กองทัพบกไล่ไทม์ไลน์ ฟ้องคณะทูตกัมพูชา ปมเปิดฉากยิงก่อน สร้างความตึงเครียดชายแดน
กองทัพบกไล่ไทม์ไลน์ ฟ้องคณะทูตกัมพูชา
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ กองทัพบกไทย ได้ออกมาชี้แจงความคืบหน้าจากเหตุการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยอ้างอิงหลักฐานไทม์ไลน์ที่ระบุว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน พร้อมทั้งใช้อาวุธโจมตีเข้ามาในพื้นที่พลเรือนของไทยอย่างต่อเนื่อง
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ
ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน ได้รับการวิเคราะห์จากกองทัพบกว่า เริ่มตั้งแต่การกระทำยั่วยุจากกัมพูชา โดยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุการณ์นำนักท่องเที่ยวขึ้นปราสาทตาเมือนธมเพื่อร้องเพลงลักษณะปลุกระดม การแสดงลักษณะดังกล่าวเป็นการละเมิดจิตวิญญาณความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งไทยยึดมั่นตามกฎหมายสากลตลอดเวลา
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ทหารกัมพูชารื้อทำลายศาลาตรีมุข ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือร่วมกับไทยและลาว โดยระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน กำลังฝ่ายกัมพูชาได้ปรับปรุงภูมิประเทศบริเวณแนวชายแดน และขุดขยายคูเลตเข้ามาในเขตแดนของไทยอย่างชัดเจน
การยุทธ์ของกัมพูชาที่ฝ่ายไทยชี้แจง
ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 68 กัมพูชายังคงก่อการรุกรานโดยเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้ามาประจำการใกล้ชายแดนไทยมากขึ้น จากการยืนยันของนักวิจัยออสเตรเลียที่ได้วิเคราะห์ภาพดาวเทียมในพื้นที่ วันที่ 28 พฤษภาคม กัมพูชาได้ทำการเปิดฉากยิงในพื้นที่ช่องบก ด้านไทยได้ตอบโต้เพื่อการป้องกันตนเอง ภายใต้กรอบแนวทางการเจรจาแบบสองฝ่าย
ความเสียหายที่ส่งผลถึงพลเรือน
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พบว่าทหารกัมพูชายังมีการลอบวางทุ่นระเบิด PMN-2 ในหลายจุด จนทหารไทยบาดเจ็บสาหัส 2 นาย ขาดขาทั้งสองข้าง และอีกหลายรายที่ได้รับผลกระทบ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดหลักมนุษยธรรมและข้อกำหนดของอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง
แม้ว่าจะมีความร่วมมือกับนานาชาติในการกำจัดทุ่นระเบิดในหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ แต่กัมพูชายังคงจงใจทำลายความไว้วางใจโดยมุ่งโจมตีกลุ่มคนไทย ทั้งนักท่องเที่ยว พลเรือน และทหารในชายแดน และที่ร้ายไปกว่านั้น ยังเผยแพร่ภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกัน รวมถึงภาพการใช้อาวุธเคมีที่ไม่เป็นความจริง
กัมพูชา ทำสงครามข้อมูลเพื่อปลุกกระแส
กัมพูชาได้กระทำการละเมิดหยุดยิงหลายครั้ง โดยหลังวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 05:10 ยังมีการสังเกตเห็นกองกำลังยิงอีกครั้ง พร้อมกับการใช้โดรนบินสำรวจเหนือพื้นที่ของไทย ทำให้ไทยยืนยันว่า การยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่และ BM-21 ของกัมพูชาที่โจมตีเข้าเป้าหมายในเขตแดนไทยนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล
ไทยได้ใช้เครื่องบิน F-16 และอาวุธสมัยใหม่เป็นการป้องกันชายแดนที่สอดคล้องกับสัดส่วนที่เหมาะสม ตรงบริเวณแนวรบเท่านั้น ไม่ใช่การทำลายล้างลึกเข้ามาในพื้นที่พลเรือนอย่างที่กัมพูชาชี้แจง โดยมีหลักฐานชัดเจนที่ว่า กัมพูชาพยายามใช้ชุมชนเป็นโล่มนุษย์เพื่อดิ้นรนในทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกันยังเผยแพร่ภาพเก่า หรือภาพต่างประเทศ เช่น ภาพระเบิดเคมีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสื่อต่างประเทศ
ความจริงที่ควรรับฟัง
ในประเด็นของระเบิด MK-84 ที่ทางกัมพูชาอ้างว่าเป็นของไทยที่ตกในพื้นที่ของตน แต่จากการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ พบว่าเป็นระเบิดเก่าจากสงครามเวียดนาม ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของกองทัพไทยอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจึงถือเป็นการบิดเบือนที่ร้ายแรงจากกัมพูชา
การประชุมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่กัมพูชาได้เชิญคณะทหารช่วยทูตจากหลายประเทศไปเยือนพื้นที่ซึ่งควรจะอยู่ห่างจากชายแดน 30 กม. แต่กลับเคลื่อนขบวนไปยังช่องอานม้าในพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย ถือเป็นพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อความเข้าใจในระดับนานาชาติ
กองทัพบกย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่เคยเป็นไปด้วยดี กำลังถูกกัมพูชาทำลายผ่านการกระทำอันไม่เป็นธรรม หากต้องการให้สถานการณ์คลี่คลาย ไทยขอให้กลับมาร่วมมือกับนานาชาติ ใช้การเจรจาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเพิ่มเติม
ในฐานะประเทศที่เคารพข้อตกลงกฎหมายระหว่างประเทศ และสันติวิธี กองทัพไทยยืนยันว่าการกระทำของไทยในทุกกรณีล้วนแล้วแต่เป็นการป้องกันตัว อยู่ภายใต้กรอบสากล และไม่มุ่งทำลายล้างประชาชนของกัมพูชา
ด้วยความเป็นห่วงถึงชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองทั้งสองฝ่าย รวมถึงการรักษาความเป็นกลางในระดับนานาชาติ ขอเชิญอ่านบทความต้นฉบับได้จาก ที่มา – ‘กองทัพบก’ไล่ไทม์ไลน์ฟ้อง ‘คณะทูตฯ’เขมร’ เปิดฉากยิงก่อน จุดไฟชายแดน เพื่อศึกษาหลักฐานทางยุทธศาสตร์และข้อกฎหมายระหว่างประเทศที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

