ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สองโจรลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ เอายาหม่องป้ายตาก่อนจี้ชิงเงิน-รถกลางดึก

ความโกลาหลเกิดขึ้นในยามดึก เมื่อชายแปลกหน้าสองคนลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ จี้ชิงเงินแล้วขับรถหลบหนี พร้อมกับใช้ยาหม่องป้ายตาอีกทั้งขู่ครางด้วยอาวุธปืน สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ขับแท็กซี่รายหนึ่งตลอดทั้งคืน

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนสายเอเชีย ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ผู้ขับแท็กซี่รายหนึ่งถูกเรียกให้ไปรับผู้โดยสารจากย่านดินแดง ก่อนจะถูกลักลวงและทำร้ายตัวเพื่อชิงทรัพย์สิน

สองโจรลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ เอาจาหม่องป้ายตาขู่ผู้ขับรถ

รายงานระบุว่า เวลาดังกล่าว พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายลวงแท็กซี่แล้วจี้ชิงรถและเงินสด จึงรุดไปตรวจสอบที่จุดเกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบ นายอาคม ใจภักดี อายุ 56 ปี คนขับแท็กซี่ยืนอยู่ด้วยความหวาดกลัว พูดบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ชายแปลกหน้า 2 คน ผิวคล้ำ หัวเกรียน หนึ่งคนสูงอีกคนเตี้ย เรียกรถของเขาจากย่านดินแดงใน กทม. เพื่อไปส่งที่ “ตลาดกลางกุ้ง” ใน อ.พระนครศรีอยุธยา

อาการบาดเจ็บจากการใช้ยาหม่องเลียนแบบเจลป้ายตา

เมื่อรถมาถึงจุดหมาย คนร้ายสั่งให้นายอาคมขับรถเข้าซอยเปลี่ยวในพื้นที่ต.บ่อโพง อ.นครหลวง แล้วบังคับให้กลับรถ จากนั้นหนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ใช้ ยาหม่องป้ายตากันไว้ที่ปากและตา จนเกิดอาการแสบฉุนแรง จากนั้นจึงขู่กรรโชกปืน ตามด้วยการบังคับให้นายอาคมส่งเงิน 2,000 บาท แต่สุดท้ายกลับต้องยอมรับเงินเพียงแค่ 900 บาทเท่านั้น เนื่องจากการโอนผ่านแอปไม่สามารถทำได้ในขณะนั้น

ภายหลังคนร้ายให้นายอาคมไปนั่งเบาะด้านข้าง แล้วสั่งขับรถไปยังปั๊มน้ำมันริมถนนสายเอเชีย โดยอ้างว่าต้องการให้ใช้ตู้เอทีเอ็มกดเงินให้เพิ่ม แต่ครั้งนี้นายอาคมถูกผลักถล่มลงจากรถ แล้วถูกขับพาหนีทันทีโดยใช้รถทรงสีเขียว-เหลือง ทะเบียน 1 มค 9860 ซึ่งเป็นของตนเอง

นายอาคม ผู้ถูกลวงและ plunge มาร้องไห้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า รถแท็กซี่เป็นเครื่องมือหาเงินจ้างครอบครัว ซึ่งเพิ่งซื้อได้ 2 ปีจากน้ำพักน้ำแรง เลี้ยงตัวลูกกระทั่งถูกขโมยในคืนนี้

การสืบสวนยังดำเนินอย่างต่อเนื่องหลังเหตุเกิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะมีความคุ้นเคยกับเส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดี เพื่อหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิด และไม่ถูกจับตามองได้ตอนขับรถหลบหนี โดยคาดการณ์ว่าอาจนำรถไปฝังที่ใดแห่งหนแล้วตัดเส้นทางกลับเดิม

  • ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ใดได้ในขณะนี้
  • ทางเจ้าหน้าที่ยังเตรียมสอบสวนเบื้องต้นเพิ่มเติมผ่านระบบกล้องวงจรปิด
  • รับฟังข่าวอัปเดต และช่วยเหลือเหยื่อภายหลังจากเหตุการณ์กลางดึก

ในฐานะผู้ขับแท็กซี่โดยตรง ควรตั้งสติรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่นเดียวกับรักษาสุขภาพจิตและความปลอดภัยตัวไว้ตลอด หากคุณเคยเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้ อย่าลืมบอกต่อแจ้งเจ้าหน้าที่อย่างเร็วที่สุด และแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตวิถีทุกวัน

ที่มา – สองโจรลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ เอายาหม่องป้ายตาก่อนจี้ชิงเงิน-รถกลางดึก

ผีแดงยังวางใจ “อโมริม” คุมทัพต่อไป

แม้ว่าผลงานล่าสุดของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเกมถ้วยคาราบาว คัพ ที่แพ้ให้กับทีมลีกทูอย่าง กริมส์บี ทาวน์ แบบจุดโทษ จะสร้างความตกใจไม่น้อย แต่ทีมงานบอร์ดผู้บริหารของสโมสรกลับไม่เปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นต่อ “รูเบน อโมริม” ที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมหลักของทีมต่อไป

ผีแดงยังวางใจ “อโมริม” คุมทัพต่อไป

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสโมสร แม้ว่าผลงานในช่วงไม่กี่นัดที่ผ่านมาจะถูกวิจารณ์อย่างหนักก็ตาม แต่ผู้บริหารของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมองเห็นภาพรวมในระยะยาว จึงยังไม่รีบตัดสินใจเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมจากรายงานที่ผ่านมา

การลงทุนเพื่อปรับปรุงทีมในช่วงซัมเมอร์

สโมสรยังคงมุ่งมั่นที่จะ开局ในทิศทางใหม่โดยการปรับแต่งทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลงทุนสูงถึง 200 ล้านปอนด์ เพื่อเสริมกำลังในแนวรุกดuring เดือนซัมเมอร์ปีนี้ โดยคาดการณ์ว่าผู้เล่นอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช, อองโตนี และ ราสมุส ฮอยลุนด์ จะย้ายออกจากทีมไปร่วมกับเชลซี, รีล เบติส และนาโปลี ตามลำดับ

แม้ว่าผลงานในสนามจะยังไม่โดดเด่นนัก แต่การวางกลยุทธ์ระยะยาวและการวางแผนใหม่ของสโมสรให้ความสำคัญกับโครงสร้างทั้งในและนอกสนาม เพราะฉะนั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งผู้จัดการทีมจึงไม่สามารถตัดสินจากผลงานเพียงไม่กี่นัดได้

ด้วยการพัฒนาผู้เล่นหนุ่ม การวางแผนระบบกลุ่มเป้าหมายในตลาดนักเตะ และการคุมทีมที่เน้นแนวทางใหม่ ทำให้ สโมสรเชื่อมั่นว่า อโมริม จะสามารถพัฒนาทีมให้ก้าวหน้ามายังระดับที่ควรจะเป็นในอนาคตอันใกล้

ทั้งนี้ สิ่งที่แฟนบอลควรให้ความสำคัญคือ ความอดทน และการให้โอกาสเวลาผู้จัดการทีมใหม่ในการปรับตำแหน่งให้เข้ากับเป้าหมายของทีม โดยเฉพาะหลังจากที่ทีมผ่านช่วงเวลาที่ไม่ค่อยสงบมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

หากคุณเป็นแฟนบอลผีแดง สนับสนุนอโมริมหรือไม่? บอกความคิดเห็นของคุณได้ที่ช่องด้านล่าง

ที่มา – ผีแดงยังวางใจ “อโมริม” คุมทัพต่อไป

เมืองฮูฮอตใช้จุดแข็ง พัฒนาอุตสาหกรรมนมวัวคุณภาพสูง

เมืองฮูฮอตซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีสภาพอากาศเย็นกำลังดีและส่งเสริมให้วัวนมเติบโตได้อย่างมีสุขภาพดี จึงได้รับการยอมรับว่าเป็น “แหล่งนมทอง” ของประเทศ ซึ่ง当地政府 ได้ใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งมาส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรม เมืองฮูฮอตใช้จุดแข็ง พัฒนาอุตสาหกรรมนมวัวคุณภาพสูง ด้วยการออกนโยบายต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการเติบโตของบริษัทผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมและฟาร์มวัวนมในพื้นที่

เมืองฮูฮอตใช้จุดแข็ง พัฒนาอุตสาหกรรมนมวัวคุณภาพสูง

สิ่งที่ทำให้เมืองฮูฮอตโดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมนมคือ การวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ เพราะมีการพิจารณาทั้งสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และอุปกรณ์การผลิตที่ทันสมัยเพื่อรองรับในทุกด้าน รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์นมของเมืองฮูฮอตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

การส่งเสริมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

หนึ่งในกลยุทธ์หลักสำคัญของเมืองฮูฮอตคือการส่งเสริมให้บริษัทผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการผลิต ทั้งในส่วนของการจัดการฟาร์ม ระบบการรีดนมอัตโนมัติ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์นมจากเมืองฮูฮอตบนตลาดโลก

นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นมชนิดใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เมืองฮูฮอตกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตนมคุณภาพระดับนานาชาติได้อย่างแท้จริง

โอกาสในการทำงานร่วมกับเมืองฮูฮอต

สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่สนใจด้านอุตสาหกรรมอาหารจากนม การเลือกลงทุนในเมืองฮูฮอตถือเป็นทางเลือกที่มีคุณค่ามาก เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ประกอบกับทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ด้วยคุณภาพสูง อีกทั้ง ยังมีแรงงานที่มีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตในทิศทางที่ยั่งยืน

อุตสาหกรรมนมของเมืองฮูฮอตเป็นตัวอย่างที่ดีของความสำเร็จในการใช้จุดแข็งในท้องถิ่น มาแก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตของเศรษฐกิจ มันไม่เพียงแค่ผลิตนมที่มีคุณภาพ แต่ยังสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว การพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศจีนก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือนักพัฒนาที่สนใจเรื่องนี้ เราขอแนะนำให้ศึกษาแนวทางการเติบโตของเมืองฮูฮอตเพื่อเตรียมพร้อมลงทุนในอนาคต

ที่มา – เมืองฮูฮอตใช้จุดแข็ง พัฒนาอุตสาหกรรมนมวัวคุณภาพสูง

ราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. ปรับขึ้น 100 บาท

ราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. 68 เมื่อเวลา 09.02 น. ปรับตัวขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 100 บาท สู่ระดับ 52,100 บาท สะท้อนความเคลื่อนไหวที่สำคัญเมื่อเทียบกับราคาทองเมื่อวานที่ยังคงอยู่ในช่วงที่มีการประกาศราคาทองทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยสรุปแล้วราคาทองในรอบวันเพิ่มขึ้นรวม 50 บาท

ราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. ปรับขึ้น 100 บาท

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำไทย แสดงให้เห็นว่า ราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 52,000 บาทต่อบาท ขณะที่ราคาขายออกอยู่ที่ 52,100 บาท สำหรับทองรูปพรรณนั้นราคาซื้อออกอยู่ที่ 50,952.76 บาท และราคาขายออกอยู่ที่ 52,900 บาท ซึ่งถือว่ามีความเคลื่อนไหวค่อนข้างชัดเจนในช่วงเช้านี้

ปัจจัยที่กระทบราคาทองวันนี้

การเคลื่อนไหวของราคาทองในตลาดโลกก็มีผลต่อราคาทองในประเทศไทยเช่นกัน โดยราคาทองคำ Spot ในตอนเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยแตะระดับ 3,412 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งหากเทียบกับช่วงดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาทองพุ่งแรงทะลุ 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 3,421 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ตลาดทองคำในสหรัฐปิดเมื่อคืนนี้ก็ปรับตัวขึ้นถึง 25.70 ดอลลาร์ แตะที่ 3,474.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญนี้เกิดจากความคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินของ FED ก็ทำให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

  • ราคาทองคำแท่งซื้อ: 52,000 บาท
  • ราคาทองคำแท่งขาย: 52,100 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณซื้อ: 50,952.76 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณขาย: 52,900 บาท

จากภาพรวมนี้ ผู้ลงทุนควรติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกและนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางให้ใกล้ชิด เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำในตลาดไทยและการลงทุนของคุณในระยะสั้น

ติดตามราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. ปรับขึ้น 100 บาท เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพทันแนวโน้มตลาด

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 29 ส.ค. ปรับขึ้น 100 บาท

โดจาแคท เผยแผนจัดเวิลด์ทัวร์ที่กรุงเทพฯ 18 ธ.ค.นี้

ซุปตาร์สาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่ “โดจาแคท” หรือ Doja Cat กำลังจะพาความมันส์มาให้แฟนๆ ชาวไทย ด้วยการประกาศเวิลด์ทัวร์ระดับโลกในชื่อ “Doja Cat – Ma Vie World Tour” ที่จะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 เตรียมตัวไปดูกันได้เลย!

โดจาแคท เผยแผนจัดเวิลด์ทัวร์ที่กรุงเทพฯ 18 ธ.ค.นี้

โดจาแคทนับเป็นศิลปินระดับโลกที่ทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง และปี 2025 กลับมาอีกครั้งกับเวิลด์ทัวร์ครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Ma Vie World Tour” ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่สปาร์ค อารีน่า โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ ก่อนจะเดินทางไปแสดงที่ประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสุดท้ายจะมาเจอกันที่ประเทศไทย พอดีในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เธอมาแสดงในเอเชียตอนนี้

โดจาแคท และเส้นทางความปังระดับโลก

โดจาแคท หรือ Amala Ratna Zandile Dlamini ได้รับการยอมรับในวงการเพลงระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เธอคว้าตำแหน่งใน 100 บุคคลผู้มีอิทธิพลที่สุดของ TIME Magazine และปล่อยอัลบั้มสตูดิโอที่ 4 ชื่อว่า “Scarlet” ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม เธอยังได้จัดทัวร์คอนเสิร์ต “The Scarlet Tour” ในอเมริกาเหนือ และเป็นเฮดไลน์ของเทศกาลดนตรี Coachella 2024 ตอกย้ำความปังอย่างแท้จริง

ล่าสุด เธอเตรียมกลับมาอีกครั้งด้วยค่ายเพลงใหม่และซีรีส์เพลงใหม่ ซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง “Jealous Type” ที่จัดทำโดยทีมโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าอย่าง Jack Antonoff และ Y2K ร่วมกับการกำกับวิดีโอโดย Boni Mata ซึ่งแฟนๆ สามารถชม MV ได้แล้วทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ พร้อมเตรียมเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดนี้ในวันที่ 26 กันยายนนี้ อีกทั้งยังมีแผนให้แฟนๆ ได้สัมผัสรสชาติของการแสดงสดผ่านเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้อีกด้วย

  • วันแสดง: 18 ธันวาคม 2568
  • สถานที่: อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: livenationtero.co.th

ไม่ว่าจะเป็นงานดนตรี เทคโนโลยี แฟชั่น หรือแม้แต่ครีเอทีฟในโลกโซเชียล โดจาแคทถือเป็นศิลปินที่สร้างกระแสที่น่าติดตามมากคนหนึ่ง ด้วยสไตล์บนเวทีที่ตื่นเต้นและพลังการร้องที่จับใจ ส่งผลให้เวทีการแสดงในแต่ละครั้งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่หลายหมื่นคน

ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของโดจาแคท และชอบบรรยากาศของการเต้นสนุกไปพร้อมกับเพลงฮอตระดับโลก เราขอบอกเลยว่า “Doja Cat – Ma Vie World Tour” ที่กรุงเทพฯ คืองานที่คุณ “พลาดไม่ได้เด็ดขาด” เพราะนอกจากจะได้ฟังเพลงจากทุกช่วงเวลาของเธอแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์ความพิเศษที่เธอเตรียมไว้เฉพาะสำหรับแฟนไทยอีกด้วย

อย่าลืมตั้งคิวรอซื้อบัตรล่วงหน้าก่อนสินค้าหมด มาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ กับศิลปินสาวคนนี้ และส่งท้ายปีของคุณด้วยเสียงนกร้องที่จะทำให้คุณต้องเต้นไปทั้งคืน!

ที่มา – “Doja Cat” ประกาศเวิลด์ทัวร์ “Doja Cat – Ma Vie World Tour” เปิดแสดงที่กรุงเทพฯ 18 ธ.ค. นี้

ข่าวดีสวนสัตว์โคราช! ได้ลูกเลียงผาหายากใกล้สูญพันธุ์

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า เกิดเรื่องน่ายินดีสำหรับ สวนสัตว์โคราช เมื่อพวกเขาได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ นั่นคือ “น้องกริพเพ่น” ลูกเลียงผา ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568

ข่าวดีสวนสัตว์โคราช! ได้ลูกเลียงผาหายากใกล้สูญพันธุ์

ลูกเลียงผาตัวนี้เป็นของลูกของ “ชมพู่” และ “องุ่น” ซึ่งเป็นแม่และพ่อที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ และจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าทั้งแม่และลูกมีสุขภาพแข็งแรงดี น้องกริพเพ่นยังไม่ทราบเพศอย่างชัดเจน แต่ความน่ารักที่มีเกินร้อยทำเอาใครๆ ที่ได้มาพบต้องหลงรักเลยทีเดียว

ความพิเศษของ “เลียงผา” สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์

เลียงผา ถือเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 21 ชนิดของประเทศไทย จัดว่าเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมความน่ารักและความหายากของน้องกริพเพ่นจะกลายเป็นข่าวดีสำหรับ สวนสัตว์โคราช โดยเลียงผานั้นอยู่ในวงศ์เดียวกับแพะและละมั่ง มีลักษณะคล้ายแพะภูเขา และเป็น “นักปีนผามืออาชีพ” ที่เก่งในการปีนเขาเดินห้วยอย่างเหลือเชื่อ

นอกจากความน่ารัก เลียงผายังมีลักษณะพิเศษด้านการเจริญพันธุ์ ซึ่งสามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 2–3 ปี โดยฤดูผสมพันธุ์จะอยู่ในช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม ระยะตั้งครรภ์ของเลียงผายาวถึง 7–8 เดือน และมักจะคลอดลูกเพียงตัวเดียว (บางครั้งอาจจะมีสองตัว แต่พบได้ยากมาก)

เมื่อ ลูกเลียงผา เกิดใหม่ พวกมันจะลุกขึ้นยืนและเดินตามแม่ได้อย่างรวดเร็ว เพราะในธรรมชาติลูกเลียงผาต้องมีทักษะการเอาตัวรอดสูงมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล่านักล่า โดยเฉพาะในช่วงชีวิตแรกเกิด

“น้องกริพเพ่น” กลายเป็นที่น่าจับตามองของทั้งเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน สวนสัตว์โคราช ด้วยสายตาโตใส ความซน และความน่ารักแบบธรรมชาติ ทำให้ทุกคนต้องหลงรักในทันที หลายคนรอคอยที่จะได้พบกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวเลียงผาตัวน้อยคนนี้เป็นเวลานาน

ไม่ว่าจะท่านเป็นแฟนของสัตว์ป่าหรือแค่ตามหาความสดใสในช่วงวันหยุด อย่าลืมแวะเวียนมาทักทายตระกูลเลียงผาที่ สวนสัตว์นครราชสีมา แล้วคุณจะเข้าใจว่าความน่ารักและธรรมชาติที่แท้จริงนั้มีพลังมากมายเพียงใด

อย่าพลาดโอกาสในการเป็นสักขีพยานแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ สวนสัตว์โคราช นี้ และร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับทีมงานที่ทุ่มเทเพื่อการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์หายากอย่าง เลียงผา อย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ข่าวดีสวนสัตว์โคราช! ได้สมาชิกใหม่ “น้องกริพเพ่น” ลูกเลียงผาสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์

แคนาดา-อินเดียแต่งตั้งเอกอัครราชทูตใหม่ ฟื้นความสัมพันธ์

จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างแคนาดาและอินเดียในช่วงปีที่แล้ว ขณะนี้ทั้งสองประเทศได้เริ่มก้าวไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยแคนาดา-อินเดียได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตใหม่ให้กับอีกฝ่าย เพื่อเป็นสัญญาณของการเปิดรับความร่วมมือระดับทวิภาคีอีกครั้ง

แคนาดา-อินเดียปรับปรุงความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในวันที่ 29 สิงหาคม กระทรวงการต่างประเทศของแคนาดาได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่านายคริสโตเฟอร์ คูเตอร์ จะเป็นเอกอัครราชทูตประจำอินเดียคนใหม่ โดยการตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลแคนาดาที่จะกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอินเดียหลังจากที่ความขัดแย้งหลายเดือนก่อนได้ทำลายความไว้วางใจไว้บ้างแล้ว

แม้ในเวลาใกล้เคียง กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียก็ได้ประกาศเช่นกันว่านายทิเนศ เค. ปัตนายัก จะเดินทางไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำแคนาดาเร็วๆ นี้ แสดงว่าทั้งสองฝ่ายต่างเปิดใจต่อการ ฟื้นความสัมพันธ์ทวิภาคี อย่างจริงจัง

ความขัดแย้งในอดีตที่ทำให้สัมพันธ์แทบแตก

เหตุการณ์ที่นำไปสู่การหยุดชะงักของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างแคนาดา-อินเดียเกิดจากการสืบสวนสอบสวนกรณีการสังหารนายฮาร์ดีป สิงห์ นิจจาร์ ในเดือนมิถุนายน 2565 โดยหน่วยข่าวกรองแคนาดา (CSIS) เผยแพร่ข้อมูลว่าอาจมีการเกี่ยวข้องของหน่วยข่าวกรองอินเดียในการวางแผนการลอบสังหาร ซึ่งทำให้รัฐบาลแคนาดามีมติประณามและเรียกร้องความชัดเจนจากอินเดีย

อย่างไรก็ตาม อินเดียกลับมองว่าข้อกล่าวหาของแคนาดาเป็นการหาเสียงทางการเมือง ไม่มีพยานหลักฐานแน่ชัด และถือว่าเป็นการละเมิดความสัมพันธ์ทวิภาคี ทำให้ทั้งสองประเทศตัดสินใจ “เนรเทศ” เอกอัครราชทูตกันไปในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงตอนนี้ พวกเขากลับหันมาเจรจาและเตรียมเดินหน้าในการฟื้นความสัมพันธ์อีกครั้ง

ก้าวเล็กๆ เพื่ออนาคตที่ใหญ่

การแต่งตั้งเอกอัครราชทูตใหม่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการเริ่มต้นใหม่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การที่ทั้งสองฝ่ายกลับมาร่วมมือกันถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการพัฒนาความร่วมมือในหลายด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศได้ในระยะยาว

แม้ความไว้วางใจในอดีตจะยังมีรอยร้าว การกลับมายืนหน้ากระดานด้วยท่าทีที่เปิดกว้างถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางแห่งความร่วมมือระดับทวิภาคี ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลและการสื่อสารอย่างรอบคอบอย่างไร้ข้อผิดพลาดในครั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียทั้งสองฝ่ายจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง

สิ่งหนึ่งที่ผู้ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศควรสังเกตในอนาคต ก็คือเส้นทางที่แคนาดา-อินเดียจะเลือกเดินร่วมกันในส่วนของนโยบายภูมิภาคและโลก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีมิใช่เพียงแค่การแต่งตั้งทูต แต่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และจุดประสงค์ในการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง

ที่มา – “แคนาดา-อินเดีย” กลับมาแต่งตั้งเอกอัครราชทูต ฟื้นฟูความสัมพันธ์

Taylor Swift เซอร์ไพรส์เตรียมปล่อย The Life of a Showgirl อัลบั้มใหม่ชุดที่ 12 ได้ Sabrina Carpenter ร่วมแจม

เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ชาว Swifties ทั่วโลกเมื่อ Taylor Swift ประกาศเตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ในชื่อว่า The Life of a Showgirl เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 12 ของเธอ ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ในวงการเพลงอีกครั้ง โดยล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อเพลงทั้งหมด 12 เพลง ซึ่งเพลงสุดท้ายมีชื่อเดียวกับอัลบั้ม และได้ Sabrina Carpenter มาร่วมงาน ทำเอาแฟนเพลงต่างอารมณ์ตื่นเต้นสุดขีด

Taylor Swift เซอร์ไพรส์เตรียมปล่อย The Life of a Showgirl อัลบั้มใหม่ชุดที่ 12 ได้ Sabrina Carpenter ร่วมแจม

ไม่เพียงแต่ชื่อศิลปินร่วมเท่านั้น แต่ยังตื่นเต้นอีกเมื่อทราบว่า อัลบั้มนี้ถูกโปรดิวซ์โดย Max Martin และ Shellback ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ระดับตำนานที่เคยร่วมงานกับ Taylor Swift ผ่านเพลงฮิตมากมายอย่าง “We Are Never Ever Getting Back Together,” “Blank Space” และ “Shake It Off” ที่เคยติดอันดับ #1 บน Billboard Hot 100 อย่างต่อเนื่อง

แนวเพลงและการรับเสียงจากแฟน ๆ

แนวเพลงของ The Life of a Showgirl ถูกคาดการณ์ว่าจะผสมผสานระหว่างป็อปอิเล็กทรอนิกส์และป็อปแบบคลาสสิก ซึ่งเป็นสไตล์ที่ Taylor Swift ถนัด และโดดเด่นมาตลอด โดยเธอได้กล่าวว่า “นี่เป็นอัลบั้มที่ฉันอยากทำมานานมากแล้ว” ทำให้แฟน ๆ ต่างตั้งตารอคอยผลงานเต็มชุดกันอย่างลุ้นหายใจ

สำหรับแฟน ๆ ชาว Swifties ภูมิใจได้ที่ศิลปินที่พวกเขาติดตามมานานแล้วกลับมาในรูปแบบที่น่าตื่นเต้นอีกครั้ง พร้อมความร่วมมือจากเหล่าศิลปินและโปรดิวเซอร์ระดับโลก

ติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews

ที่มา – “Taylor Swift” เซอร์ไพรส์เตรียมปล่อย The Life of a Showgirl อัลบั้มใหม่ชุดที่ 12 ได้ Sabrina Carpenter ร่วมแจม

ลุ้นค่ำนี้ ‘ชบาแก้ว’ ล้างตา ออสเตรเลีย ลุ้นแชมป์ 4 สมัยติด

การแข่งขันฟุตบอลหญิงอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2025 กำลังจะมาถึงจุดสูงสุดเมื่อในคืนวันนี้ (29 ส.ค. 68) ที่ มานาฮัน สเตเดียม มณฑลชลบุรี เวลา 19.30 น. ทีม ชบาแก้ว ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะได้พบกับทีมแชมป์เก่าอย่าง ออสเตรเลีย ในนัดชิงชนะเลิศ

ลุ้นค่ำนี้ ‘ชบาแก้ว’ ล้างตา ออสเตรเลีย ลุ้นแชมป์ 4 สมัยติด

ทีมชาติไทยหรือ ชบาแก้ว ถือเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน โดยคว้าแชมป์มาแล้วสามสมัยซ้อนจากการจัดการแข่งขันครั้งก่อน ๆ ขณะที่ ออสเตรเลีย คว้าแชมป์ได้ครั้งแรกในรอบหลายปี ทำให้นัดชิงในวันนี้กลายเป็นศึกที่น่าจับตาอย่างยิ่ง

ผลงานที่ผ่านมาที่น่าจดจำ

ในเกมแรกที่พบกัน ชบาแก้ว พลาดท่าให้กับ ออสเตรเลีย ไปด้วยสกอร์ 1-2 อย่างไรก็ตาม เธอยังสามารถพัฒนาได้มากขึ้นในเกมที่ผ่านมา คว้าชัยเหนือ สิงคโปร์ 7-0 และในรอบรองชนะเลิศ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อชนะ เวียดนาม 3-1 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักเตะรุ่นใหม่ในทีม

ผู้มีความสามารถในทีมอย่าง “อริสา แต้มสกุล” กองหลังจากโรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เรากำลังตั้งเป้าที่จะแก้เกมกับออสเตรเลียให้ได้ เรามีเวลามากพอที่จะปรับปรุงตัวเองหลังจากเกมแรก ทุกคนมีความมั่นใจและตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดเพื่อทีม

เรื่องน่าสนใจอีกด้านคือ ออสเตรเลีย เป็นฝ่ายออกอาการกดดันตั้งแต่ต้น โดยหลังจากชนะไทยในเกมแรกได้แล้ว ก็ชนะ สิงคโปร์ 3-0 และตามด้วยการไล่ถล่มเจ้าภาพอย่าง อินโดนีเซีย ถึง 3-0 ในรอบรองฯ นักเตะยังคงส่งสัญญาณว่าพวกเขามุ่งเน้นคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้ง

  • ไทย: ชนะเวียดนาม 3-1 (รอบรองฯ)
  • ออสเตรเลีย: ชนะอินโดนีเซีย 3-0 (รอบรองฯ)
  • ไทยพลิกแพ้ประวัติศาสตร์จากเกมแรก
  • นักเตะไทยมั่นใจพร้อมแก้เกมในนัดชิง

แม้เกมแรกจะตกเป็นรอง แต่ ชบาแก้ว ได้แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ดีขึ้นในเกมที่ผ่านมา ทั้งในด้านเทคนิคทักษะและการเล่นเป็นทีม ซึ่งน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จ เชื่อว่าหากสามารถทำผลงานออกมาอย่างคงเส้นคงวานี้ต่อ แชมป์ 4 สมัยติดอาจเป็นไปได้จริง

อย่ารอช้า ร่วมลุ้นความตื่นเต้นไปพร้อมกับ ชบาแก้ว ในศึกชิงแชมป์อาเซียน ที่อาจเปลี่ยนหน้าฟุตบอลหญิงของไทยไปตลอดกาล

ที่มา – ลุ้นค่ำนี้! ‘ชบาแก้ว’ ล้างตา ‘ออสเตรเลีย’ ลุ้นแชมป์ 4 สมัยติด ศึก 16 ปีอาเซียน

สหรัฐฯ ไม่ประหลาดใจรัสเซียถล่มเคียฟ ยันยูเครน-รัสเซียยังไม่พร้อมยุติสงคราม

กรณีที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน ถูกกองทัพรัสเซียโจมตีอย่างหนักเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้โดรนมากกว่า 600 ลำ และขีปนาวุธอีกเกือบ 30 ลูก รวมเป็นจำนวน 629 ลูกโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในเมืองหลวง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย และสำนักงานของสหภาพยุโรป (อียู) ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น ได้สร้างความตื่นตระหนกในเวทีนานาชาติ

นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมาเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ “ไม่ประหลาดใจ” กับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนดำเนินมาอย่างยาวนาน และล่าสุดยูเครนเพิ่งเพิ่มความรุนแรงในยุทธวิธีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย

สหรัฐฯ ไม่ประหลาดใจรัสเซียถล่มเคียฟ

เลวิตต์กล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ ยังคง “ทำงานอย่างหนัก” เพื่อหาทางออกสันติในการยุติสงครามในยูเครน แต่ดูเหมือนว่า “ผู้นำทั้งรัสเซียและยูเครนยังไม่พร้อมหรือไม่ต้องการหยุดสงคราม” ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระดับโลก

ในทำนองเดียวกัน นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และผู้นำประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ในยุโรปก็ออกมาประณามรัสเซียอย่างหนัก โดยมองว่าการโจมตีในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเป้าหมายทางทหารเท่านั้น แต่ส่งผลต่อสิ่งปลูกสร้างพลเมืองและสถาบันระหว่างประเทศอย่างรุนแรง

ยูเครนเรียกร้องให้จีน-ฮังการีแสดงอาการแข็งกร้าว

ทางด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยืนยันว่า การโจมตีของรัสเซียในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า รัสเซียไม่มีเจตนาที่จะแสวงหาสันติภาพแต่อย่างใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้จีนและฮังการี ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียในเวทีนานาชาติ แสดงบทบาทที่แข็งแกร่งและชัดเจนมากกว่านี้

การโจมตีในครั้งนี้นอกจากจะสร้างความสูญเสียในชีวิตแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของพื้นที่พลเมืองเป็นอย่างมาก รัฐบาลอื่นๆ จึงต้องเร่งหาทางสนับสนุนยูเครนทั้งในด้านการทหาร มนุษยธรรม และการเมือง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจและความหวังของประชาชนยูเครน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประชุมสันติภาพ หรือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ยูเครนและพันธมิตรยังต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันให้สถานการณ์ไม่ลุกลามมากไปกว่านี้ และพร้อมเสมอสำหรับการตอบโต้ในรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

ทั้งนี้ หลายฝ่ายยังมองว่า ขณะนี้ยังไม่มีดัชนีชัดเจนว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงเมื่อใด และใครจะเป็นฝ่ายชนะ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสานสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแสวงหาทางออกที่สมดุลและเป็นธรรม

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกี่ยวกับสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนแบบเรียลไทม์ ต้องติดตามเว็บไซต์ของเราอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – สหรัฐ “ไม่ประหลาดใจ” รัสเซียถล่มกรุงเคียฟ ชี้รัสเซีย-ยูครน “ยังไม่พร้อม” ยุติศึก