ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เสาไห้จัดแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน

ที่บริเวณศูนย์แข่งขันเรือยาวประเพณี อ.เสาไห้ จ.สระบุรี มีการแถลงข่าวจัดงานโครงการประเพณีการแข่งขันเรือยาว จ.สระบุรี ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม ณ ลำน้ำป่าสัก โดยมีนายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเสาไห้ เป็นประธานในการแถลงข่าวครั้งนี้

เสาไห้จัดแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน

นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ตามแนวยุทธศาสตร์ของรัฐบาล จึงได้จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีในลำน้ำป่าสักชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 ขึ้น

การแข่งขันเรือยาวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 29 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณโปรดเกล้าพระราชทานถ้วยรางวัลแก่เรือยาวที่ชนะเลิศใน 3 ประเภท สำหรับปีนี้ยังมีการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศทางทีวีสีช่อง 5 และภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และของดีอำเภอเสาไห้ ให้ทุกท่านเลือกซื้อเป็นของฝาก

ใบ้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม

ด้านนายธนฤกต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ประเพณีการแข่งขันเรือยาวถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีได้จัดสรรงบประมาณ 2,500,000 บาท เพื่อดำเนินการจัดงานในครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบ

นายณัฐปคัลย์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพระนครศรีอยุธยา) กล่าวเสริมว่า นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวถือเป็นแนวทางสำคัญ หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะการโปรโมทกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสามารถสร้างรายได้และการจ้างงานให้กับชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

เรือยาวต่างจังหวัดร่วมประชันฝีพาย

นายวิจักขณ์ โพธ์ใบ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และเป็นผู้เชิญเรือยาวจากจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ กล่าวว่า คณะกรรมการได้คัดเลือกเรือดี เรือดังจากหลายจังหวัด อาทิ พิจิตร, ปทุมธานี, เพชรบุรี และจังหวัดอื่นๆ ในประเภทต่างๆ ได้แก่

  • เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย
  • เรือยาวกลาง 40 ฝีพาย
  • เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย
  • เรือยาวจิ๋ว 12 ฝีพาย

และยังมีเรือที่เคยแชมป์ถ้วยพระราชทานในอดีตเดินทางมาประชันฝีพายอีกครั้ง นับเป็นการรวมพลังแห่งประเพณีและวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ

ดังนั้นคณะผู้จัดจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านที่สนใจไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ชื่นชอบในกีฬาน้ำประเพณีนี้ เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งขันที่ศูนย์แข่งขันเรือยาว อำเภเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ในวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 นี้

การรักษาประเพณีไว้ไม่ให้สูญหายเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งกีฬาและกิจกรรมเช่นการแข่งขันเรือยาวถือเป็นทางหนึ่งที่ช่วยสานต่อวัฒนธรรมไทยอย่างมีคุณค่า อย่าลืมมาร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจนั้นในปีนี้!

ที่มา – เสาไห้จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีในลำน้ำป่าสักชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

ศอ.บต.หารือแนวทางช่วยเหลือเด็ก-ครอบครัวไทยในมาเลเซีย

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดการประชุมเพื่อหารือแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวคนไทยในประเทศมาเลเซีย ณ ห้องประชุมประสงค์ สุ่นศิริ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีหน่วยงานระดับนโยบายจากทั้งไทยและมาเลเซียร่วมแลกเปลี่ยนและทบทวนบทบาทในการคุ้มครองเด็กข้ามแดน ที่ประสบปัญหาต่างๆ ทั้งทางสังคม ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิ

ศอ.บต.เดินหน้าหารือแนวทางการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวคนไทยในประเทศมาเลเซีย

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างกลไกความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพระหว่างไทยและมาเลเซีย ในการจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการดูแล เด็กและครอบครัวคนไทยในประเทศมาเลเซีย ให้มีความเป็นระบบและตอบโจทย์ปัญหาจริง

ปัญหาที่พบกับเด็กและครอบครัวไทยในมาเลเซีย

ที่ประชุมพบว่า เด็กไทยที่เดินทางไปยังมาเลเซียมีหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เกิดจากมารดาที่ถูกจำคุกในเรือนจำของมาเลเซีย เด็กที่ตามผู้ปกครองไปทำงาน หรือแม้แต่เด็กที่เกิดในโรงพยาบาลของมาเลเซียแต่หนีออกจากโรงพยาบาลเพราะค่าใช้จ่ายสูง ยังมีปัญหาเรื่องบิดาหรือมารดาที่เป็นชาวต่างชาติโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ส่งผลให้เด็กไม่มีสัญชาติที่ชัดเจน

  • เด็กที่เกิดในเรือนจำต่างประเทศ
  • เด็กที่ตามผู้ปกครองไปทำงานในต่างแดน
  • เด็กที่เกิดกับหมอแม่น
  • เด็กที่ไม่ทราบรากเหง้า
  • ผู้หญิงไทยที่ตกเป็นเหยื่อค้าประเวณีในต่างแดน

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดทำแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐาน (SOP) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

หน่วยงานร่วมมือจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะ

ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอภาพรวมบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 หน่วยงาน และได้เห็นพ้องร่วมกันในการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะ เพื่อดำเนินการศอ.บต.เดินหน้าหารือการจัดทำแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวคนไทยในประเทศมาเลเซีย อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าแนวทางและ SOPs ที่จะถูกจัดทำขึ้น จะช่วยให้หน่วยงานทั้งในไทยและต่างประเทศสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก รวมถึงให้ความคุ้มครองกับครอบครัวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

การช่วยเหลือ เด็กและครอบครัวคนไทยในประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของภาครัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากสังคมและประชาชนด้วย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดูแลพลเมืองของตนได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใด

ที่มา – ศอ.บต.เดินหน้าหารือการจัดทำแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวคนไทย ในประเทศมาเลเซีย

รพ.สิรินธรขอนแก่น เจ๋งนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสำเร็จ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นพ.สุนทร ธีรพัฒนพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลได้ติดตามประเมินผลอาการและความพึงพอใจของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมด้วยเทคนิค หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งมีความแม่นยำสูงและลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดทั่วไป

รพ.สิรินธรขอนแก่น เจ๋งนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสำเร็จ

กรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นพ.ธีระชาติ บุตรคำโชติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย โรงพยาบาลสิรินธร ขอนแก่น ได้ร่วมกับกลุ่มงานวิสัญญีและกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยห้องผ่าตัดดำเนินการผ่าตัดผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมด้วยหุ่นยนต์ พร้อมมี นพ.วิศรุต วัฒนาศิริพร ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์จากโรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่นมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ซึ่งถือเป็นการยกระดับองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาล

เทคนิคการใช้หุ่นยนต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด

นพ.สุนทรธีรพัฒนพงศ์ กล่าวอีกว่า เทคนิค Robotic Assistant Total Knee Arthroplasty เป็นการใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ร่วมกับหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยศัลยแพทย์ ซึ่งช่วยให้ตัดกระดูกได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการวางตำแหน่งข้อเข่าเทียมผิดพลาด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น บาดเจ็บน้อย และสามารถเคลื่อนไหวได้ดีหลังผ่าตัด

นางจิตรา ธำรงชัยชนะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ของโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การนำเทคนิค หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มาใช้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาด้านกระดูกและข้อ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ซึ่งช่วยให้การรักษามีความปลอดภัย ลดแทรกซ้อนและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยสูงสุด

ผลตอบรับจากผู้ป่วยให้คำชมดีมาก

นางจิตรา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการผ่าตัดเช่นนี้ มีให้บริการอยู่ทั่วไปในโรงพยาบาลทั่วประเทศ แต่ในโรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่น ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานมาแล้ว 2 ราย โดยผู้ป่วยมีผลตอบรับดีมาก ความพึงพอใจสูง ส่งผลให้ฟื้นตัวได้เร็ว เคลื่อนไหวสะดวก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ข้อเข่าเทียมที่ได้รับการผ่าตัดมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังการรักษา

การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ยังถือเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเติบโตและเป็นที่นิยมในโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก การที่โรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น สามารถพัฒนาศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยได้ในระดับนี้ แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพและความพร้อมที่สูงในการให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ

หากคุณหรือญาติมีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม อย่าล้าช้าในการรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง

ที่มา – รพ.สิรินธรขอนแก่น เจ๋งนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสำเร็จ

วิสุทธิ์ท้าศิริกัญญาเปิดชื่อคนซื้องูเห่า ค่าหัว 10 ล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ฝ่ายค้าน) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า มีพรรครัฐบาลเข้ามาซื้อเสียงสมาชิกพรรคประชาชน ด้วยค่าหัว 10 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้โหวตสนับสนุนรัฐบาล

วิสุทธิ์ท้าศิริกัญญาเปิดชื่อคนซื้องูเห่า

ในประเด็นนี้ นายวิสุทธิ์ได้ชัดเจนว่า อยากให้ “ศิริกัญญา” ออกมาเปิดเผยรายชื่อผู้ที่เข้ามาซื้อเสียงอย่างตรงไปตรงมา เพราะหากมีการเสนอข้อมูลแล้วมีคลิปเสียงยืนยัน ก็ควรจะเปิดเผยให้ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส ซึ่งตนในฐานะคณะกรรมการจริยธรรม ก็จะสามารถดำเนินการสอบสวนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

“เราเป็นคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากมีหลักฐานหรือพยานบ่งบอกว่ามีการซื้อเสียงก็ขอให้เปิดเผยชื่อให้สังคมรับรู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ เพราะความผิดจริยธรรมต้องถูกเปิดโปง ไม่ใช่แค่กล่าวโทษไปลอยๆ” นายวิสุทธิ์กล่าว

เสียงรัฐบาลเกินมาแล้ว ไม่ต้องซื้อเพิ่ม

เมื่อถูกถามว่า หากเสียงรัฐบาลเกินมาแล้วถึง 10 เสียง ก็แสดงว่าไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อเสียงเพิ่มเติมอีกใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ยืนยันว่า เป็นเช่นนั้นจริง เพราะหากมีเสียงพยศเพียงพอแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อเสียงที่คิดกันว่าราคาถึง 10 ล้านบาทต่อคน

“วันที่ 13 ส.ค. เสียงรัฐบาลอยู่ครบและเกินเพียงพอแล้ว ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่จะซื้อเพิ่ม เพราะเห็นว่าราคาสูงเกินเหตุ ถ้ามีข้อกล่าวหา อยากให้แจ้งมายังเราทันที เพราะไม่ควรถูกกล่าวขู่โดยไม่มีพยานหลักฐาน แบบคลุมเครือแบบนี้ไม่เหมาะกับการเมืองไทย” นายวิสุทธิ์กล่าวเสริม

การเมืองในประเทศไทยเปรียบเสมือนการขับเรือในทะเลที่มีคลื่นลมแรง หากเราไม่เปิดเผยความจริงและปิดบังปัญหา จะนำไปสู่ระบบที่เสื่อมถอยได้ง่าย ทั้งนี้ แม้จะมีการกล่าวหากันในแวดวงการเมือง แต่สิ่งสำคัญคือการใช้วิธีที่เรียบร้อยและโปร่งใสในการตรวจสอบ มิใช่กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

ข้อคิดจากกรณีนี้ คือ เราควรมองการเมืองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลประเทศ ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตคือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องยึดมั่น ไม่ใช่ศัตรูของใคร แต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น หากต้องเลือกข้างต่อรองประโยชน์อย่างลับๆ ประเทศไทยจะไม่มีวันก้าวไปข้างหน้าได้

อย่าให้ความมืดของความโลภจบputy ดินแดนประชาธิปไตยไทย!

ที่มา – ‘วิสุทธิ์’ท้า‘ศิริกัญญา’เปิดชื่อคนซื้องูเห่า หลังปูดค่าหัว 10 ล้าน

ภูมิธรรมยันไม่มีแผนสำรองหากแพทองธารลาออก

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคลิปเสียงระหว่าง ‘แพทองธาร’ และ ‘ฮุน เซน’ โดยระบุว่าไม่มีแผนสำรองหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นกับกรณีนี้

ภูมิธรรมยันไม่มีแผนสำรองหากแพทองธารลาออก

นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลมั่นใจในความตั้งใจจริงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหากพิจารณาเนื้อหาคลิปโดยรวม ไม่ได้มีเจตนาเชิงพาณิชย์หรือนำไปสู่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เนื่อจากเป็นการเจรจาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นการสื่อสารภายในกรอบของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจเกิดปัญหาความมั่นคงจาดด่านชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้นจริง โดยในคลิปเสียง นายกฯได้ชี้แจงกับผู้บัญชาการทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ยืนยันว่าไทยไม่สามารถเปิดด่านหลังให้กัมพูชาได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมายและระเบียบของไทย

ย้ำสถานการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำลายภาพลักษณ์หรือสร้างความไม่มั่นคงต่อประเทศ กลับยืนยันความเป็นอิสระของกัมพูชาและนโยบายของไทยที่สนับสนุนเอกราชของทุกประเทศ เพียงแต่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการสื่อสารและให้ข้อมูลอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามว่าหากนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ลาออกก่อนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 สิงหาคม นายภูมิธรรมย้ำว่าไม่มีการคุยหรือมีแผนสำรองใดๆ เลย เพราะเชื่อว่ากระบวนการทางประชาธิปไตยจะดำเนินไปตามหลักสากล

  • ประเด็นหลัก: ไม่มีแผนสำรองหากแพทองธารลาออก
  • เนื้อหาคลิป: การเจรจาปกติ ไม่มีเจตนานำไปสู่การให้ผลประโยชน์แก่กัมพูชา
  • กระบวนการทางกฎหมาย: อยู่ในดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ

วิพากษ์วิจารณ์และข้อเสนอแนะจากสังคม

หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความช้าในการชี้แจงและล่าช้าในการตอบสนองต่อกระแสข่าวดังกล่าว ทั้งนี้รัฐบาลยอมรับว่ามีกระบวนการที่ต้องดำเนินอย่างรอบคอบ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อปรับการทำงานให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการขจัดความเข้าใจผิด และนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจน รัฐบาลยืนยันว่าทุก ๆ คำพูดและการกระทำล้วนอิงจากความจริงและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

มองไปข้างหน้า ทั้งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นทำงานเพื่อประชาชน โดยหากศาลวินิจฉัยออกมาอย่างไร รัฐบาลจะพร้อมดำเนินการต่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรม โดยคำพูดของ ‘ภูมิธรรม’ วันนี้ชัดเจนว่า ไม่มีแผนสำรองหากปวดีมโป้งลาออก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของประชาชน รัฐบาล และศาลรัฐธรรมนูญ

อ่านข่าวต้นฉบับ – ‘ภูมิธรรม’ ยัน ไม่เคยมีแผนสำรองหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองปมคลิปเสียง ‘อิ๊งค์-ฮุนเซน’ หลังศาลนัดชี้ชะตา 29 ส.ค.

ภูมิธรรม เผย รอ สมช. ประเมินยุบ ศบ.ทก. สัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการยุบ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยระบุว่า ต้องรอให้คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเมินสถานการณ์ก่อน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชัดเจน

ภูมิธรรม เผย รอ สมช. ประเมินยุบ ศบ.ทก. สัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก. แล้ว โดยในช่วงสถานการณ์ที่คลี่คลายลงนั้น หากสถานการณ์ดีขึ้นจริง ก็จะมีการยุบศูนย์และคืนอำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปตาม职能

อย่างไรก็ตาม เดิมมีแผนการจะยุบหลังจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) แล้วเสร็จ แต่เมื่อช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่ดูมีแนวโน้มบานปลายขึ้น จึงยังไม่สามารถเรียกประชุม สมช. เพื่อประเมินได้ภายในสัปดาห์นี้

สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวัง

“จะมีการประชุมอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาใดๆ แต่เป็นเพียงการพูดคุยและประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายภูมิธรรม กล่าว และยืนยันว่า ทั้ง สมช. และ ศบ.ทก. มีหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องอยู่ แต่ปัจจุบันไม่มีปัญหาหรือความเข้าใจผิดใดๆ

ขณะถูกถามถึงกรณีประชาชนบางส่วนออกจากศูนย์อพยพ และไปรอการช่วยเหลือบริเวณสถานีบริการน้ำมัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องเข้าไปชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเปิดเผยว่า ไม่สามารถห้ามความกังวลของคนได้ แต่ต้องพยายามบรรเทาและให้ข้อมูลให้ชัดเจนที่สุด

เพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์เพื่อยุบศูนย์ รองนายกฯ ย้ำว่า ขณะนี้ยังมีประเด็นหลายอย่างที่ต้องเฝ้าระวัง และยังไม่มีการปรับยุทธวิธีการบริหารจัดการอย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถยุบหน่วยงานได้ทันที

ตั้งที่ปรึกษาของ ศบ.ทก. ไม่เป็นปัญหา

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งที่ปรึกษาของ ศบ.ทก. โดยยืนยันว่า การตั้งเลขาฯ สมช. หรือเลขาฯ สภาพัฒน์ เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่การตั้งเฉพาะศูนย์เดิม และเน้นว่าไม่มีปัญหาใดๆ เพราะตนเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว

บรรยากาศการจัดการปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบกับหน่วยงานรัฐหรือกองทัพ และเป็นเพียงขั้นตอนและแนวทางการบริหารที่จำเป็นต้องมี จึงอยากให้สื่อมวลชนตรวจสอบความเป็นจริงกับ พล.อ.ณัฐพล โดยตรง

จากข้อมูลทั้งหมดสื่อให้เห็นว่า รัฐบาลที่นำโดย นายภูมิธรรม เวชชยชัย และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ มีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เสริมให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

การตัดสินใจในครั้งนี้แสดงถึงการบริหารที่มีความรับผิดชอบสูง ต่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่ง如果没有ความมั่นคงจากด้านการบริหารและกองทัพ ก็จะไม่สามารถป้องกันประชาชนและรักษาความสงบได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินยุบ ศบ.ทก. ได้ภายในสัปดาห์หน้า

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เผย รอ ‘สมช.’ ประเมินยุบ ‘ศบ.ทก.’ สัปดาห์หน้า ยืนยัน ไร้ปัญหากองทัพ

นักบินสวิสไม่ยอมแพ้ ขับเครื่องบินโซลาร์ทุบสถิติความสูงเกิน 9,500 เมตร

นักบินชาวสวิสได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการบินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จนทำลายสถิติระดับความสูงมากกว่า 9,500 เมตร ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความไม่ย่อท้อและการพัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

นักบินสวิสไม่ยอมแพ้ ขับเครื่องบินโซลาร์ทุบสถิติความสูงเกิน 9,500 เมตร

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความสำเร็จครั้งสำคัญของเครื่องบินไฟฟ้า โซลาร์สตราโตส (SolarStratos) ที่สามารถบินได้สูงกว่าระดับ 9,500 เมตร โดยใช้เพียงพลังงานจากแสงอาทิตย์เท่านั้น

เครื่องบินโซลาร์สตราโตสต้องใช้ความพยายามหลายครั้ง ก่อนจะสามารถทำลายสถิติเดิมซึ่งอยู่ที่ระดับความสูง 9,235 เมตรบนดอย Matterhorn เมื่อปี 2010 ได้สำเร็จ โดยครั้งแรกที่เขาทดลองบินขึ้นถึงระดับความสูง 6,589 เมตร เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม

ความท้าทายและการวางแผนอย่างรอบคอบ

การพิชิตระดับความสูงในครั้งนี้ไม่ได้ง่าย เพราะสภาพอากาศและแรงยกของลมร้อนมีบทบาทอย่างมาก หลังจากความพยายามครั้งแรกที่ต้องยุติกลางคันเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การบินครั้งที่สองในวันอาทิตย์สามารถพาเครื่องขึ้นไปถึงระดับ 8,224 เมตร จากนั้นต่อยอดเพื่อทำสถิติใหม่ในวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่นของสวิตเซอร์แลนด์

ดอมยาน อายุ 53 ปี นักบินเฉพาะกิจและนักสำรวจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้ขับเครื่องบินพาหนะพลังงานแสงอาทิตย์ลำนี้ ใช้เวลาในการบินรวมทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง 9 นาทีในการทำสถิติครั้งนี้ และข้อมูลจากการบินได้ถูกส่งให้สหพันธ์กีฬาทางอากาศโลก (FAI) เพื่อพิจารณาการรับรองอย่างเป็นทางการ

ภารกิจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่ขนาดใหญ่กว่าแค่การบินสูง เพราะทีมมุ่งเน้นการจุดประกายจินตนาการของผู้คนในการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

  • สร้างความหวังเกี่ยวกับพลังงานสะอาด
  • กระตุ้นแรงบันดาลใจทางนวัตกรรม
  • เป็นต้นแบบของการเดินทางไร้คาร์บอน

เดินหน้าสู่เป้าหมายระดับ 10,000 เมตร

แม้จะสามารถบินได้สูงเกินกว่า 9,500 เมตรแล้ว แต่ ดอมยาน ยังมีจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า คือเป็นคนแรกในโลก ที่จะสามารถบินถึงระดับความสูงขึ้นไปถึง 10,000 เมตร ซึ่งเท่ากับเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป และมีแผนจะเปิดเที่ยวบินทดลองในชั้นสตราโตสเฟียร์ภายหลัง ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เป็นครั้งแรก

ถ้าสำเร็จ เราอาจเห็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในการเดินทางโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

จากการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของ นักบินสวิสไม่ยอมแพ้ ขับเครื่องบินโซลาร์ทุบสถิติความสูงเกิน 9,500 เมตร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพไม่รู้จบของมนุษย์ในการผสมผสานเทคโนโลยีกับพลังงานธรรมชาติ นี่อาจเป็นบทใหม่สำคัญต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

ติดตามอัปเดตข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ที่นี่

ที่มา – นักบินสวิสไม่ยอมแพ้ ขับเครื่องบินโซลาร์ทุบสถิติความสูงเกิน 9,500 เมตร

พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี

ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ลีกยังไม่มีแผนการใดๆ ที่จะนำเกมการแข่งขันไปเตะในต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี โดยเฉพาะในอิตาลีและสเปน ที่มีสโมสรบางทีมเตรียมจัดสนามเตะบอลในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยต้องขออนุญาตจากฟีฟ่าและยูฟ่าเสียก่อน

พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี

หากแผนการดังกล่าวเป็นความจริง เช่น บาร์เซโลน่าจะเจอกับบียาร์รีลที่ไมอามี ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะเป็นนัดแรกของเกมลีกยุโรปในต่างประเทศ และยังมีข่าวว่าเอซี มิลาน จะไปเตะเกมกับโคโม ที่ประเทศออสเตรเลียในเดือนกุมภาพันธ์

แต่สำหรับ พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี นั้น กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยเคยมีแนวคิดมาแต่ปี 2008 ที่จะเพิ่มเกมนัดที่ 39 ให้เตะต่างประเทศ แต่ภายหลังได้ถูกระงับเพราะเจอกับกระแสต่อต้านจากแฟนบอลและสื่อมวลชน

การเพิ่มมิติสากลผ่านทางอื่น

ริชาร์ด สคูดามอร์ อดีตหัวหน้าพรีเมียร์ลีก เคยกล่าวว่าสโมสรหลายที่มีความสนใจกับแนวคิดนี้ แต่ตอนนี้ ริชาร์ด มาสเตอร์ส ได้ปัดข้อเสนออย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่า “เราไม่มีแผนจะไปแข่งต่างประเทศเลย เราตกลงกันชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องถกเถียงกันบนโต๊ะประชุม แถมตั้งแต่ปีที่แล้วก็พยายามขยายมิติของลีกในต่างประเทศแล้ว แต่ทำผ่านช่องทางดิจิทัล พันธมิตรการถ่ายทอดสด และกิจกรรมต่างๆ เช่น ซีรีส์ฤดูร้อนในอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่ต่างประเทศ”

ตอนนี้ในพรีเมียร์ลีกมีทั้งหมด 11 สโมสรที่มีเจ้าของจากชาวอเมริกัน ซึ่งใกล้ถึงจำนวนเสียงปรับเปลี่ยนกฎระเบียบของพรีเมียร์ลีก ที่คือ 14 สโมสรจากทั้งหมด 20 สโมสร

อย่างไรก็ตาม ทอม เวอร์เนอร์ ประธานของลิเวอร์พูล ได้เคยพูดว่าเขาอยากเห็นเกมของพรีเมียร์ลีกเตะที่เมืองสำคัญๆ อย่าง นิวยอร์ก, โตเกียว, ลอส แอนเจลิส, ริยาดห์ และริโอ เดอ จาเนโร แต่มีความเห็นตรงข้ามจากบิล โฟลีย์ เจ้าของบอร์นมัธ ที่เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้นเด็ดขาด

แม้ว่า พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี อย่างเป็นทางการ แต่การเติบโตในระดับนานาชาติก็ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของพรีเมียร์ลีกอยู่ดี เพียงแตcciเลือกใช้วิธีอื่นที่ไม่กระทบต่อหลักการของเกม และไม่ต้องพึ่งพาการเตะในต่างประเทศเท่านั้น

สุดท้ายแล้ว ความคิดของแต่ละสโมสรอาจจะไม่ตรงกัน แต่จุดประสงค์ของทุกฝ่ายคือนำพรีเมียร์ลีกไปสู่เวทีโลกให้ได้มากที่สุด และยังคงความบริสุทธิ์ของลีกไว้อย่างที่เป็นมา

หากคุณเป็นแฟนบอลพรีเมียร์ลีก คุณเห็นด้วยไหมกับแนวคิดที่จะจัดเกมในต่างประเทศ หรืออยากให้พรีเมียร์ลีกเติบโตในรูปแบบอื่นแทน?

ที่มา – พรีเมียร์ลีกไร้แผนเตะเกมต่างแดนเหมือนสเปน-อิตาลี

เอสโฟร์ตี้ไฟว์ คลินิก ขยายสู่ S45 Hospital ครบวงจร

‘เอสโฟร์ตี้ไฟว์ คลินิก’ หรือ S45 Clinic ได้ประกาศยกระดับจากคลินิกความงามชั้นนำสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมครบวงจรภายใต้ชื่อ ‘S45 Hospital’ อย่างเป็นทางการ โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ ทำเลใจกลางย่านรัชดาภิเษก ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างครอบคลุม

เอสโฟร์ตี้ไฟว์ คลินิก ขยายสู่ S45 Hospital ครบวงจร

โรงพยาบาลแห่งใหม่นี้รังสรรค์ภายใต้แนวคิด “Resort Hospital” เพื่อมอบประสบการณ์ที่อบอุ่น ปลอดภัย และให้ความรู้สึกผ่อนคลายสูงสุดแก่ผู้เข้ารับบริการ ด้วยการออกแบบที่เน้นพื้นที่สีเขียว ห้องพักส่วนตัว และเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2569

จุดเด่นของ S45 Hospital ที่ดึงดูดลูกค้าต่างชาติ

S45 Hospital เน้นให้บริการศัลยกรรมความงามครบวงจร ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ครอบคลุมหัตถการหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมใบหน้า รูปร่าง และผิวพรรณ พร้อมบริการ One-Stop Service สำหรับลูกค้าต่างชาติ ที่มีทั้งบริการล่าม รถรับส่ง และแพ็กเกจพักฟื้นร่วมกับท่องเที่ยว

  • การเสริมจมูก Open และ Semi-Open
  • การแก้ไขจมูกจากคลินิกอื่น
  • Botox, Filler, Ulthera, IV Vitamin และ HBOT
  • โปรแกรมดูแลผิวพรรณเฉพาะบุคคล

ที่สำคัญ S45 Hospital ได้รับการสนับสนุนจาก MASTER Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านอุตสาหกรรมความงามในเอเชีย โดย MASTER ถือหุ้นใน S45 Clinic จำนวน 40% และให้การสนับสนุนในมิติต่างๆ เช่น ทุน โครงสร้างระบบ และการบริหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้เทียบเท่าสากล

“เราเชื่อมั่นในทีมแพทย์ของ S45 โดยเฉพาะ นพ.กิตติศักดิ์ วงค์เทียนชัย หรือ ‘หมอตี้’ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการทำหัตถการศัลยกรรมทางใบหน้า ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญให้ เอสโฟร์ตี้ไฟว์ คลินิก เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างมูลค่าให้กับทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น” นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

S45 Hospital มุ่งมั่นพัฒนาระบบการแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ ร่วมกับการบริการด้วยหัวใจ และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่เสมอ

หากคุณกำลังมองหาสถานที่เสริมความมั่นใจทางด้านความงามอย่างมีคุณภาพ S45 Hospital คือคำตอบที่ครบถ้วนเพื่อให้คุณมีรอยยิ้มที่มั่นใจได้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Facebook: https://m.facebook.com/S45CLINIC/ Line official: @s45clinic หรือ โทร: 09-2318-4500 Location: Google Map

ที่มา – ‘S45 Clinic’ ขยายอาณาจักรสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมครบวงจร ขยายตลาดลูกค้าไทยและต่างชาติ

พี่จอง-คัลแลน ร่วม AIS Family Time สุดอบอุ่น

ในงาน “AIS Family Time” ที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สองหนุ่มฮอตอย่าง พี่จอง และ คัลแลน ได้ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมเสิร์ฟความน่ารักและโมเมนต์ฟินแบบยกด้อมให้แฟนคลับ กรี๊ดระดมอย่างล้นหลามที่ Emsphere เมื่อได้เจอกับคู่หูสุดฮอตในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และรอยยิ้มจากแฟนๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

พี่จอง-คัลแลน ร่วม AIS Family Time สุดอบอุ่น

ในวันนี้ทั้ง พี่จอง และ คัลแลน ได้มาในมาดเรียบง่ายแต่ใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมมากมายให้แฟนคลับได้ร่วมสนุก เช่น เกมใบคำสุดท้าทาย มินิเวิร์กช็อปทำคัพเค้กเก๋ ๆ และของที่ระลึกสุดพิเศษจาก AIS ที่ทำให้ทุกคนอบอุ่นใจอย่างสุดซึ้ง

ความประทับใจจาก พี่จอง และ คัลแลน

เมื่อถึงเวลาส่งท้ายงาน พี่จอง และ คัลแลน ต่างเผยความรู้สึกว่า “รู้สึกดีมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมกับ AIS และกับแฟนคลับ เพราะมันไม่ใช่แค่งานอีเว้นท์ธรรมดา แต่เป็นการพบปะแบบใกล้ชิด อบอุ่น และประทับใจมากจริง ๆ” พร้อมทั้งตอกย้ำอีกครั้งว่า AIS เป็นครอบครัวที่น่ารักและเป็นกันเองอย่างแท้จริง

สิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากกิจกรรมคือความใกล้ชิดของศิลปินกับแฟนคลับ โดยเฉพาะส่วนของมินิเวิร์กช็อปที่แฟนๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมทำคัพเค้ก ในขณะที่ พี่จอง และ คัลแลน คอยให้ความช่วยเหลือ ทั้งยังเพิ่มความแอ๊บแอ้วสนุกสนานให้กับบรรยากาศ

เตรียมตัว ให้พร้อมกับงานนัดหมายถัดไป!

แต่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความสนุกทั้งหมด เพราะ AIS Family Time จะยังคงเดินสายไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว AIS อย่างอบอุ่น พร้อมสัมผัสความเร็วแรงของ AIS 5G ที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไม่มีสะดุด

หากคุณคือแฟนคลับตัวยงของหนุ่ม พี่จอง และ คัลแลน เตรียมปฎิทินของคุณให้พร้อม เพราะถัดไปนี้จะมีกิจกรรมพิเศษพบกันที่:

  • วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล ชลบุรี
  • วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่

อย่าพลาดโอกาสสุดพิเศษนี้ เพราะนอกจากจะได้เจอกับหนุ่ม ๆ แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้สนุกแบบจัดเต็มอีกด้วย รีบเช็กเลยว่าพื้นที่ของคุณอยู่ใกล้กับจุดจัดงานไหน และเตรียมตัวไปกันให้ดี รับรองว่าจะได้เก็บภาพที่ระลึกความฟินแบบไม่มีวันหายไปจากใจ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ จาก “AIS Family Time” ได้ที่เว็บไซต์ www.ais.th/consumers/switch-to-ais และเตรียมพบกับความประทับใจในครั้งถัดไปอีกครั้ง

ใครที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ อย่าเพิ่งเสียใจ เพราะความอบอุ่นของ พี่จอง และ คัลแลน ยังคงอยู่กับเราต่อไปในทุก ๆ กิจกรรมที่ AIS สร้างสรรค์ให้ เพราะภายใต้แบรนด์ “เน็ตแรง ทั่วไทย อุ่นใจทุกวัน” คือการมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ วัน

ที่มา – “พี่จอง-คัลแลน” เสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก ฟินยกด้อม! ร่วมงาน “AIS Family Time” สุดอบอุ่น