระบวนการบริหารตามแนวทางพาณิชย์: แม้ว่าจะยังยึดบริการที่เน้นความต้องการของลูกค้า แต่บริษัทมุ่งการทำงานที่มีผลประกอบการเป็นหลัก
  3. ลดจำนวนพนักงาน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย: จากกว่า 28,000 คน ก่อนโควิด ลดลงเหลือ 14,000 คน ช่วยลดค่าใช้จ่ายจาก 2,400 ล้านบาทต่อเดือนเหลือแค่ 700 ล้านบาท
  4. ปรับกลยุทธ์ฝูงบินและเส้นทางบิน: การเลือกเครื่องบินที่เหมาะกับแผนบินแบบ Network เพื่อเพิ่มรายได้ในทุกเส้นทาง
  5. ธรรมาภิบาลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น: บริษัทเน้นการคลังเสียว่าจ้างแบบโปร่งใส รวมถึงการคัดเลือกและประเมินบุคลากรที่มีความสามารถ สร้างความน่าเชื่อถือแก่ทุกการลงทุน

หุ้นที่กลับมาแข็งแกร่งในราคา 10.50 บาท เป็นตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้เกิดการรีบาวด์ ทั้งความโปร่งใส การลดต้นทุน และการหาเงินทุนใหม่ การฟื้นฟูกิจการของ การบินไทย ถือเป็นบทเรียนที่ดีในการปรับโมเดลธุรกิจเพื่อให้ ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ก่อนกลับมาคัมแบ็คด้วยหุ้นราคา 10.50 บาท ได้อย่างยั่งยืน

การเดินทางของตลาดหุ้นการบินไทยเป็นบทพิสูจน์ว่า การปรับตัวก่อนกลับมาแข่งขัน ไม่เพียงแค่สร้างผลกำไร แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ใครที่ตาม ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ก่อนกลับมาคัมแบ็คด้วยหุ้นราคา 10.50 บาท อยู่ โปรดจับตามองการเดินเกมในปี 2568 ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้เต็มรูปแบบหรือไม่

ที่มา – ย้อนไทม์ไลน์ ‘การบินไทย’ ก่อนกลับมาคัมแบ็คด้วยหุ้นราคา 10.50 บาท

แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าสภารับมอบเงิน 4 ล้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นผู้มอบเงินบริจาคจำนวน 4 ล้านบาท จากพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้กับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตามชายแดน ไทย-กัมพูชา

ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นั้นได้รับความสนใจจากทางคณะสงฆ์ โดยเฉพาะพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. ที่ได้มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาทต่อแต่ละจังหวัด เพื่อให้แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้นำเงินจำนวนดังกล่าวมอบให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะได้นำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตหรือทรัพย์สิน

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยความคืบหน้าหลังรับมอบงบประมาณ

พลเอก เกรียงไกร ระบุว่า หลังจากที่เขาได้เดินทางไปเยี่ยมและนมัสการเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ทางพระเถรจอมพลได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้รับมอบงบประมาณเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 2 จะเป็นผู้ดูแลและประสานให้เงินบริจาคถึงมือผู้ที่ต้องการอย่างตรงจุด โดยเน้นการช่วยเยียวยาครอบครัวที่สูญเสียชีวิต หรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น

ในส่วนของ พลโท บุญสิน พาดกลาง กล่าวว่า เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้ประสบภัย การรื้อสร้างที่พักอาศัย และศูนย์อพยพ ซึ่งกองทัพจะติดตามผลการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิดและจะรายงานความคืบหน้าให้ทางคณะสงฆ์ รวมถึงวุฒิสภาทราบต่อไป

สถานการณ์ชายแดนและการเจรจากับกัมพูชา

ในเรื่องของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคมนั้น พลโท บุญสิน เผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีการหยุดยิงตามข้อตกลงที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้รับการอำนวยความสะดวกในการนำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับประเทศอย่างเต็มที่ โดยไทยเองก็ยืนยันปฏิบัติตามเส้นเขตแดนและจุดยุติที่ได้ตกลงกันไว้

สำหรับกรณีที่ พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวหาว่าไทยละเมิดข้อตกลงนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ให้ความชัดเจนว่า การยิงกันได้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะออกมา และหลังจากมีการยุติยิง เราก็ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด

ที่สำคัญ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้ขอบคุณเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร รวมถึงวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านสำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าประชาชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยกันเฝ้าระวัง ผ่านการติดตามสื่อหลักจากกระทรวงกลาโหม หรือกองทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะเพื่อรับข้อมูลที่เป็นทางการและถูกต้อง

  • พล.ท.บุญสิน กล่าวขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งทางการเท่านั้น
  • ย้ำว่า ข่าวลือเรื่อง ‘ทหารกัมพูชาขอให้ไทยช่วยเก็บระเบิดบนปราสาทตาควาย’ เป็นข่าวปลอม
  • เตือนให้ประชาชน ระมัดระวังในการรับข้อมูล และติดตามเฉพาะข้อมูลที่มาจากเพจของกองทัพอย่างเป็นทางการ

สำหรับเรื่องการห้ามบินโดรนนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ตนได้ให้คำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ทั้ง 20 จังหวัด ให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามข้อกำหนดของสมช.ที่ห้ามบินโดรนอย่างเด็ดขาด โดยมีการสืบสวนจับกุมผู้ฝ่าฝืนแล้วหลายราย ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพื่อหาต้นตอของความพยายามในการบินโดยผิดกฎหมาย

ท้ายที่สุด แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีการเตรียมความพร้อมในทุกพื้นที่เพื่อรองานประชุมชายแดนครั้งสำคัญ และย้ำประชาชนให้ร่วมกันติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดจากข่าวปลอมที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

ที่มา – ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ เข้าสภารับมอบเงิน 4 ล้านช่วยประชาชนชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’

พระราชินีเสด็จฯแทนพระองค์ทรงเป็นประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินปี 2568

ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานในมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2568 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

พระราชินีและบทบาทในการสนับสนุนกองทุนแม่ของแผ่นดินในช่วงทศวรรษที่ 3

ภายในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินปีนี้ มีบุคคลสำคัญจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ประกอบด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รวมไปถึงผู้แทนจากหน่วยงานความมั่นคงและกฎหมายอีกมากมาย แสดงถึงความร่วมมือกันในระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระราชินีพระราชทานความสำคัญต่อมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ภายหลังเสด็จเข้าสู่ใจกลางงาน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในขณะที่ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง ได้ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุของที่ระลึกสะท้อนให้เห็นถึงสาระสำคัญของโครงการแม่ของแผ่นดินที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหายาเสพติด แต่ยังสร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคงในชุมชน

  • พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก
  • กิจกรรมการแสดงผลงานจากการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน
  • การย้ำถึงวัตถุประสงค์หลักของโครงการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด}

พระราชดำรัสที่สะท้อนความมุ่งมั่นของกองทุนแม่ของแผ่นดิน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำรัสโดยมีใจความสำคัญเกี่ยวกับการก้าวสู่ทศวรรษที่สามของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยวิธีสันติอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเวลาที่สำคัญของพิธี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินประจำปี 2568 และกราบบังคมทูลเชิญดาวิดทัศน์ที่บันทึกเรื่องราวของการเติบโตของโครงการ

หลังจากนั้น ได้กราบบังคมทูลนำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตัวแทนหมู่บ้านและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ เข้าเฝ้ารับพระราชทานเงินขวัญถุง เพื่อเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่สำคัญทั้งในด้านการป้องกันยาเสพติดและการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนระดับรากหญ้า

การทำงานร่วมกันของชุมชนที่สนับสนุนโดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน

หลังจากพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการที่จัดแสดงถึงผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งแสดงถึงความเข้มแข็งของแต่ละชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ

ภายในนิทรรศการ มีการจัดแสดงพื้นที่นำร่อง 12 แห่งจากทั่วประเทศ ที่ต่างปลูกฝังแนวทางการพึ่งพาตนเอง การรวมพลังของครอบครัวและชุมชนสำหรับการต่อต้านยาเสพติดอย่างมีประสิทธิผล ผลงานที่นำมาแสดงช่วยตอกย้ำถึงความสำเร็จในระยะยาวที่โครงการมีต่อการสร้างชุมชนปลอดยาเสพติด

อนาคตของกองทุนแม่ของแผ่นดินและการป้องกันปัญหายาเสพติด

มหกรรมในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงผลงาน แต่ยังเป็นการกำหนดโจทย์ใหม่ ๆ ให้กับคนในชุมชนในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ทั้งการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างชุมชนกับกลุ่มวัยรุ่น การเสริมสร้างสุนทรียภาพของการทำงานร่วมกัน และการเปิดกว้างให้ประชาชนจากทุกระดับได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของต่อต้านปัญหายาเสพติด

ในประเด็นนี้ เป็นความหวังของท่านรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า คนรุ่นใหม่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับผู้นำชุมชน ซึ่งการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่สามารถพลิกชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกด้าน

แนวโน้มล่าสุดด้านสังคมคือการใช้แอปพลิเคชันชุมชนเพื่อควบคุมและส่งเสริมการทำงานของหน่วยชัดขึ้น แม้แต่ในบริบทที่เป็นทางการเช่นนี้ นักพัฒนาก็เริ่มประกาศแผนการต่อยอดแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2569 ที่ใกล้เข้ามาในอนาคต

สุดท้ายนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงระลึกถึงพลังแห่งความสามัคคีที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับครอบครัวและชุมชน ด้วยประจักษพยานจากทั่วประเทศ ที่สามารถจัดการกับยาเสพติดได้ตั้งแต่ต้นทาง แม้ทศวรรษที่สามจะท้าทาย แต่ด้วยพลังของ “แม่” และชุมชน การแก้ปัญหายาเสพติดก็ไม่ได้เป็นงานที่เกินความสามารถ

ที่มา – ‘พระราชินี’ เสด็จฯแทนพระองค์ทรงเป็นประธานงาน ‘มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินปี 2568’

พัคโบกอม-อีจุนฮยอก-เจโฮป BTS คว้ารางวัล Korea Broadcasting Awards ครั้งที่ 52

พัคโบกอม-อีจุนฮยอก-เจโฮป BTS คว้ารางวัล Korea Broadcasting Awards ครั้งที่ 52

งานประกาศรางวัล Korea Broadcasting Awards ครั้งที่ 52 ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สำคัญและได้รับความสนใจอย่างมากในปีนี้ โดยเฉพาะเหล่าคนบันเทิงจากประเทศเกาหลีใต้และแฟนคลับทั่วโลกต่างตั้งตารอคอย การประกาศรางวัลครั้งนี้เพื่อยกย่องผลงานและบุคคลที่มีความโดดเด่นในวงการโทรทัศน์และวิทยุของเกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมผู้แพร่ภาพกระจายเสียงแห่งเกาหลี (Korean Broadcasters Association) โดยจะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน

ในปีนี้ มีรายการโทรทัศน์และบุคคลที่เข้ารับการพิจารณาจำนวนกว่า 244 รายการ และผู้ประกอบการวิทยุอีก 56 คน ที่ได้รับความรักและได้รับความนิยมจากผู้ชมในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2025 สมาคมผู้แพร่ภาพกระจายเสียงประกาศรายชื่อผู้ชนะ ซึ่งมีผลงานชนะเลิศ 29 รายการ จากทั้งหมด 24 สาขา และบุคคลที่ได้รับรางวัล 18 คน จาก 20 สาขา ที่น่าสนใจคือ สาขายอดนิยม เช่น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และนักร้องยอดเยี่ยม มีการเพิ่มคะแนนโหวตจากผู้ชมเข้ามาถึง 30% เพื่อสะท้อนความนิยมจากประชาชนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

รายชื่อผู้ชนะในสาขาสำคัญประจำปีนี้

สาขา บุคคลยอดนิยม ได้รับการตัดสินจากทั้งคณะกรรมการและคะแนนโหวตจากผู้ชม ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ที่พวกเขาชื่นชอบ ปรากฏว่ามีหนุ่มๆ ที่มีชื่อโด่งดังอย่าง พัคโบกอม, อีจุนฮยอก และหนึ่งในสมาชิกวง BTS อย่าง เจโฮป ที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อคว้ารางวัล ‘Korea Broadcasting Awards’ ครั้งที่ 52 ได้อย่างน่าประทับใจ

โดยทางรางวัลจะมีพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายน 2025 เวลา 15:00 น. (ตามเวลาเกาหลี) และจะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง SBS ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกสามารถติดตามดูการรับรางวัลของนักแสดงและศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบได้แบบเรียลไทม์

ความสำคัญของ Korea Broadcasting Awards

สำหรับรางวัล Korea Broadcasting Awards นั้น ก่อตั้งขึ้นในปี 1973 โดยสมาคมผู้แพร่ภาพกระจายเสียงแห่งเกาหลี มีจุดประสงค์หลักคือการส่งเสริมและยืนยันคุณค่าของโทรทัศน์และวิทยุดาวน์ทาวน์ในยุคที่สื่อทุกแขนงกำลังแข่งขันกันอย่างรุนแรง รางวัลนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐาน ความสร้างสรรค์ และคุณภาพของทั้งรายการโทรทัศน์ รวมถึงผู้สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้

นอกจากนี้ในส่วนของ บุคคลที่ชนะเลิศในปีนี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโดดเด่นและทำงานอย่างหนัก ไม่ว่าจะในส่วนของนักแสดงหรือนักร้อง เวทีนี้ถือเป็นเครื่องรับรองความสำเร็จในเส้นทางความบันเทิงและโทรทัศน์ที่น่าภาคภูมิใจอย่างมาก

นับเป็นโอกาสอันดีที่วงการบันเทิงเกาหลีได้มีพื้นที่สำหรับยกย่องความสามารถ ผลงานคุณภาพ และคนที่ทุ่มเทให้กับสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ที่สำคัญ งานประกาศรางวัล Korea Broadcasting Awards ยังช่วยให้อนาคตของวงการนี้น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตามพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายนนี้ และร่วมแสดงความยินดีกับเหล่าศิลปินที่ได้สร้างผลงานที่ดีที่สุดสำหรับสังคมและผู้ชมทั่วทั้งปี

ซีพีเอฟเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่รองรับการเก็บเกี่ยวช่วงเดือนสิงหาคม

ซีพีเอฟเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่รองรับพี่น้องเกษตรกร

ในปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เตรียมตัวกันให้พร้อม! เพราะบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) โดยความร่วมมือกับบริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่แล้ว เพื่อเตรียมรองรับผลผลิตที่เตรียมทยอยเก็บเกี่ยวออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีการเปิดรับล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดจำหน่ายผลผลิตได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

บริษัทรับซื้อข้าวโพดผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ

สำหรับนโยบายการรับซื้อของซีพีเอฟนั้น ได้ย้ำถึงมาตรฐานที่ชัดเจน โดยเฉพาะการรับซื้อเฉพาะข้าวโพดที่ปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ไม่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่า และไม่มีการเผาตอซัง โดยเป็นไปตามนโยบายของเครือซีพีอย่างเคร่งครัด ที่มุ่งมั่นพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้จัดระบบ Fast Track ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเดินเข้ามาขายข้าวโพดได้โดยไม่ต้องรอคิวนาน ซึ่งแตกต่างจากการรับซื้อแบบเดิมที่มักเป็นคู่ค้ารายใหญ่ โดยมีทีมงานประจำจุดรับซื้อทุกแห่งที่พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรในขั้นตอน регистрацииปลูก ทั้งยังได้เปิดจุดรับซื้อเพิ่มเติม 4 แห่ง ใกล้พื้นที่เกษตรกรปลูก เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตารางเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาล 2568 ของซีพีเอฟ

สำหรับเกษตรกรที่ติดตามการเปิดรับซื้อภายในปีนี้ สามารถดูรายละเอียดของแต่ละจุดได้ดังนี้:

  • โรงงานซีพีเอฟ กบินทร์บุรี (ปราจีนบุรี) เปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม
  • โรงงานซีพีเอฟ ท่าเรือ (อยุธยา) และ ซีพีเอฟ ศรีราชา (ชลบุรี) เริ่มรับซื้อวันที่ 4 สิงหาคมนี้
  • โรงงานซีพีเอฟ บางนา และ ศูนย์ผลิตโคกกรวด (นครราชสีมา) เตรียมเปิดการรับซื้อวันที่ 7 สิงหาคมนี้
  • จุดรับซื้อพิเศษ ลานธนากรพืชผล (เพชรบูรณ์) เริ่มรับซื้อวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่จุดอื่นๆ จะทยอยเปิดตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม

บริษัทเน้นอย่างชัดเจนว่า ซีพีเอฟเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับเกษตรกรที่ผลิตผลได้ตามมาตรฐาน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ผลิตอย่างถูกกฎหมายและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรับซื้ออย่างโปร่งใส และเป็นธรรม

เคลียร์ทุกคำถามจากเกษตรกรเกี่ยวกับการรับซื้อข้าวโพดของซีพีเอฟ

เพื่อช่วยให้เกษตรกรทั้งมือเก่าและมือใหม่ติดตามข่าวสารได้อย่างทันสมัย ซีพีเอฟมีแอปพลิเคชัน ฟ.ฟาร์ม ที่อัปเดตรายงาน ราคารับซื้อข้าวโพด ทุกสัปดาห์ รวมถึงแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเปิดรับซื้อในแต่ละจุด ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการขนส่งและเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ควรเริ่มลงทะเบียนและเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

สำหรับเกษตรกรรายใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน แนะนำว่าควรติดต่อทีมงานของซีพีเอฟล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม โดยมีคู่ค้าในพื้นที่พร้อมให้คำแนะนำ ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ์ของแปลงปลูก ไปจนถึงขั้นตอนการวัดความชื้น และการประเมินคุณภาพผลผลิต ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งยังรองรับการรับซื้อในราคาเป็นธรรมโดยไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ขาย

ยุคแห่งการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามหลักยั่งยืน

การ เปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ของซีพีเอฟ เปรียบเสมือนโอกาสสำคัญที่ให้เกษตรกรผลิตข้าวโพดอย่างยั่งยืนและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแค่เรื่องตลาด ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และการปฏิบัติตามจรรยาบรรณการเกษตร เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และส่งเสริมการประกอบกิจแบบรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

หากคุณเป็นเกษตรกรรายย่อยและกำลังติดตาม โอกาสในการขายข้าวโพดตรวจสอบย้อนกลับได้ ระบบ Fast Track ของซีพีเอฟคือคำตอบที่รออยู่ เปลี่ยนผลผลิตที่คุณปลูกด้วยความตั้งใจ ให้กลายเป็นรายได้หลักอย่างมั่นคงในปีนี้

นอกจากนี้ยังมีจุดรับซื้อเพิ่มเติมในจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และนครราชสีมา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขนส่งใกล้บ้าน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการลำเลียงผลผลิต สำหรับเกษตรกรรายใดที่มีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการรับซื้อ หรือเอกสารการลงทะเบียน แนะนำให้ติดต่อทีมงานท้องถิ่นหรือสอบถามผ่านแอปฟ.ฟาร์มได้ทุกเมื่อ

สรุป: เกษตรกรควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฤดูกาลซื้อข้าวโพด

นี่เป็นโอกาสของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างถูกกฏหมายและไม่เข้าข่ายการบุกรุกพื้นที่ซีพีเอฟไม่รับซื้ออย่างเด็ดขาด

หากคุณได้ลงทะเบียนแล้ว ข้าวโพดที่ผลิตตามมาตรฐาน ESg (Environmental, Social, Governance) จะเข้าสู่กระบวนการรับซื้อเร็ว แล้วเจอกันที่จุดรับซื้อจังหวัดใกล้บ้านของคุณ ซีพีเอฟพร้อมแล้ว ส่วนคุณล่ะ เตรียมตัวพร้อมหรือยังกับฤดูกาลนี้

ที่มา – ซีพีเอฟเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ที่จะออกมาในช่วงเดือนส.ค.นี้

“สวีนนีย์” เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง

ซิดนีย์ สวีนนีย์ นักแสดงสาวชาวอเมริกันผู้โด่งดังจากซีรีส์ชื่อดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Everything Sucks!, The Handmaid’s Tale, Sharp Objects, Euphoria และ The White Lotus กลายเป็นขวัญใจหนุ่มๆ ทั่วโลกอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งกลับมาโสดแบบเต็มตัว โดยนับจากวันที่เธอนั้นได้แยกทางกับ โจนาธาน ดาวิโน อดีตคู่หมั้นและโปรดิวเซอร์คนดังที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 7 ปี บัดนี้ก็มีเหล่าแฟนคลับ รวมถึงบรรดานักเตะชื่อดังรายล้อมเข้ามาเพื่อหวังจะจีบเธอเข้าสู่ใจ

เหล่าแข้งดังพรีเมียร์ลีก 争相จีบ ซิดนีย์ สวีนนีย์

ข่าวล่าสุดจากสื่อแดนผู้ดีอย่าง เดอะ ซัน เผยว่า เหล่าแข้งดาวดังหลายรายจากสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล เริ่มแห่กันส่งข้อความส่วนตัวไปจีบเธอแบบถี่ยิบ แม้แต่หลายต่อหลายครั้งที่เธอจะได้รับข้อความเชิญชวนไปเดทไกลถึงยุโรป!

“สวีนนีย์” เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง นั้นไม่ใช่แค่เพียงข่าว盏ลือเท่านั้น แต่ยังมีการยืนยันจากคนใกล้ชิดของซิดนีย์ว่า ช่องดีเอ็มในอินสตาแกรมของเธอเต็มไปด้วยข้อความจากชายหนุ่มที่มีชื่อเสียงอย่างมากมาย

ปฎิเสธทุกคำชวน ไม่รีบมีคู่ใหม่

แม้ว่าจะมีแข้งชื่อดังและเซเลบระดับโลกพยายามจีบเธอตลอดเวลา แต่ “สวีนนีย์” เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับใครแต่อย่างใด เธอระบุกับคนใกล้ชิดว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใคร และอยากมุ่งเน้นการทำงานในวงการบันเทิงเป็นหลัก

“พวกเขาเสนอว่าจะพาเธอไปเดตที่ยุโรป บางคนตื้อจนพยายามหามือถือหรือที่อยู่เพื่อส่งดอกไม้มาให้เลย” แหล่งข่าวกล่าว “แต่ซิดนีย์ไม่สนใจเลย เธอรู้วิธีควบคุมชีวิตส่วนตัวได้ดี และยังไม่ได้คิดจะพบรักครั้งใหม่ในตอนนี้”

รายงานจากเดอะซันยังระบุด้วยว่าในแต่ละเดือน เธอมักจะได้รับการติดต่อจากหนุ่มๆ มากกว่า 100 ราย ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักฟุตบอล แต่ยังรวมถึงเหล่ามหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางและเอเชีย ที่ต้องการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับนักแสดงสาววัย 27 ปี ผู้นี้

กลับมาโสด คือจุดเริ่มต้นใหม่

สำหรับแฟนๆ ของเธอแล้ว “สวีนนีย์ เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง” คือสถานการณ์ที่แม้แลดูเป็นเพียงข่าวเซเลบรักดีกรี แต่ล่าสุดกลายเป็นประเด็นฮอตที่มีคนให้ความสนใจอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในหมู่แฟนคลับจากประเทศไทย

หากคุณเคยติดตามผลงานของเธอใน Euphoria หรือ The White Lotus คุณอาจเข้าใจว่าทำไมหนุ่มๆ จึงสนใจเธอนัก ไม่ว่าจะเป็นจากบุคลิกที่เป็นธรรมชาติ หรือความมั่นใจที่เธอแสดงผ่านบทบาททั้งในจอและนอกจอ ทั้งหมดนี้สร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่น จนหลายต่อหลายคนต้องการเธอเป็นคนรัก

ข้อความท่วมหลังโสด แต่ไม่อินกับการเริ่มใหม่

แม้เน็ตไอดอลทั่วโลกจะพยายามอย่างเต็มที่ในการยื่นข้อเสนอชวนเดท แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เธอเปิดรับใครได้ การตัดสินใจของเธอที่ไม่รีบมีแฟนใหม่หลังเลิกรากับดาวิโน สะท้อนภาพของสาวมั่นที่ยังเน้นเรื่องการทำงานและการพัฒนาตัวเองมากกว่าความสัมพันธ์แบบเร่งรีบ

สรุป: สวีนนีย์ตั้งใจใช้ชีวิตโสดต่อ

ถ้าคุณติดตามเรื่องนี้ “สวีนนีย์ เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง” คงจะเข้าใจว่านี่ไม่ใช่แค่ประเด็นเพ้อฝันจากโลกบันเทิง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่คนจากอีกวงการอย่างวงการฟุตบอลยังหันมาสนใจสาวคนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเธอกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ซิดนีย์ยังคงเด่นด้วยจุดยืนของเธอ ที่ไม่รีบด่วนตัดสินใจเรื่องหัวใจ เธอเลือกที่จะใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับตัวเองแทน แทนที่จะไปวุ่นวายกับข้อเสนอเดตที่อาจไม่มีความมั่นคง

ไม่ว่าคุณจะสนใจเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ในสายตาสาธารณะแบบ JoJo Siwa หรือกำลังมองหามุมมองเรื่องการรักษาพื้นที่ส่วนตัวอย่างที่เหล่าเซเลบอย่าง Zendaya ทำไว้ ก็ถือว่าเรื่องของ “สวีนนีย์ เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง” เป็นตัวอย่างที่ดีให้นั่งสังเกตและขบคิด

ภาพ Getty Images

ที่มา – “สวีนนีย์” เนื้อหอมแข้งพรีเมียร์ลีกรุมแจกขนมจีบหลังกลับมาโสดอีกครั้ง