ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ช็อก! พบศพชายเสียชีวิตจมกองเลือดในเทศกาลศิลปะชื่อดัง คาดโดนฆาตกรรม

ในคืนวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ทางการรัฐเนวาดาได้เปิดการสืบสวนคดีฆาตกรรมหลังจากพบศพชายเสียชีวิตจมกองเลือดในพื้นที่เทศกาลศิลปะชื่อดังอย่าง เบิร์นนิงแมน บริเวณแบล็คร็อค ซิตี

ช็อก! พบศพชายเสียชีวิตจมกองเลือดในเทศกาลศิลปะชื่อดัง คาดโดนฆาตกรรม

ศพของชายรายนี้ถูกพบในช่วงเวลาที่เทศกาลกำลังจะถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุด คือการเผาหุ่น “เดอะ แมน” ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานต่างตกใจเมื่อเห็นชายคนหนึ่งนอนจมอยู่ในกองเลือด

นายอำเภอเจอร์รี อัลเลน จากเขตเทศมณฑลเพิร์ชชิง รัฐเนวาดา เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ระบุข้อมูลเบื้องต้นของผู้เสียชีวิตไว้ว่าเป็นชายผิวขาว อายุประมาณ 35-40 ปี สูงประมาณ 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 90 กิโลกรัม ทรงผมสั้น หนวดเคราสีน้ำตาล

ช่วยกันสืบหาเบาะแส

เจ้าหน้าที่ตามหาเบาะแสจากผู้ที่อยู่ในบริเวณงานช่วงเวลา 20.00 – 21.30 น. ของคืนวันเสาร์ และขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนส่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลน่าสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรงนี้ ทุกข้อมูลไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็สำคัญ

ทางการได้ประกาศเปิดการสืบสวนภายใต้ฐานความผิดคดีฆาตกรรมตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทีมงานจัดงานเพื่อความต่อเนื่องและปลอดภัยของผู้เข้าร่วม

  • การสืบสวนอาจใช้เวลาหลายวันถึงสัปดาห์
  • พื้นที่เกิดเหตุถูกปิดเพื่อเก็บพยานหลักฐาน
  • ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานงดรบกวนหน้าที่ตำรวจ

“แม้ดูเหมือนจะเป็นอาชญากรรมเฉพาะบุคคล แต่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนควรระมัดระวังสิ่งรอบตัวและคนรู้จักเสมอ” นายอำเภอกล่าวเตือน

ท่ามกลางบรรยากาศที่ตื่นเต้นของเทศกาลเบิร์นนิงแมน ซึ่งมีผู้คนมาพบปะและแสดงออกทางศิลปะทั่วโลก แต่เหตุไม่คาดฝันนี้เข้าสู่ขอบข่ายของความปลอดภัย ท่ามกลางเรื่องราวเคยเกิดเหตุการณ์แย่ๆ มาแล้วในอดีต เช่น การเสียชีวิตจากการวิ่งเข้ากองไฟในปี 2017 และพายุฝนในปี 2023 ที่ทำให้หลายคนได้รับบาดเจ็บ

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจ หรือลักษณะอื่นที่อาจช่วยให้สามารถระบุผู้เสียชีวิตได้ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทุกเบาะแสจะได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม การจัดเทศกาลงานประจำปีในพื้นที่แบล็คร็อคยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวันสุดท้ายที่เมืองชั่วคราวแห่งนี้จะถูกเก็บกวาดหลังสิ้นสุดงาน

ดังนั้น เรายังคงต้องตั้งตารอดูรายละเอียดของการสืบสวน รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเทศกาลที่โดดเด่นแห่งนี้ หากคุณเคยไปงานนี้หรือมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้ามาช่วยอ้างอิง อย่าลังเลร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความยุติธรรมและความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ช็อก! พบศพชายเสียชีวิตจมกองเลือดในเทศกาลศิลปะชื่อดัง คาดโดนฆาตกรรม

รมช.กลาโหมประชุมศบ.ทก. พิจารณาสร้างรั้วบ้านหนองจาน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากตรวจพบว่าทหารกัมพูชาได้ลักลอบเข้ามาในแผ่นดินไทยและวางระเบิดในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าระเบิดดังกล่าวเป็นของกองทัพกัมพูชา ซึ่งถือเป็นหลักฐานชัดเจนของการละเมิดอธิปไตยประเทศไทย

รมช.กลาโหมประชุมศบ.ทก. พิจารณาสร้างรั้วบ้านหนองจาน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินการประท้วงทางการทูตกับรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันยังสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด

การประชุมครั้งที่ 31 ของศบ.ทก.

เช้านี้ (3 ก.ย.) ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการ ศบ.ทก. จะเป็นประธานในการประชุม ศบ.ทก. ครั้งที่ 31 เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาข้อเสนอในการสร้างรั้วในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะในจังหวัดสระแก้ว

การพิจารณาสร้างรั้วบ้านหนองจานนี้เป็นมาตรการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ยังคงเป็นห่วงในพื้นที่

  • เพิ่มความมั่นคงชายแดน
  • ควบคุมการเคลื่อนไหวของคนและของผิดกฎหมาย
  • ลดเหตุการณ์การลักลอบวางระเบิด
  • แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว

รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดความไม่สงบบริเวณชายแดน และพร้อมปฏิบัติการทางทหารหากถูกละเมิดอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง

จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านทั้งทางการทูตและทางทหาร เพื่อปกป้องความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชน

ด้วยสถานการณ์ที่ยังแปรปรวน ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย

รมช.กลาโหมประชุมศบ.ทก. พิจารณาสร้างรั้วบ้านหนองจาน เพื่อประเมินว่าแนวทางนี้จะส่งผลดีต่อการรักษาความมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการข้ามแดนที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มมากขึ้น

หากคุณเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดน ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ และติดตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ‘รมช.กลาโหม’ประชุมศบ.ทก. พิจารณาข้อเสนอสร้างรั้วบ้านหนองจาน

สื่อดังเผย “เกฮี” ผิดหวังย้าย “หงส์แดง” นาทีสุดท้าย

เมื่อเร็วๆ นี้ “เดอะ การ์เดียน” สื่อชื่อดังจากอังกฤษ ได้ออกมารายงานข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ มาร์ก เกฮี กองหลังกัปตันทีมของ คริสตัล พาเลซ ที่รู้สึกผิดหวังอย่างมากหลังจากไม่สามารถย้ายทีมไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล “หงส์แดง” ได้ในนาทีสุดท้ายของการตลาดแบบดราม่า

สื่อดังเผย “เกฮี” ผิดหวังย้าย “หงส์แดง” นาทีสุดท้าย

แม้ว่าดีลค่าตัวจะตกลงกันได้แล้วที่ 35 ล้านปอนด์ และทุกอย่างดูจะพร้อมสำหรับการย้ายทีมของ “เกฮี” ตั้งแต่การตรวจร่างกายไปจนถึงการเตรียมเปิดตัวกับทีมใหม่อย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายดีลนี้กลับถูกยกเลิกในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาด

สาเหตุที่ทำให้ดีลพังทลายลงอย่างน่าเสียดาย คือ “โอลิเวอร์ กลาสเนอร์” ผู้จัดการทีมของคริสตัล พาเลซ ที่ออกมาขู่ว่าจะลาออกจากตำแหน่งหาก “มาร์ก เกฮี” ถูกปล่อยตัวออกไป ผลที่ตามมาก็ทำให้สโมสรตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงกับ “หงส์แดง” และยังให้ความมั่นคงกับตำแหน่งของกัปตันทีมเอาไว้

รู้สึกผิดหวังแต่ยังรักทีมเก่า

จากข่าวนี้ ทำให้ เกฮี แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาเตรียมตัวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้ถ่ายทำคลิปอำลาแฟนบอลของ พาเลซ เอาไว้ด้วย จนหลายคนคาดการณ์ว่า อาจไม่ใช่จุดจบของเรื่องนี้ และในอนาคตอาจจะมีบทใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ “เกฮี” เองยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับ พาเลซ เขาได้อยู่บนสนามด้วยความเต็มที่ของตัวเอง และยึดมั่นว่าเขาทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องสุจริต อย่างไรก็ตาม ความฝันที่จะได้สวมเสื้อ “หงส์แดง” ในศึกพรีเมียร์ลีก เขาก็ยังคงเก็บไว้ในใจแม้จะพลาดโอกาสในครั้งนี้

  • ดีลกับลิเวอร์พูลเกือบสำเร็จในนาทีสุดท้าย
  • ค่าตัวอยู่ที่ 35 ล้านปอนด์
  • ผิดหวังจนต้องถ่ายทำคลิปอำลาแฟนบอล
  • โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ขู่ลาออกหากเกฮีย้ายทีม

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แฟนบอลทั้งสองสโมสรต่างก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า “มาร์ก เกฮี” จะอยู่กับทีมเดิมต่อไปในฤดูกาลหน้า หรือจะมีบทใหม่ๆ เกิดขึ้นในอนาคต หากสโมสรทั้งสองกลับมาเจรจาอีกครั้ง

ที่มา – สื่อดังเผย “เกฮี” สุดผิดหวัง อดย้ายซบ “หงส์แดง” นาทีสุดท้าย

พ่อเมืองสุโขทัย นำทีมร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย ได้นำทีมคณะผู้บริหารและส่วนราชการในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกิจกรรมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์กิจกรรมหลักของจังหวัด นั่นคือ พ่อเมืองสุโขทัย นำทีมร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568 เพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้เข้ามาร่วมสืบสานประเพณีอันงดงามและส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

พ่อเมืองสุโขทัย นำทีมร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด อาทิ นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานความมั่นคงสำคัญทั้งภาคพลเรือนและทหาร เข้าร่วมเพื่อร่วมกันสื่อสารความงามของงานลอยกระทงประจำปี 2568 ที่เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม และความบันเทิงอย่างลงตัว

เตรียมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ ณ สุโขทัย

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ถือเป็นงานสำคัญระดับจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังจัดเต็มทั้งกิจกรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง และการแสดงทางวัฒนธรรมมากมายที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชาวสุโขทัย

หนึ่งในไฮไลท์ของงาน คือ การจัดแสดงกระทงหลากสีสันให้ผู้เข้าชมสามารถประดิษฐ์และลอยกระทงตามขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาช้านาน นอกจากนี้ยังมีพิธีเผาเทียนที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์และโชคลาภ รวมถึงกิจกรรมเล่นไฟที่ตื่นเต้นและเปี่ยมด้วยสีสัน

  • ร่วมลอยกระทง ขอพรจากแม่น้ำ
  • ชมพิธีเผาเทียนสู่ขวัญวิญญาณ
  • ลิ้มรสอาหารพื้นบ้านสุโขทัย
  • สนุกกับกิจกรรมวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • ถ่ายรูปท่ามกลางฉากหลังที่สวยงาม

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน พ่อเมืองสุโขทัย นำทีมร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568 สามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย เพื่อไม่พลาดทั้งกิจกรรม กับความสนุกแบบเต็มรูปแบบตลอดทั้งงาน

และที่สำคัญที่สุด งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเป็นเพียงการส่งเสริมให้เกิดความบันเทิง แต่ยังมุ่งเน้นในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยประเพณีลอยกระทงให้อยู่กับเราไปชั่วนาน จริงหรือไม่ที่เราควรเป็นผู้ที่ต่อสานประเพณีงาม ๆ เหล่านี้ให้คงอยู่ตลอดกาล

ที่มา – พ่อเมืองสุโขทัย นำทีมร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568

ขุนคลังฟิลิปปินส์ชี้ 70% ของงบประมาณคุมน้ำท่วม ถูกละลายไปกับ “คอร์รัปชัน”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า นายราล์ฟ เรกโต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอันเป็นที่ตกใจในการพิจารณางบประมาณของวุฒิสภา เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า งบประมาณโครงการควบคุมน้ำท่วมภายใต้กรมโยธาธิการในช่วงปี 2566-2568 ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการทุจริตอย่างมาก โดยมีมูลค่าสูงถึง 42,300-118,500 ล้านเปโซ หรือประมาณ 23,828-66,753 ล้านบาท

ข้อมูลนี้มาจากการรายงานเบื้องต้นที่ระบุชัดเจนว่า 25%-70% ของต้นทุนทั้งหมดของโครงการ คอร์รัปชัน ได้ทำให้ทรัพยากรทางการเงินที่ประชาชนให้ไว้เชื่อมั่น กลับถูกละลายไปอย่างน่าเศร้า ขุนคลังฟิลิปปินส์ ออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาในการประชุมสภา โดยระบุว่า “เงินภาษีของประชาชนกำลังถูกใช้ไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ”

ขุนคลังฟิลิปปินส์ชี้ 70% ของงบประมาณคุมน้ำท่วม ถูกละลายไปกับ “คอร์รัปชัน”

โครงการหลายๆ โครงการ ถูกเปิดเผยว่าเป็นแค่ “โครงการร้าง” หรือ “โครงการต่ำคุณภาพ” ที่ใช้งบประมาณมหาศาล แต่ไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น ทางรัฐบาลจึงเร่งปิดช่องโหว่และเตรียมดำเนินการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการสูญผิดอีกอย่างซ้ำซาก

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าการใช้งบประมาณที่มีความโปร่งใสน้อยครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน แต่รัฐมนตรียังแจ้งว่าหากการใช้จ่ายงบประมาณสามารถควบคุมให้ดีขึ้น อาจช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2566-2567 ให้เติบโตได้ถึง 6% ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับความสำคัญของการมีระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง เพื่อรับรองว่าเงินของประชาชนจะถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ตกเป็นของผู้มีอำนาจหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

  • โครงการร้างมีจำนวนมาก
  • งบประมาณสูญเปล่า
  • ต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด

ในการต่อสู้กับปัญหา คอร์รัปชัน นี้ ควรมีการเสริมสร้างความรับผิดชอบให้กับผู้บริหารโครงการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ให้มากขึ้น ไม่หลงเหลือช่องว่างในการฉ้อโกงหรือทำให้เกิดความสูญเสียแก่ประเทศชาติ

ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่นี่คือปัญหาที่กระทบถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน และโอกาสในการพัฒนาประเทศ หากเรายังปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไป โดยไม่ได้ดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ผลกระทบจะตามมาในระยะยาวเช่นกัน

การสำนึกของประชาชนในเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์ข่าวสาร ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้ภาษีของตนเอง จากภาครัฐ อย่างใกล้ชิด

การเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แค่ข้อมูลรายงานตาม例行 แต่เป็นการเตือนฤกษ์ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ หากไม่มีการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

อินไซต์จากกรณีนี้ หากภาครัฐสามารถส่งมอบความโปร่งใส และมีการทบทวนนโยบายอย่างต่อเนื่อง จะสามารถแก้ไขให้ประเทศไทยหรือฟิลิปปินส์ฟื้นตัวจากจุดนี้ได้ อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงประเทศไปได้ในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ลองหมั่นติดตามข่าวสารด้านงบประมาณและการทุจริต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีขึ้นด้วยตัวคุณเอง

ที่มา – ขุนคลังฟิลิปปินส์ชี้ 70% ของงบประมาณคุมน้ำท่วม ถูกละลายไปกับ “คอร์รัปชัน”

ชาวบ้านสุรินทร์เห็นด้วยกับ ‘แม่ทัพกุ้ง’ สั่งล้อมรั้วปิดตายปราสาทตาเมือนธม

จากกรณีที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มีข้อความชัดเจนต่อนักศึกษาหลักสูตรวัคซีนเพื่อชีวิต (วชส.) และข้าราชการเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า

“ปราสาทตาเมือนธม ปิดตาย รั้วลาดหนามขึงแล้วขึงเลยไม่เอาออก จะขึ้นมาต้องใช้วีซ่า ใช้พาสปอร์ต” ข้อความดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดน

ชาวบ้านสุรินทร์เห็นด้วยกับ ‘แม่ทัพกุ้ง’ สั่งล้อมรั้วปิดตายปราสาทตาเมือนธม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมี นายทองเจริญ ยวนใจ อายุ 77 ปี และ นางบุญล้อม ยวนใจ อายุ 73 ปี เป็นผู้ให้ข้อมูล

นายทองเจริญกล่าวว่า “เราเห็นด้วยกับแม่ทัพภาคที่ 2 ที่สั่งล้อมรั้วปิดตายปราสาทตาเมือนธม เพราะหากยังปล่อยให้เข้าถึงแบบเดิม ก็อาจเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการทหาร ควรทำกำแพงหรือรั้วอย่างถาวรไปเลย ไม่ใช่แค่ลวดหนามอย่างเดียว”

ความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ

  • ไม้ล้อมธรรมดาไม่เพียงพอ
  • ต้องรั้วชั่วคงทน
  • ไม่เชื่อถือความมั่นคงจากฝั่งเขมร
  • ระวังสงครามลุกลาม

นางบุญล้อม กล่าวเสริมว่า “เขามาใกล้เลยตลอดวัน ข่าวจากหนังสือพิมพ์บอกว่าขบวนทหารเขมรมาประชิดชายแดนทุกวันเลย ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ลำบากมาก ญาติๆ ก็เลยต้องอพยพหนีมายังวัดและบ้านเรา เพราะกลัวจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน”

นางบุญล้อม ระบุต่อว่า “อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะเรื่องการประกันความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน รวมถึงช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจกับคนในพื้นที่ให้มากขึ้น เพราะตอนนี้ปากท้องก็ลำบากพอตัวแล้ว”

นายทองเจริญ กล่าวสรุปว่า “เราเชื่อในฝีมือแม่ทัพ ท่านคิดได้ดีแล้ว ผู้นำต้องลงพื้นที่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้เร็วๆ นี้ อย่าปล่อยให้ลุกลามมากไปกว่านี้”

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนเห็นพ้องกันว่า การปิดตายปราสาทตาเมือนธม เป็นการป้องกันและรักษาความเป็นอมตะของดินแดนไทยไว้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นมาตรการที่ทันสถานการณ์

แต่ก็อย่างไรก็ตาม มีเสียงบางส่วนที่กล่าวว่าควรเปลี่ยนจากวิธีป้องกันแบบ ‘ปิดตาย’ ไปสู่การ ‘เจรจา’ ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดทางออกที่ยั่งยืน ทั้งด้านความมั่นคงและสันติสุข

อย่างไรก็ตาม การสั่งล้อมรั้วปิดตายปราสาทตาเมือนธมของแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นข้อความที่เข้มแข็งและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่นั้นเป็นเสียงสะท้อนของความต้องการในเรื่องความปลอดภัยและการดูแลจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ข้าราชการ หรือรัฐบาล ให้เร่งพิจารณาแนวทางที่จะสร้างความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นธรรมให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้

ที่มา – ชาวบ้านสุรินทร์เห็นด้วยกับ ‘แม่ทัพกุ้ง’ สั่งล้อมรั้วปิดตายปราสาทตาเมือนธม

กรมทะเล-SCG จัดHackathon ออกแบบฐานปะการัง 3D Printing

ปะการังในทะเลไทยกำลังประสบกับวิกฤตการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์อย่างมลพิษทางทะเลและการท่องเที่ยวที่มากเกินไป การ ออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังด้วยเทคโนโลยี 3D Printing จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล

ออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังด้วยเทคโนโลยี 3D Printing

จากปัญหานี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ได้จัดกิจกรรม “ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025 by 3D Printing Tech” ภายใต้แนวคิดการใช้ เทคโนโลยี 3D Printing เพื่อออกแบบโครงสร้างฐานปะการังเทียมที่ช่วยให้ตัวอ่อนปะการังสามารถยึดติดและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูแนวปะการังที่ถูกทำลาย

แรงบันดาลใจจากนักออกแบบรุ่นใหม่

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ ทีมผู้เข้าร่วม 6 ทีม ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Thai Ocean Academy Pattaya และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างแนวคิดนวัตกรรมด้านปะการังที่น่าทึ่ง

  • ทีมชนะเลิศ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับรางวัล 30,000 บาท
  • รองชนะเลิศ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับ 20,000 บาท
  • รางวัลชมเชย: 4 ทีม ทีมละ 10,000 บาท
  • รางวัลขวัญใจมหาชน: มหาวิทยาลัยบูรพา รับ 20,000 บาท

ผลงานที่โดดเด่นจะถูกนำไปพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อใช้ในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน

ความร่วมมือเพื่ออนาคตของท้องทะเลไทย

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า แนวทางการใช้ 3D Printing ร่วมกับองค์ความรู้จากนักวิจัยและสถาบันการศึกษา เป็นการทำงานอย่างบูรณาการที่จะช่วยให้ปะการังในไทยกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง และ SCG ก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวัสดุและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คุณเฉลิมวุฒิ สงวนญาติ จาก SCG กล่าวเสริมว่า SCG เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ในขณะที่ยังสามารถร่วมกับภาครัฐและมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม

นวัตกรรมจากกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นแรงผลักสำคัญที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทรัพยากรทางทะเลของไทย อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์คือภารกิจของทุกคน ไม่ว่าจะจากภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป ขอเริ่มต้นด้วยการรู้ ใส่ใจ และมีส่วนร่วมในการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าต่อลูกหลานในอนาคต

ที่มา – กรมทะเล ร่วมกับ SCG จัดกิจกรรมแข่งขันออกแบบฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing

รร.เลยพิทยาคม ออกแนวปฏิบัติครู-นักเรียน เหตุผลกระทบพายุ หนองฟ้า

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ดร.จิตติศักดิ์ นามวงษา ผู้อำนวยการโรงเรียนเลยพิทยาคม ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู ได้เปิดเผยว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับพายุโซนร้อนชื่อ “หนองฟ้า” พร้อมกับคาดการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ฉบับที่ 8 (231/2568) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพื้นที่จังหวัดเลย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พายุ “หนองฟ้า” อ่อนกำลังลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเลย ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายอำเภอช่วงระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้น้ำป่าจากยอดเขาไหลหนักเข้าสู่ลำห้วย น้ำท่วมบ้านเรือน ถนน และเส้นทางสำคัญ รวมถึงสร้างผลกระทบต่อการเดินทางของครู ข้าราชการ และนักเรียนที่ต้องเดินทางมาที่โรงเรียน

รร.เลยพิทยาคม ออกแนวปฏิบัติครู-นักเรียน เหตุผลกระทบพายุ หนองฟ้า

เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนเลยพิทยาคมได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานการณ์พิเศษ ดังนี้:

  • ข้าราชการครูและบุคลากร: ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่พักอาศัย หรือเส้นทางเข้าออกให้รายงานตัวผ่านไลน์ราชการทุกวัน ไม่ต้องเดินทางมาลงเวลาที่โรงเรียน โดยสามารถ Work From Home (WFH) ได้ สายสัมพันธ์กับโรงเรียนและนักเรียนผ่าน Google Classroom หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ หากสถานการณ์คลี่คลายข้าราชการจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
  • นักเรียน: จำเป็นต้องแจ้งครูที่ปรึกษาหากต้องเรียนรู้อยู่ที่บ้าน สามารถติดตามการเรียนออนไลน์ผ่าน Google Classroom ซึ่งไม่ถือเป็นการลาเรียน หากสถานการณ์ปลอดภัยให้กลับมาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ
  • ครูที่ปรึกษา: ต้องสำรวจชื่อนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ และใช้ระบบ STUDENT CARE เพื่อติดตามเวลาเรียนของนักเรียน
  • ครูประจำวิชา: แจ้งเวลาเรียน มอบหมายงาน และติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
  • หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้: จัดการแทนครูที่ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ เพื่อรับประกันการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

แนวทางป้องกันและปฏิบัติในช่วงภัยพิบัติ

โรงเรียนเลยพิทยาคมยังขอความร่วมมือจากผู้ปกครองในการดูแล กำกับ และติดตามนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัยและการศึกษา

ทั้งนี้แนวทางการปฏิบัติดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติราชการของครูและบุคลากรในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน การจัดการเรียนรู้จากที่บ้านถือเป็นแนวทางที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อสถานศึกษายังสามารถใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยงกับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือผู้เรียนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ อย่าลืมเช็กข้อมูลข่าวสารจากทางโรงเรียนตลอดเวลา และเตรียมตัวรับมืออย่างมีสติ เพราะความมั่นคงและความปลอดภัยของทุกคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้

ที่มา – รร.เลยพิทยาคม ออกแนวปฏิบัติครู-นักเรียน เหตุผลกระทบพายุ “หนองฟ้า”

สศท.8คาดไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิดผลผลิตรวม 6.7 แสนตัน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) เปิดเผยว่า ผลผลิตรวมของไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในช่วงฤดูและนอกฤดูของปี 2568 มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 674,030 ตัน ซึ่งถือว่ามีการลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีผลผลิต 712,406 ตัน คิดเป็นการลดลงร้อยละ 5 โดย ผลผลิตไม้ผลภาคใต้ แต่ละชนิดมีการผลิตลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของผลไม้ในช่วงต้นปี ซึ่งมีฝนตกต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ดอกผลอ่อนร่วงและแตกยอดอ่อน

สศท.8คาดไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิดผลผลิตรวม 6.7 แสนตัน

สำหรับการผลิตของแต่ละชนิด ทุเรียนมีผลผลิต 559,295 ตัน ลดลงร้อยละ 5 มังคุด 78,660 ตัน ลดลงร้อยละ 34 เงาะ 32,212 ตัน ลดลงร้อยละ 20 และลองกองส่งผลิตเพียงแค่ 3,863 ตัน ลดลงถึงร้อยละ 83 สิ่งนี้เกิดจากปัจจัยสำคัญคือฝนที่ตกไม่เว้นช่วงทำให้การออกดอกในฤดูและนอกฤดูเกิดช้ากว่าแผนที่วางไว้

ผลผลิตสู่ตลาดช่วงไหนบ้าง?

ผลผลิตในฤดูปกติของไม้ผลทั้ง 4 ชนิดจะเข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม 2568 ส่วนไม้ผลนอกฤดูจะมีให้เห็นใน 2 ช่วง คือ มกราคมถึงพฤษภาคม และพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมมีการเก็บเกี่ยวและออกสู่ตลาดไปแล้วกว่า 539,596 ตัน คิดเป็นร้อยละ 92 ของผลผลิตในฤดู ซึ่งทุเรียนมีการส่งออก 433,821 ตัน (91%) มังคุด 73,198 ตัน (99%) เงาะ 30,365 ตัน (98%) และลองกอง 2,212 ตัน (58%)

สศท.8 แจ้งว่า ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้ยังอยู่ในช่วงเก็บผลผลิตในฤดู โดยเฉพาะลองกองที่มีปริมาณอีก 1,630 ตัน และขอชวนผู้บริโภคร่วมสนับสนุนเพราะลองกองจากภาคใต้มีคุณภาพดี มีลักษณะเป็นลูกกลม สีเหลืองอ่อน ใสฉ่ำ รสหวานหอม เป็นที่นิยมในทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เนื่องจากอากาศแปรปรวน การผลิตอาจได้รับผลกระทบทั้งในฤดูและนอกฤดู ดังนั้นการวางแผนแหล่งน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งไทยมีอากาศเทropic ที่แปรปรวน ทำให้ต้องมีการจัดการที่ดีเพื่อให้ สศท.8คาดไม้ผลภาคใต้ ได้รับคุณภาพที่ดีที่สุดในระยะยาว

หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผลผลิตไม้ผลภาคใต้ สามารถติดต่อที่ สศท.8 ได้ที่ โทร. 0 7731 1641 หรือทางอีเมลที่ [email protected]

การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเกษตรกรและชุมชนในภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแต่ผลผลิตที่เพียงพอสำหรับตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายออกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้เช่นกัน

ที่มา – สศท.8คาด ไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ผลผลิตรวม 6.7 แสนตัน

อนุทิน ขอบคุณ ปชน. โหวตหนุนนั่งนายกฯ ย้ำพร้อมรับทุกเงื่อนไข

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางเข้าสู่บริเวณสภา เพื่อเข้าร่วมการประชุมร่วมกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากที่พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่าจะสนับสนุนนายอนุทินให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อนุทิน ขอบคุณ ปชน. โหวตหนุนนั่งนายกฯ ย้ำพร้อมรับทุกเงื่อนไข

จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามกับนายอนุทินว่า รู้สึกอย่างไรกับการที่พรรคประชาชนมีมติโหวตสนับสนุนให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทินได้ตอบกลับอย่างชัดเจนและเป็นมิตรว่า “ก็ดีใจสิ และรู้สึกขอบคุณมากๆ ด้วย”

เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่พรรคประชาชนออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจน ได้ก่อให้เกิดการตอบโต้จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ยื่นหนังสือทูลเกล้าฯ เพื่อขอยุบสภาไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ท่านอนุทินไม่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนต่อสถานการณ์ดังกล่าวในตอนนี้

ยอมรับเงื่อนไขอย่างเต็มที่

เมื่อถูกถามอีกครั้งว่า พร้อมที่จะรับข้อตกลงของพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทินตอบอย่างแน่วแน่ “พร้อมสิครับ ยอมรับได้ทุกข้อ” คำกล่าวดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่เปิดรับอย่างเต็มที่ และการเตรียมพร้อมรับภารกิจที่หนักหน่วงหากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจริง

  • พรรคประชาชนมีมติสนับสนุนอย่างเป็นทางการ
  • พรรคร่วมเสนอเงื่อนไขหลายประการ
  • พรรคเพื่อไทยยื่นทูลเกล้าฯ ขอยุบสภาทันที
  • อนุทินยืนยันยินดีรับเงื่อนไขทุกข้อ

การประกาศสนับสนุนจากพรรคประชาชนถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของภาพรวมทางการเมืองในประเทศไทยในช่วงเวลานี้อย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความมั่นคงของรัฐบาลในอนาคต ตลอดจนแนวทางนโยบายและการบริหารประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้แต่การเมืองภายใน ถือเป็นความหวังใหม่ให้กับผู้คนที่ใคร่หวังการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามให้ใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะมีการพัฒนาไปในทิศทางใด และภาพรวมจะเป็นเช่นไรภายหลังจากการประชุมสภาในวันนี้

หากท่านต้องการติดตามกระแสข่าวสารการเมืองล่าสุด สามารถติดตามอัปเดตได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – ‘อนุทิน’ขอบคุณ ‘ปชน.’มีมติโหวตหนุนนั่งนายกฯ ย้ำพร้อมรับทุกเงื่อนไข