ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

LiVE Platform จัดงาน “SME ต้องรอด 2025” มุ่งปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทย

ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เปิดเผยว่า LiVE Platform โดยบริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ “SME ต้องรอด 2025: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทย พลิกเกม สร้างโอกาสเติบโต” ร่วมกับคณะกรรมการและองค์กรพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมต้อนรับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

SME ต้องรอด 2025

งานนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดโอกาสให้เจ้าของกิจการ SMEs สตาร์ทอัพ และผู้บริหารระดับ C-Suite ได้มีพื้นที่เรียนรู้และเชื่อมโยง ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ที่ใช้ได้จริง ทั้งในด้านกลยุทธ์เติบโต การบริหารการตลาด การควบคุมต้นทุน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

เตรียมความพร้อมสู่การเติบโต

นายประพันธ์กล่าวว่า LiVE Platform มีภารกิจสำคัญในการดูแลระบบนิเวศให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสตาร์ทอัพ โดยเน้นที่ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การฝึกอบรมผ่าน LiVE Academy การเชื่อมโยงเข้าถึงแหล่งเงินทุนหลากหลายทาง การนำเสนอนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีความภูมิใจในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการมากกว่า 3,500 ราย ผ่านหลักสูตรคุณภาพชั้นนำ จนสามารถระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้สำเร็จ 7 บริษัท มูลค่าระดมทุนกว่า 287.5 ล้านบาท มูลค่าตลาดรวม 4,737.82 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568) นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงศักยภาพของระบบนิเวศที่เราพยายามสร้างขึ้น” ผู้จัดการด้านตลาดหลักทรัพย์กล่าวเสริม

สร้างโอกาสอย่างยั่งยืนสำหรับ SMEs

งาน “SME ต้องรอด 2025” มีการจัดเต็มในหลากหลายมุม โดยนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการระดับแนวหน้ากว่า 21 คนได้มาร่วมแบ่งปันความรู้ทั้งหมด 14 เซสชัน ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น เศรษฐกิจโลก แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค ฟินเทค อีคอมเมิร์ซ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลยุทธ์การบริหารธุรกิจแบบมีประสิทธิภาพ

  • อัปเดตเทรนด์เศรษฐกิจ ผู้บริโภค และเทคโนโลยีใหม่
  • เทคนิคการบริหารคนและการบริหารเงินทุน
  • วิธีเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุนสำหรับ SMEs และ Startups
  • เวที Pitching จากผู้ประกอบการจาก สวทช. และ Showcase ที่คัดสรร

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสประสบการณ์จากการ Pitching จริงของบริษัทผู้ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. และ Pitching Showcase ที่พวกเขานำเสนอไอเดียและธุรกิจ เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จและล้มเหลว และเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับ SMEs ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน

งานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีเคลียร์ข้อข้องใจ และหาแนวทางเติบโตในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างโอกาส การแลกเปลี่ยน และการเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจ ที่จะถูกปลุกปั้นให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับกับวิกฤตในอนาคต

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SMEs หรือกำลังเริ่มต้นสตาร์ทอัพ กิจกรรมเช่นนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจยุคใหม่ อย่ารอช้า ไปต่อยอดธุรกิจของคุณให้พร้อม SME ต้องรอด 2025

อัปเดตข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.live-platforms.com และ LiVEx

ที่มา – LiVE Platform จัดงาน “SME ต้องรอด 2025” มุ่งปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทย

รักนะคะไทยแลนด์! “กาบี้” สุดปลื้มกองเชียร์ชาวไทย

ความเคลื่อนไหวในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 “กาบี้” Gabriela Braga Guimarães หัวเสาชาวบราซิล เปิดใจถึงประสบการณ์ในการมาแข่งขันที่ประเทศไทย ซึ่งเธอเคยมาเยือนมาก่อนหน้านี้ในรายการวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก และได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามจากแฟนๆ ชาวไทย ปีนี้ก็ไม่ต่างไปจากเดิม

รักนะคะไทยแลนด์! “กาบี้” สุดปลื้มกองเชียร์ชาวไทย

ทางด้าน “กาบี้” เปิดเผยว่า “พวกเราดีใจมากที่ได้มาที่ประเทศไทยในปี 2024 เสียงเชียร์ที่ได้รับนั้นดังมากสำหรับพวกเรา และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้นั้นน่าตื่นเต้นเหลือเกิน”

“แน่นอนว่า เราตั้งเป้าทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้พิเศษกว่าเดิม หวังคว้าเหรียญให้ได้ และพาถ้วยแชมป์กลับไปให้ชาวบราซิล”

แรงผลักดันจากแฟนชาวไทย

“เราตระหนักว่าแฟนชาวไทยอยู่กับเราเสมอ พวกเรามีพลังเต็มที่ ดังนั้นเราหวังว่าจะสามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ การผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศนั้นไม่ง่ายเลย แต่เราหวังว่าจะทำหน้าที่ได้ดี และลุ้นเข้าสู่รอบต่อไปได้”

“มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่เรากำลังได้สัมผัสที่นี่ ความรักที่เราได้รับนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอในเส้นทางอาชีพมาก่อน มันทำให้รู้สึกซาบซึ้งจนขนลุก เหมือนทุกสิ่งที่ทำ มันมีพลังจากแฟนชาวไทยเชียร์เราตลอด ถึงตอนนี้ก็ยังมีพลังเช่นเดิม”

“กาบี้” กล่าวในท้ายที่สุดว่า “ขอบคุณคนไทยที่รักและชื่นชอบวอลเลย์บอลหญิง ทำให้กีฬานี้เติบโตและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รักนะคะไทยแลนด์!”

ตารางการแข่งขันรอบสุดท้าย

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ได้เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และมี 6 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, อิตาลี, โปแลนด์, ฝรั่งเศส และบราซิล ยังเหลืออีก 2 ที่ ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 1 กันยายน 2025

  • สหรัฐอเมริกา พบ แคนาดา เวลา 17.00 น.
  • ตุรกี พบ สโลวีเนีย เวลา 20.30 น.

โดยรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะทำการแข่งขันในวันที่ 3-4 กันยายน 2025 ที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง PPTV36

อย่าลืมติดตามและเชียร์ทีมที่คุณชื่นชอบให้สุดแรง รักนะคะไทยแลนด์!

ที่มา – รักนะคะไทยแลนด์! “กาบี้” สุดปลื้มกองเชียร์ชาวไทย หวังว่า “บราซิล” จะเข้าสู่รอบไฟนอลได้

วัต-ดี แจ้งเตือน หลอกให้กรอกข้อมูลรับคืนเงินประกันไฟฟ้า

เพิ่งได้ยินข่าวจากสำนักงาน กสทช. และเว็บไซต์ Watt-D ที่ออกมาเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพที่กำลังหลอกลวงให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากรอกข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับเงินคืนประกันไฟฟ้า ซึ่งเป็นข่าวที่ควรให้ความสำคัญและแพร่กระจายต่อ เพราะมีผู้ตกเป็นเหยื่อไม่น้อย

วัต-ดี แจ้งเตือน หลอกให้กรอกข้อมูลรับคืนเงินประกันไฟฟ้า

ข่าวที่เผยแพร่ระบุว่า Watt-D ได้รับรายงานจากผู้ใช้ไฟฟ้าหลายคนที่ถูกหลอกผ่านสายโทรศัพท์ โดยมิจฉาชีพจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์กรหรือบริษัทไฟฟ้า และแจ้งว่ามีสิทธิ์ได้รับเงินประกันไฟฟ้าคืน โดยให้ผู้ตกเป็นเหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเลขบัตรประชาชน เลขที่บัญชีธนาคาร และหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลและยืนยันตัวตน

หลักฐานอ้างอิง

จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงและอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังประกาศชี้แจงว่าโครงการคืนเงินประกันไฟฟ้าเป็นสวัสดิการที่ต้องดำเนินการผ่านช่องทางทางการเท่านั้น ไม่มีการขอข้อมูลลับหรือบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากพบเจอกับพฤติกรรมที่น่าสงสัย เช่น การโทรศัพท์ หรือส่งข้อความอ้างสิทธิ์คืนเงินประกันไฟฟ้า เราควรตระหนักและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ไม่ควรตอบสนองตามคำขอของบุคคลหรือหน่วยงานที่ไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่อาจนำไปสู่ภัยอันตรายได้

ควรทำอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้?

  • ตรวจสอบข้อมูล: ก่อนตัดสินใจตอบสนองต่อการติดต่อใด ๆ ควรตรวจสอบความถูกต้องผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อทางการของหน่วยงานไฟฟ้า
  • อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน หรือ ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • รายงานเหตุการณ์: หากพบภาวะเสี่ยง ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ

ยิ่งเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวอ้างสถานการณ์เพื่อหลอกลวงประชาชน การให้ความรู้และการป้องกันตัวเองจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ตกลายเป็นชีวิตประจำวัน

บทสรุป

Watt-D แจ้งเตือนประชาชนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการแอบอ้างเพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลรับคืนเงินประกันไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นภัยต่อทรัพย์สิน แต่ยังเป็นภัยต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น Aspen ของทุกคนคือการรู้เท่าทันข่าวลือ และเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

ใครมีประสบการณ์เจอกับการถูกหลอกหรือเห็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วัต-ดี แจ้งเตือน หลอกให้กรอกข้อมูลรับคืนเงินประกันไฟฟ้า ก็สามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟังเพื่อกันตัวเองไว้ในอนาคตได้นะครับ

ที่มา – Watt-D แจ้งเตือน มิจฉาชีพหลอกให้กรอกข้อมูลรับคืนเงินประกันไฟฟ้า

‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยในรายการโทรทัศน์รัฐสภา ว่า สัปดาห์นี้สภาฯ จะประชุมสามวัน คือวันที่ 3-5 กันยายน เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระที่ค้างอยู่ ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ **‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้**

‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้

ในวันพุธที่ 3 กันยายน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ส่วนวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน เดิมจะจัดให้มีการพิจารณากระทู้ แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่ง ทำให้ไม่สามารถมารับฟังและตอบคำถามจาก สส. ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีกระทู้เพื่อทราบที่ต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

ในขณะที่วันศุกร์ที่ 5 กันยายน จะเป็นการพิจารณาวาระพิเศษ โดยเน้นการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่และมีความจำเป็นต้องประกาศใช้เร่งด่วน ถือเป็นเวทีที่ไม่น้อยไปกว่าการตัดสินใจเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในวาระใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญ: การเลือกตั้งนายกฯ

**‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้** โดยกล่าวว่า ในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีมีแนวทางอยู่ 2 ทาง แนวทางแรกคือสามารถเสนอโดยเร่งด่วนในที่ประชุมสภาฯ แต่ต้องแจ้งสมาชิกสภาฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ส่วนแนวทางที่สองคือ ให้สภาฯ จัดวาระพิเศษ และเลือกวันที่เหมาะสม โดยให้ทุกฝ่ายในสภาพร้อมรับมืออย่างเต็มที่

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวเสริมว่า ต้องการให้วิปของรัฐสภาทั้งสองฝ่าย และพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกฯ ร่วมกันหารือกันให้ได้ข้อสรุป เพื่อให้สภาฯ สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ทันทีเมื่อทุกฝ่ายพร้อม สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็นจังหวะสำคัญ เนื่องจากการตั้งรัฐบาลใหม่จะมีผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

  • แนวทางที่ 1: เสนอโดยเร่งด่วนในที่ประชุมสภาฯ
  • แนวทางที่ 2: เปิดวาระพิเศษหลังหารือความพร้อมทุกฝ่าย

เผยว่าสภาฯ มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งในทุกรูปแบบ และรอเพียงความเห็นพ้องต้องของสมาชิกสภาทั้งหมด นี่คือการเปิดโอกาสให้การเมืองไทยก้าวเข้าสู่บทใหม่ด้วยความเป็นประชาธิปไตยและโปร่งใส

ทั้งนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงประชาชนที่ต้องการความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศ การใช้สิทธิในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เห็นได้ชัดว่า ‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นการเปิดฉากใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร ที่พร้อมมุ่งไปสู่การสร้างรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย

ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด ขอให้เป็นเส้นทางแห่งความมั่นคง ความยุติธรรม และความเป็นหนึ่งของทุกภาคส่วน

ที่มา – ‘วันนอร์’ เผย 2 สูตรเปิดโหวต นายกฯ ในสัปดาห์นี้

เริ่มแล้วเทศกาลกินปลาลำตะคอง จัดวันแรกคึกคัก

เทศกาลกินปลาลำตะคอง ปีนี้ถือเป็นงานที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามตั้งแต่วันแรก โดยในวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ทางอำเภอบ้านจันทึก ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานได้เดินตรวจความพร้อมของแผงจำหน่ายต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพสายประวัติศาสตร์ไทย-อเมริกา ใกล้เขื่อนลำตะคอง หมู่บ้านท่างอย ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เริ่มแล้วเทศกาลกินปลาลำตะคอง บรรยากาศคึกคักตั้งแต่วันแรก

นายสมปอง รอดตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจันทึก พร้อมด้วยนายสัน เหล็กสูงเนิน อดีตผู้ใหญ่บ้านท่างอย ได้เดินตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่จัดงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกจุดอยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับการจัดงานในปีนี้ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งในช่วงเวลา 00.01 น. ของทุกวัน จะมีกิจกรรมให้ชาวประมงพื้นบ้านจากทั่วสารทิศมาร่วมลงอุปกรณ์จับปลา เช่น ตาข่าย แห และอื่นๆ เพื่อจับปลาภายในเขื่อนลำตะคอง

หลากหลายชนิดของปลาที่สามารถจับได้ในเทศกาลกินปลาลำตะคอง

ปลาที่จับได้ในครั้งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น ปลาน้ำจืด ปลาบึก ปลากดคัง ปลานิล ปลาหางแดง ปลาสร้อย ปลาชะโด และอีกมากมาย ซึ่งจะถูกจัดวางจำหน่ายตามแผงขายที่จัดไว้บริเวณริมถนนประวัติศาสตร์ บ้านท่างอย เพื่อให้游客มาซื้อและนำไปประกอบอาหารในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายและยกระดับรายได้ครัวเรือนในพื้นที่

บรรยากาศการเตรียมงานเทศกาลกินปลาลำตะคอง

กิจกรรมพิเศษในเทศกาลกินปลาลำตะคอง

นอกจากกิจกรรมการจับปลาและการจำหน่ายผลผลิตแล้ว ยังมีการแสดงดนตรีและประกวดต่างๆ เช่น ประกวดวาดภาพ แข่งขันปลานิลใหญ่ ตลอดจนสองรายการสำคัญอย่าง “ประกวดตำส้มตำลีลา” และ “ผัดหมี่โคราช” ที่จะแสดงความสามารถในสไตล์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะในหลายแนวทาง

นายไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอปากช่อง ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการช่วงเวลา 18.00 น. ที่สนามหญ้าริมเขื่อนลำตะคอง ซึ่งบรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสงบ และอากาศเย็นสบาย

เริ่มแล้วเทศกาลกินปลาลำตะคอง เต็มไปด้วยกิจกรรมบนเวที

ในแต่ละคืนของการจัดงานนี้ จะมีการแสดงดนตรีและแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวทีตั้งแต่เวลา 18.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. โดยคาดว่าแต่ละวันจะมีผู้เข้าชมจำนวนมากกว่า 30,000 คน และคาดการณ์ว่าจะมีวงเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าวันละ 500,000 บาทภายในงาน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการพักผ่อนหย่อนใจ หรือลองสนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆ การร่วมงานเทศกาลกินปลาลำตะคองครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสเรื่องราวของธรรมชาติแล้ว ยังมีโอกาสลิ้มรสความอร่อยจากอาหารทะเลที่มีให้เลือกมากมาย

ที่มา – เริ่มแล้วเทศกาลกินปลาลำตะคอง จัดวันแรกคึกคักเสริมการท่องเที่ยว

สี จิ้นผิง ประณามการกลั่นแกล้งระหว่างประชุมเอสซีโอ

ในการประชุมสุดยอดขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ณ เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ได้กล่าวประณาม การกลั่นแกล้ง จากบางประเทศมหาอำนาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีนกับตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

องค์การเอสซีโอซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกสำคัญ เช่น รัสเซีย อินเดีย อิหร่าน และปา​กี​สถาน ถือเป็นองค์กรความร่วมมือที่มุ่งเสนอทางเลือกนอกเหนือจากกลุ่มพันธมิตรดั้งเดิม ที่มีลักษณะตะวันตกเป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเสริมสร้างความมั่นคงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ที่การประชุม สี ได้เผยว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน “มีความวุ่นวายและเชื่อมโยงกันมากขึ้น” และเน้นว่า โลกยุคใหม่ต้องการรูปแบบความร่วมมือที่ยุติธรรมและเป็นธรรมมากกว่าเดิม การกลั่นแกล้งจากบางประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ESC ต้องร่วมมือกันเพื่อต่อต้าน

สี จิ้นผิง เรียกร้องให้เอสซีโอสานต่อเส้นทาง

“ภารกิจด้านความมั่นคงและพัฒนาในประเทศสมาชิกส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายเพิ่มมากขึ้น” สี กล่าว และย้ำว่า “เพื่ออนาคต เราต้องปฏิบัติตามจิตวิญญาณของเอสซีโอให้ดียิ่งขึ้น และดำเนินงานเพื่อให้องค์กรมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเวทีโลก”

การแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ สี ยังได้จัดการประชุมทวิภาคีหลายครั้งกับผู้นำของประเทศสมาชิก เช่น ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลังจากที่อินเดียแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนตั้งแต่ปี 2018

  • สี จิ้นผิง กล่าวถึง การกลั่นแกล้ง จากบอร์ดเดอร์น่ากลัว
  • อินเดียเตรียมพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • รัสเซียและเบลารุสนับหนุนเส้นทางหลายขั้วของจีน

การประชุมครั้งนี้ยังมีผู้สังเกตการณ์ 16 ประเทศเข้าร่วม พร้อมเป็น “พันธมิตรเจรจา” สื่อถึงความหวังในการขยายกลุ่มและเพิ่มอิทธิพลของเอสซีโอในเวทีโลก

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองที่กรุงปักกิ่ง จีน ซึ่งมีความหมายอย่างลึกซึ้งในบริบทการเมืองโลกในยุคปัจจุบัน

จากสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่า สี จิ้นผิง ต้องการใช้ภูมิรังสีของเอสซีโอเพื่อสร้างความสมดุลทางจลนพลในเวทีนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ใช้โอกาสนี้ต่อต้านการกระทำที่ระบุว่าเป็น การกลั่นแกล้งจากฝ่ายตะวันตก โดยเน้นความร่วมมือไม่ใช่ตะวันตกเป็นหลัก

มองโลกในแง่ดีแล้ว การประชุมในครั้งนี้จัดเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของโลกในทิศทางใหม่ สู่ความหลากหลายทางพันธมิตรในระบบระหว่างประเทศ

หากคุณต้องการติดตามข่าวการเมืองระหว่างประเทศในมุมมองจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดตามบทความเราได้ทุกสัปดาห์!

ที่มา – “สี จิ้นผิง” ประณาม “การกลั่นแกล้ง” กลางวงประชุมสุดยอดเอสซีโอ

ศิษย์กัมพูชาทุนไทย แว้งกัด! ดูถูกปริญญาบัตรไทยไร้ค่า

กรณีที่เพจ Army Military Force ได้เผยเรื่องราวของทหารเขมรรายหนึ่ง ซึ่งเคยได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ประเทศไทย ทำให้หลายคนถึงกับช็อก เมื่อทราบว่าชายผู้นี้กลับโพสต์ข้อความดูถูกคุณค่าของการศึกษาไทย และเดินทางกลับกัมพูชาก่อนจะเข้าร่วมปะทะกับทหารไทยในภายหลัง

ศิษย์กัมพูชาทุนไทย แว้งกัด! ดูถูกปริญญาบัตรไทยไร้ค่า

จากข้อมูลที่เผยแพร่ ระบุว่าชายกัมพูชารายนี้เคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และมีความเข้าใจภาษาไทยเป็นอย่างดี แม้กระทั่งมีโอกาสได้รับการไว้วางใจจากอาจารย์ให้ช่วยงานซ่อมไฟ หรือเปลี่ยนถ่านนีออนภายในอาคารเรียน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวเขามาจากมหาวิทยาลัย

มองข้ามคุณค่าของการศึกษาไทย

จนกระทั่งเวลาผ่านไป หลังจากกลับกัมพูชา ชายผู้นี้ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า ประกาศนียบัตรจากไทยไม่มีคุณค่าใดๆ กับตัวเขา และยืนยันว่าความรู้ของเขาไม่ได้มาจากการศึกษาในประเทศไทย แต่ได้จากคนกัมพูชาและโรงเรียนในกัมพูชาเอง

ในข้อความที่โพสต์ ระบุว่าเขาได้รับรางวัลการศึกษาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 และรับใบที่สามในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเมื่อเทียบกับเส้นทางอาชีพของเขา เช่น การได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก่อนหน้านี้ ทำให้เขาตอบโต้ผู้วิจารณ์ว่า “ประกาศนียบัตรของคุณไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรต่อความสำเร็จของฉันเลย”

เนื่องจากเนื้อหาข้อความดังกล่าวได้รับการเผยแพร่มากมาย จนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยบางแห่งตัดสินใจถอดถอนประกาศนียบัตรที่เคยมอบให้ ทำให้ความเคลื่อนไหวครั้งนี้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในไทยและกัมพูชา

  • ศิษย์กัมพูชาได้ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาจากบ้านเกิดมากกว่าไทย
  • เขาแสดงความเห็นว่า ปริญญาบัตรไทยไร้ค่า
  • การกลับไป ไม่เคยได้รับความรู้จากเมืองไทยเป็นการเลือกข้างอย่างชัดเจน

ผู้ติดตามหลายคนมองว่าการที่ได้รับโอกาสจากประเทศไทยเพื่อเข้ารับการศึกษาควรจะมีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ แต่กลับนำมาใช้เพื่อดูถูกคุณค่าของระบบการศึกษาไทย ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศีลธรรม และอาจส่งผลต่อทัศนคติของคนรุ่นใหม่ในแง่ความรู้สึกชุมชนอาเซียน

ท่าทีของชายกัมพูชารายนี้แสดงให้เห็นถึง ‘ฐาปนาแห่งการปฏิเสธคุณ’ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของคนเรียนทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เพียงเท่านั้น การยอมรับหรือกำลังใจไม่เหมาะสมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจนำไปสู่การส่งเสริมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ก็ยังเปิดกว้างต่อการวิจารณ์ทางสังคมเกี่ยวกับการศึกษาของไทย ว่าความพร้อม ความเท่าเทียม และระบบการเรียนการสอนยังมีจุดที่ต้องพัฒนาให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างจริงจัง

คุณคิดอย่างไรกับการกระทำของ ศิษย์กัมพูชาทุนไทย บ้าง เมื่อเขาแสดงความเห็นว่า habitual ไม่เคยได้ประโยชน์จากการศึกษาไทย คุณคิดว่าเราควรให้โอกาสนักเรียนต่างชาติในอนาคตอีกหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ด้านล่างนี้ครับ

ที่มา – “ศิษย์กัมพูชาทุนไทย แว้งกัด! ดูถูกปริญญาบัตรไทยไร้ค่า”ลั่นไม่เคยได้ความรู้จากเมืองไทย”

มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 ลดยกเมือง เพิ่มโอกาส

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ที่หอการค้าจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น และนายวุฒิชัย ฉัตรชัยพลรัตน์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น ได้ร่วมแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 หรือที่เรียกกันว่า House and Condo Expo Khon Kaen 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่รวบรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ภายใต้แนวคิด “ลดยกเมือง” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 6 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น

มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายวุฒิชัย ฉัตรชัยพลรัตน์ เผยว่า ปี 2025 ถือเป็นปีที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีแรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐ ภาควิชาชีพ และการขยายตัวของธุรกิจต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ขอนแก่นกลายเป็น “มหานครแห่งโอกาส” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่นจึงร่วมมือกับผู้ประกอบการกว่า 50 โครงการ เพื่อจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และสร้างมูลค่าพร้อมการเติบโตในวงกว้างต่อเนื่อง อาจสูงถึง 2,000 ล้านบาทภายในปลายปีนี้

ภาพบรรยากาศงานมหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025
ภาพบรรยากาศงาน มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025

ลดยกเมือง เพิ่มโอกาสให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย

ไฮไลต์ของงานมหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 คือแนวคิด “ลดยกเมือง” ซึ่งสะท้อนความพยายามในการยกระดับคุณภาพของโครงการอสังหาฯ ให้คงความเข้าถึงได้ในราคาที่ย่อมเยา สมาคมฯ เชื่อว่าทางเลือกที่มีมาตรฐาน และเสถียรทางการเงิน จะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขอนแก่นได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง คว้าฟรีโปรโมชั่น พิเศษเฉพาะงาน ได้แก่ การผ่อน 0% ส่วนลดสุดพิเศษ ของแถม สิทธิพิเศษ(exclusive deals) และบริการฟรีมากมาย เช่น ที่ปรึกษาการเงิน หรือการวิเคราะห์ทางเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับแต่ละไลฟ์สไตล์

ภาพบรรยากาศภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโด
สมัครเข้าชมหรือจองสินค้าไอเดียลได้ที่งานจริงเท่านั้น

นายวุฒิชัยสรุปไว้ว่า มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 เป็นเวทีสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงผู้บริโภคและผู้ประกอบการให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมขับเคลื่อนให้จังหวัดขอนแก่นสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด หรือโอกาสทางธุรกิจในปีนี้ การเข้าร่วมมหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น 2025 ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณต้องไม่พลาด! แล้วพบกันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 1 – 6 ตุลาคมนี้

ที่มา – สมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น เตรียมจัดมหกรรมบ้านและคอนโด 2025

สพป.กระบี่ รายงานตัวครูผู้ช่วยปี68วิชาเอกประถม 12 อัตรา

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ณ ห้องประชุมเหลืองกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ (สพป.กระบี่) ได้จัดพิธีปฐมนิเทศครูผู้ช่วยใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 ภายใต้หัวข้อ “การรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู” โดยมีดร.จอมขวัญ นครไธสง ผู้อำนวยการ สพป.กระบี่ เป็นประธานในพิธี

สพป.กระบี่ รายงานตัวครูผู้ช่วยปี68วิชาเอกประถม 12 อัตรา

ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร教育 (ก.ค.ศ.) ปีนี้มีครูผู้ช่วยวิชาเอกประถมศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจำนวน 12 อัตรา ซึ่งมารายงานตัวครบถ้วนตามกำหนดเวลา โรงเรียนที่ได้รับการบรรจุครูใหม่ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านเขากลม, โรงเรียนบ้านทุ่งต้นปีก (อำเภอเมืองกระบี่), โรงเรียนบ้านบ่อมะม่วง, โรงเรียนบ้านดินนา (อำเภอคลองท่อม), โรงเรียนบ้านแหลมสัก, โรงเรียนบ้านคลองแรด, โรงเรียนบ้านบากัน (อำเภออ่าวลึก), โรงเรียนบ้านท่ายาง (อำเภอเหนือคลอง), โรงเรียนบ้านควนกลาง (อำเภอเขาพนม), โรงเรียนบ้านควนแดง (อำเภอลำทับ), โรงเรียนบ้านร่าปู (อำเภอเกาะลันตา) และโรงเรียนบ้านทะเลหอยราษฎร์อุทิศ (อำเภอปลายพระยา)

ขั้นตอนการปฐมนิเทศ

หลังพิธีรายงานตัว ดร.วรรณดี เกตแก้ว รองผู้อำนวยการ สพป.กระบี่ ได้ร่วมพบปะพูดคุยกับครูผู้ช่วยใหม่ โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ และนางญาณีศมน ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล พร้อมทีมงานได้ชี้แจงขั้นตอนการบันทึกประวัติในระบบ ก.ค.ศ.16 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานในโรงเรียนที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งดำเนินการส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่ในวันเดียวกัน

ดร.จอมขวัญ นครไธสง กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจครูผู้ช่วยทุกคน พร้อมทั้งให้ข้อคิดในการทำงานว่า “ความสำเร็จของนักเรียนไม่เพียงอยู่ที่เนื้อหาแต่ยังอยู่ที่ตัวอย่างที่ดีจากครู อยากให้ทุกคนมีความรักในวิชาชีพ มีจริยธรรมและมุ่งมั่นส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ”

  • โรงเรียนบ้านควนแดง
  • โรงเรียนบ้านทุ่งต้นปีก
  • โรงเรียนบ้านดินนา
  • โรงเรียนบ้านแหลมสัก
  • โรงเรียนบ้านร่าปู

ครูผู้ช่วยใหม่แต่ละคนถือเป็นเครื่องหมายของการรักษาและพัฒนาระบบการศึกษาในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดกระบี่อย่างต่อเนื่อง การรายงานตัวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานอย่างมีคุณภาพ มีบทบาทสำคัญในการยอมรับและต่อสู้เพื่อความสำเร็จของเด็กนักเรียนในชุมชนท้องถิ่น

สพป.กระบี่ เผยแพร่ข่าวการรายงานตัวดังกล่าวเพื่อยืนยันความพร้อมและแนวทางสนับสนุนต่อครูผู้ที่เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการทำงานหากลูกศิษย์ให้เจริญก้าวหน้าereotypeเดิม ๆ และพัฒนาท้องถิ่นให้ยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจด้านการศึกษา หรือวางแผนเข้าสู่วิชาชีพครู สังเกตข่าวสารจาก สพป.กระบี่ อย่างใกล้ชิดควรจะช่วยเปิดโอกาสให้กับ flipped classroom และเทคนิคการสอนใหม่ ๆ ตลอดจนรับฟังแนวคิดการเปลี่ยนแปลงของกระทรวงศึกษานานา

ที่มา – สพป.กระบี่ รับรายงานตัวครูผู้ช่วย ปี 68 วิชาเอกประถมศึกษา 12 อัตรา

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เมินดราม่าคนมองเกินตัว ส่งน้องยูจินเข้าโรงเรียนอินเตอร์

กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียล เมื่อ “น้องยูจิน” ลูกสาวของ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ได้เข้าเรียนวันแรกในโรงเรียนอินเตอร์ ด้วยความน่ารักและใบหน้าใสๆ ทำเอาแฟนคลับใจละลาย พร้อมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า “เจนนี่เกินตัวไปแล้วไหม?” ที่เลือกส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนอินเตอร์ ทั้งที่ตัวเองยังพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เมินดราม่า เผยเหตุผล

ล่าสุด เจนนี่ ได้เดินทางไปออกรายการ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่องวัน 31 ตอบโจมตีสะท้าน แถมยังเล่าเรื่องราวความน่ารักของลูกสาว “ยูจิน” รวมถึงลูกชายหน้าใหม่อย่าง “จาญ่า” ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน

เจนนี่ เผยว่า “ถ้าพูดเป็นภาษาท้องถิ่นเรียกได้ว่า มั่วตั้วมาก เดี๋ยววุ่นวาย เดี๋ยวซุกซน อย่างตอนที่พา น้องยูจิน ไปโรงเรียนอินเตอร์วันแรก ก็ตื่นเต้นกับทุกอย่าง ตั้งแต่ชุดนักเรียน สถานที่ รู้สึกๆ เยอะเลย วันแรกเขาไม่ร้องแต่น้ำตาจะไหลแล้ว ส่วนวันที่สองก็ร้องหนัก เพราะเห็นเพื่อนร้อง ตัวเองก็เลยร้องตาม

ลูกไม่ร้องแต่พ่อดันร้อง

เขาเล่าให้ฟังว่าตอนน้องเข้าห้องเรียน พ่อเขาหัวเราะเพราะรู้สึกภูมิใจมาก และพูดว่าเดี๋ยวนี้เป็น “พ่อที่สมบูรณ์แบบ” แล้ว แถมยังบอกว่าการที่ให้ของขวัญลูกในวันที่สองทำให้เขาอยากไปโรงเรียนทุกวัน ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ที่โทรหากับพ่อได้ แต่กลับไม่สามารถเอาไปโรงเรียนได้ ทำให้น้องยูจินมีเรื่องเล่าให้ฟังมากขึ้น

เรื่องของดราม่าจากเน็ตเจนนี่ไม่ได้สนใจ เพราะเธอเชื่อมั่นว่า “ทุกคนมีความเก่งแตกต่างกัน” เธอไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเก่ง แต่เข้าใจความสำคัญของภาษา ในอนาคตของลูก และการส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์ เป็นการเตรียมตัวของลูกให้พร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอน

จากมั่วตั้วสู่ความน่ารักของลูกแม่

พัฒนาการของ น้องยูจิน ในตอนนี้เริ่มเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์แทน “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” แล้ว โดยเขาเริ่มมีความสามารถด้านการแสดงและการเต้น ซึ่งแม่บอกว่าพร้อมจะผลักดันให้ลูกก้าวสู่วงการบันเทิง เพราะเขาสามารถไลฟ์ขายของได้แล้ว สนุกมาก

และเพิ่งคลอดลูกคนที่สอง “จาญ่า” มาได้เพียง 1 เดือนกับ 1 สัปดาห์ ที่วันที่เจนนี่ให้สัมภาษณ์นั้น จาญ่าก็เริ่มเติบโตเป็นอย่างดี แก้มป่อง น่ารัก คุณหมอบอกให้ลดนมเพราะกินออกจะมากไปหน่อย

เล่าต่อว่า “เรื่องการตั้งชื่อในตอนแรกก็มีดราม่าตั้งแต่ตั้งว่าเจนย่า ทีหลังก็เปลี่ยนมาเป็นจาญ่าตามคำแนะนำ เพราะคนบอกว่าไม่ดีต่อหลอดลูก เราก็เลยเปลี่ยน ซึ่งรู้ว่าเขาเกิดในฤกษ์ผ่าคลอด แต่สุดท้ายเจ็บอุ้มเชิงกรานต้องผ่าคลอดก่อน

โมเมนต์เบาๆ ที่ปวดท้องที่ไม่ได้ปวดจริง แต่กลายเป็นเรื่องตลกให้ในครอบครัว ทุกคนเตรียมตัวเตรียมของไว้ตั้งใหญ่ ตอบโจมตีได้อย่างฉะเชิง

หน้าที่ของแม่ต่อลูกมากกว่าคุณแม่ล้าน

เจนนี่ กล่าวว่า “ตอนเรารู้ว่าท้องลูกคนที่สอง ทุกสิ่งผ่านทุกวันด้วยการเตรียมความพร้อม ว่าหากลูกดูแคลนพี่ ต้องทำยังไง พ่อแม่ยูจินก็ช่วยพูดสอน และเพิ่มพลังบวกให้เด็กคนโต ให้เขารู้ว่าลูกคนเล็กเกิดมาเพื่อเป็นของขวัญไม่ใช่เพื่อที่จะแย่งชิง

ยูจินเบื่ออนาคตที่มีคนมาทำร้ายลูก แต่เราก็อยากปล่อยพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง รักเต็มที่ ให้เต็มที่ แม้จะเหนื่อย แต่ยังมีความสุข แถมมีความตั้งใจที่จะมีลูกอีกหลายคน ถ้าร่างกายมันไหว

ทุกอย่างคือเรียนรู้ในตัวแม่ที่เป็นคนของครอบครัว และพร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน

ที่มา – ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’เมินดราม่าคนมองเกินตัว ส่ง ‘น้องยูจิน’เข้าโรงเรียนอินเตอร์