ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฮือฮา! หมาในมันเผือก อาบน้ำแก่งกระจาน

ทำเอาฮือฮากันทั้งโซเชียล! เมื่อมีการเปิดเผยภาพสุดน่ารักของ ‘หมาในมันเผือก‘ และหมาในสีปกติ กำลังลงเล่นน้ำอย่างสบายใจที่บริเวณ กม.9 ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภาพเหล่านี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก และกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.68 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เปิดเผยภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยว ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 6 ส.ค.68 เวลา 09.00 น. โดยเป็นภาพของ หมาในมันเผือก จำนวน 1 ตัว และหมาในสีปกติอีก 1 ตัว กำลังลงเล่นน้ำบริเวณสะพาน 1 กม.9 ถนนบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง สร้างความตื่นเต้นและรอยยิ้มให้กับผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก

ภาพชุดนี้แสดงให้เห็น หมาในมันเผือก หนึ่งตัว, หมาในสีปกติอีกหนึ่งตัว, และลูกหมาตัวน้อยๆ อีกหนึ่งตัว กำลังเดินออกจากป่าและลงไปแช่น้ำบริเวณสะพาน 1 ช่วง กม.9 อย่างผ่อนคลาย เป็นภาพที่หาชมได้ยากยิ่งในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

สำหรับ หมาใน ที่มีสีแตกต่างจากฝูง หรือที่เรียกกันว่า “มันเผือก” ซึ่งมีสีอ่อนกว่าปกติ ถูกพบว่ามีจำนวน 4 ตัว ในผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน มีการสันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาจเกิดจากการแปรผันของยีนหรือเม็ดสีในร่างกาย อย่างไรก็ตาม การวิจัยและศึกษาเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อยืนยันจำนวนที่แน่ชัดและทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดสีที่แตกต่างนี้

ฮือฮา! เปิดภาพ ‘หมาใน’ มันเผือก-สีปกติ ลงอาบน้ำ กม.9 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ทำไมถึงพบ หมาในมันเผือก ที่แก่งกระจาน?

  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำให้มีโอกาสพบสัตว์ป่าหายาก
  • การอนุรักษ์: ความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ ช่วยให้ประชากรสัตว์ป่าเหล่านี้ดำรงอยู่ได้
  • การศึกษา: การศึกษาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เราเข้าใจถึงลักษณะทางพันธุกรรมและพฤติกรรมของสัตว์ป่าเหล่านี้

การพบเห็น หมาในมันเผือก และครอบครัวของพวกมันที่แก่งกระจาน เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย หากคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวแก่งกระจาน อย่าลืมแวะชมความงามของธรรมชาติ และร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่าเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานได้ชมกันต่อไป

ที่มา – ฮือฮา! เปิดภาพ ‘หมาใน’ มันเผือก-สีปกติ ลงอาบน้ำ กม.9 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ทรู ชวน ฟอส-บุ๊ค เปิดโลก แอปทรู ครบจบในแอปเดียว

ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าทรูและดีแทคให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital touchpoint) ที่ราบรื่น ไร้รอยต่อ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้าผ่าน แอปทรู ครบจบในแอปเดียว ผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน ตอบโจทย์แบบรู้ใจในทุกมิติ โดยเน้นมุ่งพัฒนาแอปทรู ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างตรงจุด พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่สะดวก รู้ใจ โดนใจ และสบายใจ เสมือนยกช้อปมาไว้ที่ปลายนิ้ว ภายใต้แนวคิด “แอปทรู รวมทุกเรื่อง ครบจบในที่เดียว” พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “แอปทรูใจดี แจกรถ แจกล้าน” ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 2568 โดยทุกการใช้งานผ่านแอปทรูไม่ว่าจะจ่ายบิล ซื้อแพ็กเกจเสริม หรือแลกทรูพอยท์ ดีแทคคอยน์ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกสัปดาห์ และโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ Tesla ทองคำ โทรศัพท์ และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ส่งท้ายปี พร้อมดึงดูโอสุดฮอต ‘ฟอส-บุ๊ค’ – “ฟอส จิรัชพงศ์ ศรีแสง” และ “บุ๊ค กษิดิ์เดช ปลูกผล” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ ถ่ายทอดทุกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ สร้างการรับรู้ที่ใช่ โดนใจทุกเทรนด์ ถ่ายทอดความสนุกและฟังก์ชันสุดคุ้มผ่านซีรีส์ 4 ตอน ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เริ่มต้นที่ EP.1 สะดวก: จ่ายบิลของตัวเอง ครอบครัว หรือเพื่อน ได้ในไม่กี่ขั้นตอน คลิก https://www.facebook.com/share/r/1Aq4aMyakk/

นายนิติธรรม โกวิทกูลไกร หัวหน้าสายงานด้านผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรูมุ่งมั่นในการพัฒนาแอปทรู ให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชันบริการ แต่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าใจลูกค้าทรูและดีแทคในทุกมิติ โดยการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะบุคคล ผ่านการผสานเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้สะดวก รวดเร็ว และตรงใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่า แอปทรู จะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างลูกค้าและบริการของทรูและดีแทคในยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ แอปทรูยังถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในมือคุณ ที่รวมทุกบริการไว้ในที่เดียว รองรับทั้งการทำธุรกรรมออนไลน์ การเข้าถึงคอนเทนต์ ความบันเทิง และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้แบบครบวงจร พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้งานด้วย มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ทรู คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นว่า การยกระดับแอปทรูด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ จะทำให้แอปฯ นี้กลายเป็น จุดเชื่อมต่อหลักระหว่างลูกค้าและบริการของทรู และดีแทค ในยุคดิจิทัล ไม่เพียงช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ได้อย่างแท้จริง”

แคมเปญ “แอปทรูใจดี แจกรถ แจกล้าน” เปลี่ยนทุกการใช้งานแอปทรู ครบจบในแอปเดียว ให้กลายเป็นโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ตลอดครึ่งปีหลังนี้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2568 รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 10 ล้านบาท พร้อมแจกจริงทุกสัปดาห์ และมีลุ้นรางวัลใหญ่ส่งท้ายปีคือ รถยนต์ Tesla จำนวน 2 คัน

สามารถร่วมสนุกได้ง่าย ๆ เพียงทำรายการผ่านแอปทรู ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ทันที 2 ต่อ

แอปทรู ครบจบในแอปเดียว: ลุ้นรางวัลใหญ่

ต่อที่ 1: ลุ้นรับรางวัลทุกสัปดาห์ (1 ก.ค. – 28 ธ.ค. 2568)
ลูกค้าจ่ายบิล ซื้อแพ็กเสริมผ่านแอปทรู ทุกๆ 100 บาท ได้ “1 สิทธิ์ลุ้นโชค” ทุกสัปดาห์

  • ชำระค่าบริการรายเดือนเต็มบิล และไม่มียอดคงค้าง มูลค่า ทุกๆ 100 บาท รับ 1 สิทธิ์/หมายเลขบริการ
  • ชำระค่าบริการรายเดือนเต็มบิล และไม่มียอดคงค้างให้แก่ผู้อื่น มูลค่า ทุกๆ 100 บาท รับ 1 สิทธิ์/หมายเลขบริการ และสิทธิ์นั้นจะได้รับที่เจ้าของเบอร์
  • ชำระค่าบริการล่วงหน้า มูลค่า ทุกๆ 100 บาท รับ 1 สิทธิ์/หมายเลขบริการ
    การซื้อแพ็กเกจเสริมขั้นต่ำ 100 บาท และทุกๆ มูลค่า100 บาท รับ 1 สิทธิ์/หมายเลขบริการ ( ยกเว้นแพ็กเกจเสริม โรมมิ่ง )
    พร้อมชำระเงินผ่านช่องทาง ทรูมันนี่ วอลเล็ต หรือ โมบายแบงค์กิ้ง หรือ ชำระผ่านบัตรเครดิต /เดบิต (ยกเว้นช่องทาง QR Code)

ลูกค้านำทรูพอยท์ หรือดีแทคคอยน์ แลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล (ระยะเวลากิจกรรม 28 ก.ค.-28 ธ.ค.68)

  • 5 ทรูพอยท์ หรือ 50 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 1 สิทธิ์
  • 50 ทรูพอยท์ หรือ 500 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 10สิทธิ์
  • 200 ทรูพอยท์ หรือ 2,000 ดีแทคคอยน์ แลกรับ 50สิทธิ์
    และต้องกดลงทะเบียนกเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันทรู

ต่อที่ 2: สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่กับ แอปทรู

เบอร์ทรูและดีแทคที่ทำรายการผ่านแอปทรู ในต่อที่ 1 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่อัตโนมัติ โดยรางวัลใหญ่คือรถยนต์ Tesla จำนวน 2 คัน และของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย โดยผู้โชคดีต้องเป็นผู้ใช้บริการทรูหรือดีแทค ณ วันประกาศผลรางวัล

ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะจ่ายบิล เติมเน็ต ซื้อแพ็กเกจ หรือแลกพอยท์ในแอปทรู ล้วนเป็นโอกาสลุ้นโชคครั้งใหญ่ พร้อมสร้างประสบการณ์ใช้งานที่เข้าใจผู้ใช้ยิ่งกว่าที่เคย นี่คือบทพิสูจน์ว่า ทรูไม่ได้เพียงเชื่อมต่อเครือข่าย แต่ยังเชื่อมต่อ “ความสุข” และ “ความคุ้มค่า” ในทุกวัน

ร่วมลุ้นและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://s.true.th/3aCz/exkoqm9g

สรุปแล้ว แอปทรู ครบจบในแอปเดียว คือตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แถมยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลอีกด้วย คุ้มค่าสุดๆ!

ที่มา – ทรู ชวน ‘ฟอส-บุ๊ค’ พาลูกค้าทรู ดีแทค เปิดโลกใหม่ใน แอปทรู ครบจบทุกเรื่องในแอปเดียว

‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์ครอบครัว ‘นนกุล’ น่ารัก!

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่ได้รับความรักและกำลังใจอย่างท่วมท้น สำหรับนักแสดงหนุ่ม “นนกุล ชานน” และนางเอกสาว “แอฟ ทักษอร” ที่มักจะมีโมเมนต์น่ารักๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมอยู่เสมอ ล่าสุดในทริปเซอร์ไพร้ส์ของ “ลูกน้ำ” พี่สาวของนนกุลที่เพิ่งโดนแฟนหนุ่มขอแต่งงานไป ณ ซินเจียง ประเทศจีน ก็ได้เผยให้เห็นอีกหนึ่งมุมที่ทำเอาหลายคนประทับใจสุดๆ

โดยในทริปนี้ แอฟ และ น้องปีใหม่ ลูกสาวนั้นเข้ากันได้ดีกับครอบครัวของนนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมา ซึ่งเป็นภาพของสี่สาวได้แก่ แอฟ น้องปีใหม่ รวมถึง ลูกน้ำ และ นุ่น พี่สาวและน้องสาวของนนกุล ที่พร้อมใจกันออกมาโชว์สเต็ปแดนซ์น่ารักๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงาม งานนี้ทำเอาหลายคนอมยิ้มไปตามๆกัน เพราะได้เห็น ‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์กับครอบครัว ‘นนกุล’ ในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

คลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ แอฟ ทักษอร ที่หลายคนคุ้นชินกับภาพลักษณ์ที่เรียบร้อยสง่างาม ทำให้การได้เห็นเธอร่วมเต้นอย่างเป็นธรรมชาติและสนุกสนานกับคนในครอบครัวของ นนกุล เป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นใจมาก จนแฟนๆ ต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมถึงความเป็นกันเองและมองว่าเธอได้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวนี้แล้ว เรียกได้ว่า ‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์กับครอบครัว ‘นนกุล’ จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์กับครอบครัว ‘นนกุล’

หลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรที่ทำให้คลิปนี้ได้รับความสนใจมากมาย นอกจากความน่ารักและเป็นกันเองของแอฟแล้ว การที่ได้เห็นเธอปรับตัวเข้ากับครอบครัวของนนกุลได้อย่างเป็นธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้แฟนๆ ชื่นชอบ

มุมน่ารักๆ ที่หาดูยากของ ‘แอฟ ทักษอร’

ในชีวิตการทำงาน เรามักจะเห็นแอฟในบทบาทของนักแสดงมืออาชีพที่เต็มไปด้วยความสามารถ แต่ในคลิปนี้ เราได้เห็นเธอในมุมที่ผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การที่เธอพร้อมที่จะสนุกสนานและร่วมกิจกรรมต่างๆ กับครอบครัวของนนกุลแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความอบอุ่นที่มีอยู่ในตัวเธอ

นอกจากนี้ การที่น้องปีใหม่ลูกสาวของแอฟก็เข้ากับครอบครัวของนนกุลได้เป็นอย่างดีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงแอฟและนนกุลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่ ‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์กับครอบครัว ‘นนกุล’ ทำให้เราได้เห็นถึงความรักและความอบอุ่นที่ทั้งคู่มีให้กัน และยังได้เห็นถึงความสำคัญของการที่คนสองคนสามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวของอีกฝ่ายได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวและมีความสุข

ขอบคุณภาพจาก: looknumm

โมเมนต์นี้น่ารักและอบอุ่นหัวใจสุดๆ เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เสมอค่ะ

ที่มา – ‘แอฟ ทักษอร’ โชว์สเต็ปแดนซ์กับครอบครัว ‘นนกุล’ เผยมุมสดใสในแบบตัวแม่!

จองอู NCT เตรียมขึ้นแท่นศิลปินเดี่ยว! NCTzen ห้ามพลาด

นับเป็นข่าวดีที่เรียกเสียงฮือฮาจากชาว “NCTzen” (ชื่อเรียกแฟนคลับของวง NCT) ได้เป็นอย่างดี หลังจากที่แผนกิจกรรมในครึ่งปีหลังของต้นสังกัด “SM Entertainment” ถูกเปิดเผยออกมา โดย “จองอู” (Jungwoo) ตำแหน่งโวคอลหลักจากวงบอยแบนด์สุดฮอตอย่าง “NCT” เตรียมขึ้นแท่น ศิลปินเดี่ยว เป็นครั้งแรก หลังเดบิวต์มานานกว่า 8 ปี

โดยในแผนกิจกรรมได้ปรากฏว่า “จองอู” จะปล่อยซิงเกิลโซโล พร้อมทำกิจกรรมในฐานะศิลปินเดี่ยว ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ส่วนวันที่แน่นอนนั้นจะประกาศอีกครั้งในภายหลัง ซึ่งทันทีที่แฟน ๆ ทั่วโลกรู้ข่าวก็เกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมส่งกำลังใจให้กับเขา ผ่านแฮชแท็ก “#JUNGWOO1stSINGLE” ซึ่งจากทักษะการแสดงรวมทั้งเสียงร้องที่โดดเด่นของ “จองอู” ก็ทำเอาแฟนคลับต่างพากันคาดเดาว่าคอนเซ็ปต์ของซิงเกิลนี้จะเป็นอย่างไร จนทำแฮชแท็กดังกล่าวถูกพูดถึงกันอย่างร้อนแรง และสามารถครองเทรนด์ในโลกโซเชียลได้แบบเรียลไทม์

สำหรับ “จองอู” ได้ร่วมทีมทำกิจกรรมอย่างจริงจังกับ “NCT” มาตั้งแต่เปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดที่ 1 และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในยูนิตพิเศษ “DOJAEJUNG” (ยูนิตพิเศษของวง NCT สมาชิกประกอบด้วย โดยอง แจฮยอน และจองอู) ซึ่งก็ได้รับความรักจากแฟน ๆ มาโดยตลอด ด้วยความสามารถการแสดงบนเวทีและเสียงร้องที่มั่นคง ดังนั้นข่าวการเดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวในครั้งนี้จึงถือเป็นข่าวที่มีความหมายมากสำหรับ “NCTzen” 

จองอู NCT เตรียมขึ้นแท่นศิลปินเดี่ยว

อย่างไรก็ตาม ข่าวการเปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยวของ “จองอู” ยังสามารถดึงความสนใจจากตลาดเพลงโลกได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกา ซึ่งต่างคาดหวังว่า ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน “จองอู” จะสามารถเติบโตได้อย่างงดงามในเส้นทางศิลปินเดี่ยวนี้ได้อย่างแน่นอน!

สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวของจองอู NCT เตรียมตัวให้พร้อม! คาดว่าซิงเกิลโซโล่ของเขาจะปล่อยออกมาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารและให้กำลังใจจองอูกันเยอะๆ นะครับ

ทำไมการเป็นศิลปินเดี่ยวของจองอู NCT ถึงน่าสนใจ?

  • จองอูมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น
  • ประสบการณ์การทำงานในวง NCT ทำให้เขามีความสามารถในการแสดงบนเวทีสูง
  • ความสามารถทางด้านดนตรีของจองอูเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การที่จองอู NCT เตรียมขึ้นแท่นศิลปินเดี่ยว ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขาอย่างแน่นอน แฟนๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอชมผลงานโซโล่ของเขา และเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ‘จองอู NCT’ เตรียมขึ้นแท่น ‘ศิลปินเดี่ยว’ เต็มตัว ‘NCTzen’ ปักหมุดรอซิงเกิลโซโล่ปีนี้!

สหรัฐยินดีผลประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา” ยึดมั่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่านายเอ็ดการ์ด ดี. เคแกน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซีย กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( จีบีซี ) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงหยุดยิง และส่งเสริมการติดต่อสื่อสารทางทหาร เพื่อรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน ว่าสหรัฐมีความยินดี เพราะสถานการณ์นี้เป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ เคแกนมองว่า การบรรลุข้อตกลงที่เกิดขึ้น “ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น” สหรัฐจะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ว่าทั้งสองประเทศปฏิบัติตามแนวทางอย่างเคร่งครัด เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพด้านความมั่นคงของภูมิภาค และชื่นชมบทบาทของมาเลเซียในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ปีนี้ ที่สามารถนำไทยและกัมพูชาให้เข้าร่วมโต๊ะเจรจา.

เครดิตภาพ : AFP

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชายแดนและการรักษาความสงบสุข การที่สหรัฐออกมาแสดงความยินดีต่อผลการประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา” และขอให้ทั้งสองประเทศยึดมั่นในข้อตกลงนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่นานาชาติให้กับการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีและการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค

สหรัฐยินดีผลประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา” ยึดมั่น

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ทั้งสองประเทศได้หารือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน การลงนามในข้อตกลงหยุดยิงและการส่งเสริมการสื่อสารทางทหารเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการรักษาสันติภาพและความมั่นคง อย่างไรก็ตาม การที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซียกล่าวว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สะท้อนให้เห็นว่ายังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้ข้อตกลงนี้เป็นรูปธรรมและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของท่าทีสหรัฐต่อผลประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา”

การที่สหรัฐออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสถานการณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความพร้อมที่จะสนับสนุนกระบวนการสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี การที่ประธานาธิบดีสหรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ยิ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือในการรักษาสันติภาพ

นอกจากนี้ การชื่นชมบทบาทของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนยังเป็นการส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาค และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอาเซียนในการเป็นเวทีสำหรับการเจรจาและการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศสมาชิก

สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกฝ่าย การที่สหรัฐออกมาแสดงความยินดีและให้กำลังใจในการแก้ไขปัญหา เป็นการส่งสัญญาณที่ดีและอาจเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคต่อไป

การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความเข้าใจผิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ต้องอาศัยความอดทน ความจริงใจ และความมุ่งมั่นในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน การที่สหรัฐและนานาชาติให้ความสนใจและสนับสนุนกระบวนการนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การยึดมั่นในข้อตกลงและหลักการสากลเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว

การที่สหรัฐแสดงท่าที “สหรัฐยินดีผลประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา”” เป็นการส่งสัญญาณที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อตกลงที่ทำไว้เป็นรูปธรรมและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในอนาคต

ที่มา – สหรัฐยินดีผลประชุมจีบีซี “ไทย-กัมพูชา” ขอให้ทั้งสองประเทศยึดมั่น

บิ๊กเต่าเผย! อดีตพระปฏิเสธโอนเงินให้สีกากอล์ฟ

ความคืบหน้าคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับ “สีกากอล์ฟ” ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ที่พัวพันกับคดีดังกล่าว ซึ่งรวมถึงอดีตพระสงฆ์ถึง 2 รูป

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การสืบสวนขยายผลครั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีสีกากอล์ฟที่ได้ดำเนินการทางพระธรรมวินัยไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาทุจริต เมื่อพบความชัดเจนจึงได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งประกอบด้วย อดีตพระ 2 รูป ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท รวมถึงคนรับใช้ของเจ้าอาวาส โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด

เบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ แต่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการกระทำความผิดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าอาวาสวัดใหญ่ฯ ที่มีการโอนเงินจากบัญชีวัดให้กับสีกากอล์ฟเป็นรายวัน เป็นระยะเวลานาน รวมเป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าคนรับใช้ของเจ้าอาวาสได้ทุจริตเงินค่าเช่าเรือของวัดไปใช้ส่วนตัวอีกด้วย

สำหรับอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร พบว่ามีการทุจริตเงินจาก มจร. (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) จำนวน 3 ล้านบาท ไปใช้ส่วนตัว แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการโอนเงินให้กับสีกากอล์ฟโดยตรง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรเป็นรักแรกของสีกากอล์ฟ ซึ่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบว่า “เท่าที่พูดคุยยังไม่ได้ตอบว่าเป็นรักแรก อ้างว่าสีกากอล์ฟคิดไปเอง ไม่ได้รักแรกอะไรด้วย”

ขยายผลเอาผิด “สีกากอล์ฟ” และผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้จะมีการขยายผลไปยังพระสงฆ์ที่ได้ลาสิกขาไปแล้ว โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการสอบสวนทางพระธรรมวินัย หากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

การดำเนินคดี “สีกากอล์ฟ” อย่างตรงไปตรงมา

คดีของ “สีกากอล์ฟ” นับเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลในวงการศาสนา และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก การดำเนินการสอบสวนและขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดี “สีกากอล์ฟ” ได้ถึง 3 ราย ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ความซื่อสัตย์และความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้นำทางศาสนา การกระทำที่เกิดขึ้นในคดีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินงานขององค์กรศาสนาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาความศรัทธาของประชาชน

การขยายผลไปยังพระสงฆ์ที่ลาสิกขาไปแล้วแสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมจะไม่ละเว้นใครก็ตามที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าสถานะทางสังคมจะเป็นอย่างไร

ข้อเท็จจริงที่ว่าอดีตพระสงฆ์ปฏิเสธการโอนเงินให้ “สีกากอล์ฟ” เป็นเพียงการเริ่มต้นของการสืบสวนที่ซับซ้อน การค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี “สีกากอล์ฟ” อย่างจริงจัง จะเป็นเครื่องเตือนใจให้กับผู้ที่คิดจะกระทำการทุจริตว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

สังคมไทยควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินงานขององค์กรต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

คดีนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราควรพิจารณาข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

การติดตามความคืบหน้าของคดี “สีกากอล์ฟ” อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม

กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและเป็นธรรม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และส่งเสริมให้สังคมมีความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า

ถึงแม้ว่าอดีตพระสงฆ์จะปฏิเสธการโอนเงินให้ “สีกากอล์ฟ” แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และความจริงจะปรากฏในที่สุด นี่คือสิ่งที่สังคมไทยคาดหวังจากกระบวนการยุติธรรม

การขยายผลคดี “สีกากอล์ฟ” ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เผย 2 อดีตพระปัดโอนเงินให้ “สีกากอล์ฟ” ขยายผลเอาผิดพระที่สึกไปแล้ว

หมอเเล็บตั้งคำถาม ผู้ติดเชื้อ HIV ทำไมนอนรอความตาย?

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ “หมอเเล็บแพนด้า” ได้โพสต์ตั้งคำถามเชิงสะท้อนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ปัจจุบันมียาต้านไวรัสสามารถควบคุมเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทำไมจึงพากันไปนอนรอความตายที่วัด

โดยเพจหมอเเล็บแพนด้า ระบุข้อความว่า “ปัจจุบันมียาต้านเอชไอวี สามารถอยู่ได้จนแก่เฒ่า ผู้ติดเชื้อจะไม่ป่วยเป็นโรคเอดส์ ทำไมจึงพากันไปนอนรอความตายที่วัด ช่วยกันบอกต่อความรู้นี้ครับ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างบอกว่า “คนรอบข้างรับได้ไหมหมอ, จริงๆ ต้องทำความเข้าใจใหม่ ทั้งญาติและผู้ป่วย, ยาเข้าไม่ถึงค่ะ, เคยสงสัยตั้งแต่นานแล้ว ว่าทำไมต้องขอบริจาคอยู่เรื่อยๆ ที่แท้ก็เป็นอย่างที่คิด” อีกด้วย..

จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า ทำไมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มียาต้านไวรัสแล้วถึงยังเลือกที่จะไปนอนรอความตายที่วัด ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันยาต้านไวรัส HIV มีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อไวรัสได้ดีมาก ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เกือบเทียบเท่าคนทั่วไป

ทำไมผู้ติดเชื้อ HIV มียาต้านแต่กลับต้องนอนรอความตาย?

สาเหตุที่ผู้ติดเชื้อ HIV บางรายยังคงเลือกที่จะไปนอนรอความตายที่วัดนั้น อาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ความเข้าใจผิดและความเชื่อที่ผิดๆ: ผู้ติดเชื้อบางรายอาจยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ HIV และยาต้านไวรัส ทำให้พวกเขายังคงเชื่อว่า HIV เป็นโรคร้ายแรงที่ไม่สามารถรักษาได้ และการกินยาต้านไวรัสก็ไม่สามารถช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้
  • การตีตราและการเลือกปฏิบัติ: ผู้ติดเชื้อ HIV ยังคงต้องเผชิญกับการตีตราและการเลือกปฏิบัติจากสังคม ทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง และหมดหวังในชีวิต
  • ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม: ผู้ติดเชื้อ HIV บางรายอาจประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการซื้อยา ขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนฝูง หรือไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง

การแก้ไขปัญหาผู้ติดเชื้อ HIV นอนรอความตาย

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เราจำเป็นต้องดำเนินการหลายด้านไปพร้อมๆ กัน เช่น

  • ให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง: เราต้องให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ HIV และยาต้านไวรัสแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อลดความเข้าใจผิดและความเชื่อที่ผิดๆ
  • ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ: เราต้องรณรงค์เพื่อลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติผู้ติดเชื้อ HIV เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
  • ให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสังคม: เราต้องให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ผู้ติดเชื้อ HIV เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส การรักษาพยาบาล และบริการอื่นๆ ที่จำเป็น
  • สร้างความเข้มแข็งทางใจ: เราต้องสร้างความเข้มแข็งทางใจแก่ผู้ติดเชื้อ HIV เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคและใช้ชีวิตต่อไป

การที่ ผู้ติดเชื้อ HIV มียาต้านแต่กลับต้องนอนรอความตาย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและไม่ควรเกิดขึ้น เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ติดเชื้อ HIV ให้สามารถมีชีวิตที่ดีและมีความสุขได้

สังคมไทยต้องร่วมมือกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ HIV และลดอคติต่อผู้ติดเชื้อ เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการรักษาและใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

ที่มา – ‘หมอเเล็บ’ ตั้งคำถามสะท้อนใจผู้ติดเชื้อ HIV มียาต้านแต่กลับต้องนอนรอความตาย?

กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด. ชายแดน ทุกสินเชื่อ

นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึง ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ในการปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่จำนวนมาก

เพื่อเป็นการสดุดีวีรกรรมของวีรบุรุษผู้กล้า ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาตรการ กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด. ที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือ สูญเสียอวัยวะ จากการปฏิบัติหน้าที่ในชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยกหนี้ให้ทุกสัญญาเงินกู้ 100% ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ครอบคลุมสินเชื่อทุกประเภท เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัว และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือดังกล่าว เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งครอบคลุมลูกค้าบุคคลรายย่อย และลูกค้าธุรกิจ ทั้งในด้านการฟื้นฟู ซ่อมแซมทรัพย์สินที่อยู่อาศัย การลดภาระทางการเงิน และเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ

“ธนาคารกรุงไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลครอบครัวของวีรบุรุษ ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา ความเคารพ และสำนึกถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ โดยธนาคารเชื่อมั่นว่า มาตรการนี้จะช่วยให้ครอบครัวของทหารและ ตชด. สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ และเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ เพื่อให้เราสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว”

กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด. ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกประเภทสินเชื่อ

การประกาศมาตรการ กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด. ในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารกรุงไทยที่มีต่อผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักหน่วงในพื้นที่เสี่ยงภัย

รายละเอียดมาตรการ กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด.

  • ครอบคลุมทหารและ ตชด. ที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือ สูญเสียอวัยวะ จากการปฏิบัติหน้าที่ในชายแดนไทย-กัมพูชา
  • ยกหนี้ให้ 100% ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
  • ครอบคลุมสินเชื่อทุกประเภท

มาตรการนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับครอบครัวของทหารและ ตชด. ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี

การตัดสินใจของธนาคารกรุงไทยในการ กรุงไทย ยกหนี้ทหาร-ตชด. ถือเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูและความห่วงใยต่อผู้ที่เสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ภาคธุรกิจอื่นๆ ให้หันมาใส่ใจและช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ธนาคารกรุงไทยออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการเงินที่พร้อมเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย การช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาช่วยเหลือทหารและ ตชด. ที่เสียสละเพื่อชาติ ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคมให้ร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้

ที่มา – กรุงไทย ประกาศยกหนี้ทหาร-ตชด. ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกประเภทสินเชื่อ

ตร.รอสอบ “เป๊ก ผลิตโชค” สอบปากคำ

ความคืบหน้าคดี “เป๊ก ผลิตโชค” ถูกทำร้าย! ตำรวจ สน.หัวหมาก เผยยังไม่สามารถสอบปากคำ “เป๊ก ผลิตโชค” ได้ในขณะนี้ เนื่องจากต้องรอให้ออกจากโรงพยาบาลก่อน หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายบริเวณปั๊มน้ำมันย่านรามคำแหง

ตร.รอสอบปากคำ “เป๊ก ผลิตโชค”

พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหมายให้นายผลิตโชค อายนบุตร หรือ “เป๊ก” อายุ 40 ปี นักร้องชื่อดัง เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากต้องรอให้ “เป๊ก ผลิตโชค” ออกจากโรงพยาบาลเสียก่อน

ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังทนายความของ “เป๊ก ผลิตโชค” แล้ว เพื่อให้แจ้งความประสงค์ในการเข้าให้ปากคำเมื่อออกจากโรงพยาบาล โดยพิจารณาจากคลิปวิดีโอที่ “เป๊ก ผลิตโชค” โพสต์ขอโทษประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย พบว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์แข็งแรงดีนัก เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้กำหนดนัดหมายในระยะนี้

ความคืบหน้าทางคดีและการสอบสวน

ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสอบปากคำ “เป๊ก ผลิตโชค” ได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

พ.ต.อ.นเรนทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลตรวจเลือดและสารเสพติดในร่างกายของ “เป๊ก ผลิตโชค” ยังไม่ถูกส่งกลับมาจากทางโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ยังไม่มีผู้ใดเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับทางฝั่งของ “เป๊ก ผลิตโชค” แต่อย่างใด

สำหรับพยานบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถกระบะ พนักงานปั๊มน้ำมัน และนายชุติเทพ (คู่กรณี) ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจครบถ้วนแล้ว ทำให้ในขณะนี้ เหลือเพียงการสอบปากคำจากทางฝั่งของ “เป๊ก ผลิตโชค” เท่านั้น ที่ยังต้องรอการดำเนินการ

  • พยานบุคคล: ให้ปากคำครบถ้วนแล้ว
  • ผลตรวจเลือด: ยังไม่ได้รับจากโรงพยาบาล
  • การแจ้งความ: ยังไม่มีผู้ใดแจ้งความดำเนินคดีกับ “เป๊ก ผลิตโชค”

คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจาก “เป๊ก ผลิตโชค” เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง การสืบสวนสอบสวนจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

การที่ตำรวจยังรอสอบปากคำ “เป๊ก ผลิตโชค” นั้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพและความพร้อมของผู้ให้ปากคำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง

เมื่อ “เป๊ก ผลิตโชค” พร้อมที่จะให้ปากคำแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอย่างรวดเร็ว เพื่อสรุปสำนวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เชื่อว่าข้อมูลจากปากคำของ “เป๊ก ผลิตโชค” จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการคลี่คลายคดีและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

เราคงต้องติดตามข่าวนี้กันต่อไป ว่า “เป๊ก ผลิตโชค” จะพร้อมให้ปากคำเมื่อไหร่ และผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร

ที่มา – ตร.รอสอบปากคำ “เป๊ก ผลิตโชค” เห็นคลิปขอโทษร่างกายยังไม่สมบูรณ์ดี

นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในประเทศไทย นิสสัน ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการพิเศษ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสนับสนุนชุมชนไทย และลูกค้านิสสันในช่วงเวลาวิกฤต

แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกค้านิสสันที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ด้วยตนเอง เนื่องจากความเสียหายดังกล่าวไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย โดยแคมเปญจะดำเนินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าที่มีสิทธิ์จะได้รับส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่ เคมีภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่น และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ นี่คือหนึ่งในความตั้งใจของนิสสันที่ต้องการ นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม อย่างเต็มที่

นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม

นายทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า นิสสันให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก

น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถนิสสันจำนวนมาก และเราต้องการมีส่วนช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาจะได้รับการซ่อมแซมและดูแลอย่างเหมาะสมที่ศูนย์บริการของนิสสัน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ราบรื่น และไร้กังวลในทุกขั้นตอนระหว่างการรับบริการ

นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม

นิสสันยังคงยึดมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าและชุมชน ไม่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์ และบริการที่ล้ำสมัย แต่ยังรวมถึงงานด้านการบริการที่ใส่ใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี พร้อมมอบความอุ่นใจ และความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันอย่างแท้จริง

รายละเอียดโครงการ นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม

เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่นิสสันมีต่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เราจึงขอสรุปรายละเอียดสำคัญของโครงการ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” ดังนี้

  • ระยะเวลาโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568
  • สิทธิประโยชน์: ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่ เคมีภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่น และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์
  • เงื่อนไข: สำหรับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วยตนเอง

ลูกค้าสามารถตรวจสอบสิทธิ์และเข้าร่วมโครงการได้ที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาทะเบียนรถยนต์ หลักฐานแสดงความเสียหายจากน้ำท่วม และเอกสารส่วนตัวอื่นๆ

นอกจากส่วนลดอะไหล่แล้ว นิสสันยังให้ความสำคัญกับการให้บริการหลังการขายที่มีคุณภาพ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบและซ่อมแซมรถยนต์ของลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์จะกลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นิสสันเข้าใจถึงความยากลำบากที่ลูกค้าต้องเผชิญในช่วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติ และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โครงการ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความอุ่นใจให้กับลูกค้าในทุกสถานการณ์

สำหรับลูกค้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” สามารถติดต่อศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของนิสสัน ประเทศไทย

นิสสัน ตระหนักดีถึงความสำคัญของการดูแลลูกค้าในทุกมิติ และพร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ ในการเดินทางของลูกค้าทุกคน นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเคียงข้างคุณเสมอ

อย่าลังเลที่จะติดต่อศูนย์บริการนิสสันหากรถของคุณได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นิสสันพร้อมให้ความช่วยเหลือและดูแลรถของคุณให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม นี่คือสิ่งยืนยันว่า นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม อย่างแท้จริง

ที่มา – นิสสันพร้อมดูแลลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม