ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา โดยมี นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล เป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษา ได้เดินทางไปยังศูนย์ฝึกซ้อม เจริญทองยิม เหม่งจ๋าย ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง กทม. เพื่อเข้ารับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของนักกีฬา Kickboxing ทีมชาติไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33

กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

ในการนี้ มีตัวแทนจากสมาคมกีฬามวยไทยเข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายศิวกร หมึกทอง กรรมการสมาคม นายเจริญ ชูมณี ผู้ฝึกสอน และ นายปุริศ ไสยสมบัติ ผู้ฝึกสอน ซึ่งได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแผนการฝึกซ้อมและแนวทางการเตรียมทีมเพื่อคว้าชัยในศึกการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้

บูรณาการการฝึกซ้อมอย่างเข้มงวด

จากการติดตามสถานการณ์โดยตรง คณะกรรมาธิการได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพแวดล้อมในการฝึกซ้อม โดยมีจุดประสงค์หลักคือการสร้างความมั่นใจให้นักกีฬามีสมาธิและประสิทธิภาพในการแข่งขัน การติดตามนักกีฬา Kickboxing ผ่านกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในศักยภาพของนักกีฬาไทยที่จะคว้าเหรียญรางวัลในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากการประชุม คณะฯ ได้เข้าชมการซ้อมของนักกีฬาทีมชาติอย่างใกล้ชิด โดยมีการซ้อมรูปแบบต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เข้มแข็ง สมรรถนะทางร่างกายจะต้องสูงมาก ร่วมกับทักษะการรบด้วยจังหวะ และการวางกลยุทธ์ของโค้ชผู้ฝึกสอน

  • การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายของนักกีฬา
  • การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการแข่งขัน
  • การส่งเสริมจิตใจและแรงจูงใจในการแข่งขัน

บรรยากาศในการฝึกซ้อมเต็มไปด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น นักกีฬาทั้งหลายได้รับคำแนะนำจากการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะด้านเทคนิคและวินัยในสนาม ทั้งยังเป็นการตกผลึกถึงความภูมิใจในการสวมชุดแข่งขันชาติไทย ซึ่งหลายคนเริ่มมองถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว

นายนิทัศน์ และคณะฯ ได้กล่าวขวัญให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนอย่างจริงใจ โดยเน้นย้ำว่า “เราเชื่อมั่นในความพร้อมและความมุ่งมั่นของนักกีฬาไทยอย่างเต็มที่” พร้อมทั้งหวังให้ทุกคนสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมใน การแข่งขันซีเกมส์ ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญส่งเสริมภาพลักษณ์กีฬาไทยไปทั่วอาเซียน

ขบวนการสนับสนุนโค้ช นักกีฬา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นการยกระดับการพัฒนากีฬาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างชื่อเสียงระดับโลก สำหรับการ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ลุ้นชัยร่วมกันด้วยจิตสำนึกแห่งความภาคภูมิใจ

นักกีฬา Kickboxing ทีมชาติไทย ถือเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับกีฬาไทย ทั้งในด้านความสำเร็จในสนาม และภาพลักษณ์เชิงบวกต่อประเทศชาติ การฝึกซ้อมในวันนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการคว้าแชมป์ในซีเกมส์ครั้งนี้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา มวยไทย หรือ Kickboxing การให้กำลังใจทีมชาติไทยครั้งนี้เป็นโอกาสที่คุณสามารถมีส่วนร่วมในความสำเร็จของนักกีฬาผู้แทนชาติไทย อย่าลืมเชียร์พวกเขาให้ถึงชัยในซีเกมส์ครั้งนี้!

ที่มา – กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

มาสด้าหนุนสวาทแคทลุยไทยลีก2025 หวังคว้าผลตอบรับยอดเยี่ยม

ในฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลไทย ปี 2025/26 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนั้น “มาสด้า” ได้ยังคงเดินหน้าเป็นพันธมิตรสำคัญของสโมสร “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อเนื่องมาอย่างยาวนานถึงปีที่ 13 พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันวงการฟุตบอลไทยให้ยั่งยืนและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

บรรยากาศในงานเปิดตัวสโมสรฯ สำหรับฤดูกาลใหม่ภายใต้ธีม “SWATCAT REBORN เริ่ม ลุย ใหม่” ล้นหลามไปด้วยความตื่นเต้นและกำลังใจจากแฟนบอล ผู้สนับสนุน และบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารสโมสร และตัวแทนจากมาสด้า ที่มาร่วมเฉลิมฉลองและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

มาสด้าหนุนสวาทแคทอย่างเต็มกำลัง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ระบุว่า มาสด้ามีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงแค่การขายรถยนต์ มันคือการ “ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความสุข” ด้วยพันธกิจในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทย และวงการกีฬาโดยเฉพาะ การสนับสนุน “สวาทแคท” จึงเป็นหนึ่งในประโยชน์เชิงสังคมที่สำคัญ ช่วยต่อยอดความฝันของนักฟุตบอลรุ่นใหม่ และส่งต่อจิตวิญญาณของทีมที่ไม่ยอมแพ้กับการแข่งขัน

เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฤดูกาล 2025

ในฤดูกาล 2025/26 นี้ สโมสรฯ ได้ปรับโครงสร้างทั้งในทีมงานเทคนิคและการเสริมทัพนักเตะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศึกไทยลีก 1 โดยได้นายอิสระ ศรีทะโร “โค้ชหระ” ซึ่งเป็นโค้ชชาวไทยที่มีผลงานดีกับเยาวชนชาติ เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน และยังมีการเปิดตัวนักเตะใหม่ทั้งชาวไทยและนักเตะต่างชาติที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ “สวาทแคท” ในฤดูกาลนี้ หลายคนเชื่อว่า สโมสรได้ปรับตัวอย่างคาดการณ์และตั้งเป้าสูง ไม่เพียงแต่เพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อคว้าอันดับสูง ๆ และจุดประกายความสุขให้แฟนบอลชาวโคราชและผู้ชื่นชอบฟุตบอลทั่วประเทศ

เราเชื่อว่าฟุตบอลคือพลังที่เปลี่ยนชีวิต และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันคุณภาพของสังคมให้ดีขึ้น” ประธานสโมสรฯ กล่าว พร้อมเสริมว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนของสโมสรต้องอาศัยการสนับสนุนในทุกภาคส่วนอย่างเหนียวแน่น และเด่นชัดในปีนี้ “สวาทแคท” ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก “มาสด้า” และพันธมิตรทั้งในและนอกระบบ

ต้นแบบเสื้อใหม่ สะท้อนรากแก้วงศ์ของโคราช

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานเปิดตัวก็คือการเปิดเผยว่าสโมสรจะสวมใส่ชุดแข่งขันใหม่ที่ออกแบบโดย บริษัท โวลท์ เอนเนอร์จี แวร์ จำกัด ซึ่งเน้นความพิเศษผ่านแรงบันดาลใจจาก “แผนที่โคราชจีโอพาร์ก” และภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุกว่า 4,000 ปีจากเขาจันทร์งาม ชุดแข่งในฤดูกาลนี้จึงถือเป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณของทีม “สวาทแคท” ที่มุ่งไปสู่“การเริ่มต้นใหม่” อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

  • การเติมเต็มจุดอ่อนจากฤดูกาลก่อน
  • การเสริมศักยภาพทั้งด้านผู้เล่นและโค้ช
  • เสื้อแบบใหม่ที่แสดงอัตลักษณ์ของโคราช
  • การได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก “มาสด้า” & ทุกภาคส่วน

นักเตะสำคัญในทีม “สวาทแคท” ฤดูกาล 2025/26 ประกอบด้วยหัวหน้าผู้ฝึกสอน “โค้ชหระ” และเหล่านักเตะที่สืบทอดจิตวิญญาณการต่อสู้อย่าง ธนภัทร์ วะรงค์, พัชรพงษ์ ประทุมมา, เดยัน เมเลก, สิทธิโชค ภาโส, ธนินนัทธ์ อธิศราวรเมศร์, วิคเตอร์ มาร์ติเนซ และอีกมากมายที่เตรียมเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการคว้าชัยในสนามฟุตบอล

กับความตั้งใจและหัวใจของเหล่าทีมงานในปีนี้ เชื่อได้ว่าทั้งผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ฝ่ายบริหาร และทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง “สวาทแคท” จะฉีกแต้มบนสนามในฤดูกาลนี้ให้ได้ดีที่สุด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและคืนความสุขให้ทุกคนผ่านศาสตร์แห่งความสนุกของ “ฟุตบอลไทย”

อย่าลืมตามเชียร์สโมสร “สวาทแคท” บนสนาม เริ่มรอบแรกของฤดูกาล 2025/26 ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เราของเหล่าสาวก “แมวสีส้มรุ่นใหญ่” พร้อมแล้วหรือยัง?

ที่มา – “มาสด้า” หนุน “สวาทแคท” สู้ศึกไทยลีก 2025 หวังทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด

ธอส. ใจดีหนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท จัด G H BANK ITF World

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือที่รู้จักในนาม “ธอส.” ได้ให้การสนับสนุนวงการกีฬาเทนนิสของไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีความร่วมมือกับสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย โดยมอบเงินสนับสนุนจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อจัดการแข่งขัน “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025” ที่เป็นเวทีระดับนานาชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ธอส. ใจดีหนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท

การสนับสนุนครั้งนี้มาจากความตระหนักของ “บิ๊กสุชัย” นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ที่ว่าการพัฒนาโลกเทนนิสของไทยต้องอาศัยความร่วมมืออย่างยั่งยืนจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่เห็นคุณค่าของการส่งเสริมเยาวชนไทยให้สามารถแข่งขันระดับโลกได้

เป้าหมายระดับโลกผ่าน G H BANK ITF World

ในการจัดงาน G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 เป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักเทนนิสไทยที่จะเก็บคะแนนเพื่อเลื่อนอันดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างเวทีให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ให้ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ โดยมีการจัด 6 รายการ ITF World Tennis Tour พร้อมเงินรางวัลรวมกันกว่า 5 ล้านบาท และการแข่งขัน ธอส.-เทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 85 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ยังมีรายการ G H BANK ITF Juniors World Tennis Tour 2025 สำหรับนักเทนนิสเยาวชนที่กำลังแข่งขันอยู่ กระทั่งพลิกโฉมวงการเทนนิสไทยด้วยการมุ่งเน้นรากฐานการฝึกสอนและการให้โอกาสแก่เยาวชนเสี่ยงดวง ในฐานะที่นักเทนนิสอาชีพในอนาคต

“ในนามของนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ ผมขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาเทนนิสในประเทศไทย โดยรายการที่ ธอส. ให้การสนับสนุนในระดับเยาวชน ก็เป็นรากฐานที่สำคัญ ส่วนรุ่นทั่วไปเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของนักกีฬาในการใช้กีฬาเทนนิสก้าวสู่กีฬาอาชีพด้วย” นายสุชัย กล่าว

การจัด การแข่งขัน G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของนักกีฬาไทยที่มีศักยภาพ พร้อมเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ให้กับนักกีฬาทั่วโลกได้อีกด้วย

มาลุ้นไปด้วยกันว่า ใครจะเป็นแชมป์จากเวที G H BANK ITF World Tennis Tour ซึ่งอาจเป็นดาวรุ่งไทยที่จะ{Name}ขึ้นแท่นเป็นนักเล่นระดับโลกในอนาคต!

ที่มา – “ธอส.” ใจดีหนุน “ลอนเทนนิส” 10 ล้านบาท จัดศึก “G H BANK ITF World”

มาริษถก3ฝ่ายขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 10 พร้อมทั้งหารือไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากจีนและกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับจากนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา

มาริษถก3ฝ่ายขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

ในการประชุมครั้งนี้ นายมาริษได้แสดงความขอบคุณต่อบทบาทของจีนในการส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างสันติ โดยเฉพาะในเรื่องการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศไทยและคณะประเทศสมาชิกอาเซียน

นอกจากนี้ ท่านยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเพื่อดำเนินงาน เก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่ยังคงเหลืออยู่ตามแนวชายแดน เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความสงบสุขให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน

ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน-กัมพูชา

นายมาริษ กล่าวในระหว่างการพูดคุยว่า รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในประเด็นนี้ โดยมีความคาดหวังว่าจะมีการหารืออย่างเป็นทางการในคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC) ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการปรับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับกัมพูชาในเชิงลึกมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้แทนทั้งสามฝ่ายยังเห็นพ้องตรงกันว่าควรมีการควบคุมข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือหรือข้อมูลผิดพลาดไปขยายผลและสร้างความเข้าใจผิดในระดับประชาชน

  • ขอขอบคุณจีนที่ให้การสนับสนุนด้านความมั่นคง
  • เน้นการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามพรมแดน
  • อภิปรายเรื่องข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ร่วมกันรักษาความสงบในภูมิภาค

ทว่าข้อตกลงเหล่านี้ยังต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการที่เกี่ยวข้องกับการ เก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามแนวชายแดนสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ทั้งยังเปิดโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจและการค้าในอนาคตอันใกล้

ทิศทางในอนาคตของข้อตกลงความร่วมมือ: การพูดคุยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชาในหลายมิติ โดยเฉพาะภายใต้กลไกอาเซียนที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงวาระการเจรจาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังมีความคาดหวังว่าการดำเนินงานทางด้านความมั่นคงจะช่วยให้เกิดผลเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมือง และมุ่งสู่การแก้ปัญหาบนพื้นฐานของสันติและประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้น การสนับสนุนจากจีนในประเด็นเก็บกู้ทุ่นระเบิดนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของการออกนอกบทบาทผู้นำภูมิภาค และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของอาเซียน

ที่มา – ‘มาริษ’ ถก 3 ฝ่าย ‘จีน-ไทย-กัมพูชา’ ขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

เอแซ็ป หนุน โปรตี้ ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพเอเชียนทัวร์ 2025

ในวงการกีฬากอล์ฟระดับโลก การมีพันธมิตรที่เชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาไทยจะช่วยเปิดโอกาสให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างมาก ล่าสุด บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอแซ็ป” ได้ประกาศเป็น ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ให้กับ “โปรตี้” สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย นักกอล์ฟอาชีพชื่อดังของเมืองไทย โดยมุ่งเป้าเดินสายลุยคว้าแชมป์ในรายการ เอเชียนทัวร์ 2025

เอแซ็ป หนุน โปรตี้ ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพเอเชียนทัวร์ 2025

การลงนามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Sport Marketing ของ “เอแซ็ป” ที่ไม่เพียงแค่ต้องการส่งเสริมแบรนด์ แต่ยังมุ่งเน้น “การตอบแทนสังคม” และ “การขับเคลื่อนศักยภาพนักกีฬาไทย” สู่เวทีโลก โดย “โปรตี้” จะประเดิมการแข่งขันในเอเชียนทัวร์ 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้ในทัวร์นาเมนต์แรกของฤดูกาล

เอแซ็ป เชื่อในศักยภาพโปรตี้

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “เอแซ็ป” เปิดเผยว่า “asap มุ่งมั่นในการตอบแทนสังคมและสนับสนุนผู้ที่มีศักยภาพให้ได้แสดงความสามารถสู่ระดับสากล การสนับสนุน ‘โปรตี้’ ครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนค่านิยมของแบรนด์ที่ต้องการขับเคลื่อนความสำเร็จของนักกีฬาไทย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และยกระดับวงการกีฬาไทยบนเวทีโลก”

สำหรับ “โปรตี้” สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย เองก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ระดับประเทศแบบ “เอแซ็ป” และเปิดเผยว่า “เมื่อทราบว่า asap ต้องการสนับสนุนนักกีฬาไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมาก โดยตั้งเป้าว่าจะคว้าแชมป์ให้ได้อย่างน้อย 1 รายการในเอเชียนทัวร์ 2025 เพื่อนำความภาคภูมิใจมาให้กับคนไทย”

ความร่วมมือเพื่ออนาคต

การร่วมมือระหว่าง “เอแซ็ป” กับ “โปรตี้” ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนทางการเงิน แต่เป็นการผนึกกำลังของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนความสามารถของนักกีฬาไทยให้โด่งดังในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจให้กับคนไทยผ่านความสำเร็จในสนามกอล์ฟ

  • สนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างยั่งยืน
  • ยกระดับกีฬาไทยสู่เวทีโลก
  • ยึดแนวคิด Sport Marketing ด้านสังคม

ในเอเชียนทัวร์ 2025 นี้ มีโอกาสสูงที่ “โปรตี้” จะสร้างความประหลาดใจให้แฟนกอล์ฟทั่วประเทศ และเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้กับเขาที่จะพิสูจน์ความสามารถ และนำแชมป์กลับมายังไทยอย่างภาคภูมิใจ

หากคุณเป็นแฟนกีฬา การมีกลยุทธ์สนับสนุนที่ดีอย่าง “เอแซ็ป” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การลงทุนในนักกีฬาอีลิตสามารถสร้างมูลค่าทั้งในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่าลืมเชียร์ “โปรตี้” ในเอเชียนทัวร์ 2025 และตามผลงานของเขากันต่อในสนามกอล์ฟระดับโลก!

ที่มา – “เอแซ็ป” หนุน “โปรตี้” ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพ “เอเชียนทัวร์ 2025”

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอดีตพาณิชย์อุบล-สุรินทร์ร่ำรวยผิดปกติ81ล้าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แถลงถึงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีตพาณิชย์จังหวัด อุบลฯ-สุรินทร์ ร่ำรวยผิดปกติ 81 ล้านบาท ในตัวของนายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือที่เรียกกันว่า นายวัทธิกร หรือ มังกร ใสงาม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี และพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีตพาณิชย์จังหวัด อุบลฯ-สุรินทร์ ร่ำรวยผิดปกติ 81 ล้านบาท

จากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2554 ถึง 2557 ขณะดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี และในปี พ.ศ. 2558 ขณะดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ นายวัทธิกร ใสงาม ได้มีส่วนได้เสียในกิจการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยใช้ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ตนเองเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งใช้ชื่อญาติและลูกจ้างเป็นผู้จัดการแทน เข้าเป็นคู่สัญญากับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานีรวม 26 โครงการ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์อีก 7 โครงการ

รายได้ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สิน

ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว นายวัทธิกร ใสงาม และคู่สมรส มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 7,264,160.64 บาท แต่มีการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินในช่วงเวลานั้นรวมเป็นจำนวนเงิน 81,424,952.08 บาท โดยไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ชัดเจน

  • เงินฝากธนาคาร ในชื่อนายวัทธิกร ใสงาม จำนวน 5 บัญชี รวมทั้งสิ้น 74,224,952.08 บาท
  • ที่ดิน 1 แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่าประมาณ 6,200,000 บาท
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ HONDA HR-V15 จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วิเคราะห์ข้อมูลและพิจารณาแล้ว มีมติชี้มูลความผิดว่าป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีตพาณิชย์จังหวัด อุบลฯ-สุรินทร์ ร่ำรวยผิดปกติ 81 ล้านบาท ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาได้ตามกฎหมาย

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารพยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง

ทั้งนี้ หากการบังคับคดีไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ศาลจะสามารถใช้อำนาจบังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการลงโทษทางวินัยนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้มีคำสั่งไล่นายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ ออกจากราชการไปแล้ว และได้อำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งผลการพิจารณาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของความผิดในวงราชการที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องใส่ใจและมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ติดตามข่าวสารด้านความโปร่งใสและการต่อสู้กับการทุจริต ต้องติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีการพิจารณาในศาลและผลกระทบต่อระบบราชการในวงกว้าง

ที่มา – ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีตพาณิชย์จังหวัด อุบลฯ-สุรินทร์ ร่ำรวยผิดปกติ 81 ล้านบาท

5 เคล็ดลับทำความสะอาดกระเบื้องผนังให้เงางามเหมือนใหม่

กระเบื้องผนังเป็นหนึ่งในวัสดุที่นิยมใช้ตกแต่งภายในบ้านอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความสวยงามทันสมัย และยังง่ายต่อการทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม หากละเลยการดูแลไปนานวันเข้า กระเบื้องผนังอาจหมอง สีซีด หรือเกิดคราบสกปรกที่ฝังแน่น บทความนี้จะมาแนะนำ 5 เคล็ดลับทำความสะอาดกระเบื้องผนังให้เงางามเหมือนใหม่ แบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำตามได้ เพื่อให้ผนังของคุณกลับมาสดใสและแวววับอีกครั้ง

5 เคล็ดลับทำความสะอาดกระเบื้องผนังให้เงางามเหมือนใหม่

การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยให้บ้านดูสะอาดตา แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของกระเบื้องผนังได้ดีมากอีกด้วย

1. ใช้น้ำส้มสายชูขจัดคราบฝังแน่น

เป็นอีกหนึ่งวิธีธรรมชาติที่ได้ผลดีคือการใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วใส่ในขวดสเปรย์พ่นลงบนกระเบื้องผนัง ใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดเบา ๆ วิธีนี้ช่วยละลายคราบสบู่ คราบน้ำมัน หรือคราบตะไกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห้องน้ำและห้องครัวที่มีคราบฝังแน่นจากน้ำหรือน้ำมัน

2. ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเป็นเนื้อครีม

เบกกิ้งโซดามีฤทธิ์กัดคราบอย่างอ่อนโยน ไม่ทำลายผิวกระเบื้องผนัง เตรียมครีมโดยผสมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เป็นเนื้อข้น แล้วนำมาทาบนกระเบื้องผนัง ทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นขัดออกด้วยแปรง ช่วยขจัดคราบเหลืองและเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ใช้แปรงสีฟันเก่าทำความสะอาดร่องยาแนว

ร่องยาแนวระหว่างกระเบื้องผนังเป็นจุดที่คราบสกปรกสะสมได้ง่าย ใช้แปรงสีฟันเก่าจุ่มน้ำยาหรือเบกกิ้งโซดา แล้วขัดตามแนวร่องยาแนวอย่างเบามือ ช่วยให้ร่องยาแนวสะอาดขึ้นโดยไม่ทำลายพื้นผิวของกระเบื้องผนัง

4. เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม

หากคุณต้องการความสะดวก ปัจจุบันมีน้ำยาทำความสะอาดกระเบื้องผนังหลากหลายชนิด หากเลือกซื้อ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกรดแรงและสารกัดกร่อน ควรอ่านฉลากและทดลองกับพื้นที่เล็ก ๆ ก่อน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์

5. ทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมของคราบ

เคล็ดลับสุดท้ายและสำคัญที่สุด คือการทำความสะอาดกระเบื้องผนังอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีคราบที่มองเห็นได้ ก็ควรเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการสัมผัสกับน้ำ หรือคราบมันบ่อย ๆ การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันการสะสมของคราบที่ยากต่อการกำจัด และยืดระยะเวลาการใช้งานของกระเบื้องผนังให้ยาวนานยิ่งขึ้น

การดูแลรักษากระเบื้องผนังไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้เทคนิคที่ถูกต้องและการใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดา ซึ่งสามารถเตรียมทำเองได้ง่าย แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสู่การให้กระเบื้องผนังของคุณดูเงางามเหมือนใหม่ได้ตลอดเวลา

ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดู คุณจะพบว่าการทำความสะอาดกระเบื้องผนังจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

ที่มา – 5 เคล็ดลับทำความสะอาดกระเบื้องผนังให้เงางามเหมือนใหม่

‘สุชาติ’ ชี้การเจรจาภาษีทรัมป์ทำได้ดี-แต่ไม่ปรับค่าเงินบาทแข็งเกินไปเศรษฐกิจฟื้นยาก

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2568 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาเรื่อง “ภาษีทรัมป์” ว่าถือว่าทำได้ดี แต่หากภาครัฐไม่สามารถปรับค่าเงินบาทให้เหมาะสม ไม่ให้แข็งเกินไป เศรษฐกิจไทยก็จะฟื้นตัวได้ยาก

‘สุชาติ’ ชี้การเจรจาภาษีทรัมป์ทำได้ดี-แต่ไม่ปรับค่าเงินบาทแข็งเกินไปเศรษฐกิจฟื้นยาก

สาเหตุคือแม้จะตกลงเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าได้ที่ร้อยละ 19 ซึ่งถือว่าดี ไม่เสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าไม่ปรับค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป ซึ่งเป็นผลจากนโยบายภายในประเทศ เศรษฐกิจก็จะประสบปัญหาในการฟื้นตัว ความแข็งค่าของเงินบาทมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

ทำไมต้องระวังการแข็งค่าของเงินบาท

เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป มีผลให้รายได้จากการส่งออกลดลง กระทบต่อจีดีพี และการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้รายได้ประชาชนลดลง หนี้ของประชาชนและภาครัฐสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวไม่แข็งแกร่ง เพราะราคากลางของสินค้าและบริการที่สูงขึ้นจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดความสนใจ และส่งผลต่อรายได้外汇ด้วยเช่นกัน

  • ค่าเงินบาทแข็งกว่าเงินรูปีอินเดีย 2.58 เท่า
  • แข็งกว่าเงินด่องเวียดนาม 1.6 เท่า
  • แข็งกว่าเกือบทุกประเทศในโลก โดยเฉลี่ยเมื่อเทียบในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

แนวทางแก้ไข: การกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน

หากต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน ภาครัฐควรพิจารณาปรับค่าเงินบาทให้อ่อนลงเล็กน้อยผ่านนโยบายยุทธศาสตร์การกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Targeting) ซึ่งเป็นแนวทางที่مقاطบหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสมไม่เพียงช่วยขจัดปัญหาการแข่งขันด้านราคาในการส่งออกเท่านั้น แต่ยังลดความเสี่ยงจากการโจมตีค่าเงิน หากเทียบกับประสบการณ์ในช่วงปี 2540 ที่เกิดขึ้นหลังจากมีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรง

ทำไมต้องแยกแยะความแตกต่างของเงินเฟ้อไทยกับเงินเฟ้อโลก

สิ่งที่สำคัญคือ ประเทศเล็กๆ อย่างไทยซึ่งเปิดรับเศรษฐกิจโลกมาก ไม่จำเป็นต้องพยายามควบคุมเงินเฟ้อต่ำกว่าระดับโลก (ประมาณ 3-4%) เพราะทำให้เงินบาทแข็งค่ามากไป ส่งผลเสียต่อภาคเศรษฐกิจหลักๆ อย่างการส่งออกและการท่องเที่ยว

ดังนั้น การวางเป้าหมายทางเศรษฐการให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งภายในและภายนอกจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดการปรับตัวของพลเมืองในทิศทางตรงกันข้าม

ประวัติศาสตร์การเติบโตของประเทศพัฒนาแล้ว

ตัวอย่างประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น (ปี ค.ศ. 1960)، เกาหลีใต้ (1970) และจีน (1990) ล้วนประสบความสำเร็จในระยะยาว ด้วยการวางกลยุทธ์เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนตั้งแต่บัดนั้น ทำให้สามารถสร้างแรงผลักดันสนับสนุนภาคเศรษฐกิจ

จากสูตรทางเศรษฐศาสตร์ e = P / Pw (e คือดัชนีค่าเงินบาท, P คือดัชนีราคาสินค้าภายในประเทศ และ Pw คือดัชนีราคาในต่างประเทศ) จะเห็นได้ว่าเงินเฟ้อภายในประเทศที่ต่ำกว่าโลก หมายถึงการที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น

ดังนั้น หากยังคงใช้แนวทางเชิงเศรษฐกิจสมัยใหม่แต่ไม่พิจารณาปัจจัยพื้นฐานใหม่อย่างรอบด้าน การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอาจยังคงหยุดนิ่ง

การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางนโยบายทางการเงินและคลังแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถสร้างผลกระทบเท่านโยบายการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีเป้าหมาย การวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งจึงควรเริ่มจากการปรับค่าเงินให้เหมาะสม

ประเทศควรเริ่มมองไปไกลว่าว่าเศรษฐกิจต้องเติบโตได้จริงในระยะยาว จึงจะหายากจนได้

ที่มา – ‘สุชาติ’ ชี้การเจรจาภาษีทรัมป์ทำได้ดี-แต่ไม่ปรับค่าเงินบาทแข็งเกินไปเศรษฐกิจฟื้นยาก

NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว

ใครกำลังมองหารถจักรยานยนต์ที่ทั้งสวย ใส่ใจในรายละเอียด และเหมาะสำหรับใช้งานทุกวัน รับรองว่า NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว คือคำตอบที่คุณตามหามานาน ด้วยดีไซน์สไตล์ Fashion Moped ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมสมรรถนะที่เหมาะกับทั้งการเดินทางกลางเมืองและการออกไปพิชิตเส้นทางอีกมากมาย

NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว

PG-1 ถูกออกแบบมาให้เป็นรถจักรยานยนต์สำหรับครอบครัวแบบ All-around ที่สามารถใช้ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นใช้งานในวันธรรมดา รวมถึงวันหยุดเพื่อพิชิตเส้นทางที่ท้าทาย PG-1 ช่วยให้คุณสนุกกับชีวิตแบบ Playful ได้ทุกที่ ทุกเวลา และกับทุกคน

เทคโนโลยีขั้นสูงที่มาแรง

หนึ่งในจุดแข็งของ PG-1 คือ New Full Digital Speedometer พร้อมหน้าปัดแบบวงกลมคลาสสิกที่แสดงข้อมูลทุกอย่างอย่างชัดเจน เช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน และไฟแจ้งเตือนระบบเบรก ABS เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในส่วนของระบบเบรกก็ได้รับการอัปเกรดอย่างสมจริง โดยมาพร้อมกับเบรก ABS หน้าขนาดใหญ่ 245 มม. ช่วยลดโอกาสการล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน อีกทั้งยังติดตั้งยาง Block ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น และออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนน ทั้งบนและออฟโรด

ดีไซน์ที่ต่างจากใครๆ

NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว มีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นด้วย Timeless Unique Bone Design ที่เรียบง่ายแต่ดูเท่ โดยมีโครงสร้างบอดี้ที่เข้ากับเฟรมอย่างลงตัว เพิ่มความมั่นใจให้การขับขี่ด้วย Upright Handle Bar ที่ช่วยให้ทรงตัวได้ดี และโช้คหน้าแบบ Telescopic พร้อมแผงคอบน และยางหุ้มโช้ค เพื่อการขับขี่อย่างนุ่มนวลแม้บนทาง rough

ระยะล่างจากพื้น 190 มม. ทำให้คุณมั่นใจในการขี่ผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วงขับขี่ได้สะดวกทั้งใกล้และไกลด้วย Freedom Riding Position รวมไปถึงเบาะแบบ Duo Seat ที่ออกแบบให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั่งได้อย่างสบาย

สีสันพร้อมเพรียง เลือกได้หลายวิถี

PG-1 มีสีสันที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ Blue Glacier, Red Twilight, Gray Misty และ Brown Rockstone โดยมีราคาแนะนำอยู่ที่ 57,500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่น Yamaha Care X2 เมื่อสั่งซื้อระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2568 รับประกันอุบัติเหตุพร้อมชดเชยรายได้ วันละ 1,500 บาท สูงสุด 45,000 บาท จากทิพยประกันภัย

ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียวหรือกับผู้ติดตามใจในทุกเส้นทาง คุณสามารถแต่ง PG-1 ของคุณให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์แต่งแท้จากยามาฮ่า เช่น ตะแกรงบรรทุก ชุดการ์ดแฮนด์ และฝาครอบท่อที่ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังมีความใช้งานจริง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว จะเหมาะกับคุณหรือไม่ เราขอแนะนำให้ไปลองขี่ดูจริงๆ เพราะมันคือความสนุกที่ไม่มีวันเบื่อ!

ที่มา – NEW YAMAHA PG-1 พร้อมชิงตลาดสองล้อครอบครัว

หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี ชาวเน็ตหัวเราะกลิ้ง

เรื่องราวที่หลายคนต้องหัวเราะออกมาเป็นน้ำตาเล็ด นั่นคือคลิปวิดีโอที่แพร่หลายบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะ TikTok ซึ่งมีการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ “หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี” มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนสร้างกระแสไวรัลที่ดึงดูดชาวเน็ตให้เข้ามาติดตามและเข้ามาชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี – สุดน่ารักจนไม่อยากโวยวาย

กลุ่มผู้ใช้งาน TikTok แห่งหนึ่งได้โพสต์คลิปที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ “หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี” ด้วยความน่ารักที่ทุกท่าทางจนเข้าใจได้ง่ายว่า “ฉันไม่ได้ลักขโมย ฉันแค่ต้องการคุย” เรียกได้ว่าสุนัขตัวนี้กลายเป็นไดโนเสาร์ของบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ และน่าแปลกกว่านั้นคือ สุนัขอีกตัวในบ้านกลับสามารถทำตัวอยู่ภายในบ้านได้อย่างสงบ พักผ่อนหลับใหลอย่างไม่เคยตื่นแม้แต่น้อย คล้ายกับบอกโลกว่า “เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องของฉัน”

เหตุการณ์ในคลิป

  • หมาตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านแบบไม่พบว่าใครจะห้าม
  • ใช้ขาในมือมารวมพลิกหม้อจากเตาออกมาได้อย่างแม่นยำ
  • จากนั้นกลายเป็นของที่ถูกยักยอกโดยวิ่งไปซุกมุมนั่งกินข้าวแทนแบบมีสติ

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ เจ้าของบ้านระบุว่า “เห็นหมาตัวสีขาวตอนวิ่งไปข้างหลังบ้าน และกลับออกมาแบบหม้อติดขาก็ไม่รู้จัก” พร้อมตอบกลับด้วยคำว่า “แม้จะรู้ว่าหม้อหนักบ้างก็ยอมให้น้องไปถือเพราะเด็กมันคือเสาหลักของบ้านแล้ว”

ทำให้หลายคนเข้ามาแสดงความเห็นสองแง่มุม โดยเฉพาะกลุ่มสาวกที่มองว่า “มันไปเอาสายไฟด้วยมั้ย” และ “ต้องหนีกลับมาเอาหม้อคืนให้เจ้าของให้ได้เลย” เป็นต้น พร้อมกับแห่บอกเล่าประวัติหมาซุกมุมว่า “จำไว้ว่าแกเป็นคนๆ หนึ่งที่ชอบขโมยหม้อหุงข้าวไว้กินนะโว้ยยยย” ไปจนกลายเป็นมีมในวงกว้าง

ความน่ารักที่มากเกินพิกัด

มีหลายความคิดเห็นระบุว่า หากย้อนกลับไปดูภาพก่อนหน้านี้ อาจเคยมีน้องหมาหากล้องวงจรปิดเรียบร้อยก่อนแล้ว พร้อมคลิป “หมาเห่าขู่ตัวเองจนกลัวแล้วหลบซุกหลังตู้” ทำให้คำพูด “หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี” กลายเป็นหัวใจของผู้ชมบนโลกโซเชียลไปโดยปริยายด้วยความทรงจำที่เจ้าเหมียว-เจ้าหมาในครัวสามารถเป็นดวงใจใครหลายคน

งานนี้ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจและหัวใจของหลายคนที่กำลังตามรอยเจ้าเหมียวเจ้าหมาในบ้าน โดยหากใครเพิ่งอ่านจบแล้ว อย่าลืมกลับไปเช็กว่า “ตอนนี้หม้อข้าวของคุณยังอยู่ภูมิทัศน์แห่งเบอร์ 1 จริง ๆ หรือเปล่า?”

ที่มา – หมาตัวป่วนคาบหม้อหุงข้าวหนี งานนี้ทำชาวเน็ตหัวเราะน้ำตาเล็ด