ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

แม่กลองจัดใหญ่! รำลึกหลวงประดิษฐไพเราะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานบ้านดนตรี ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รอง ผวจ.สมุทรสงครามเป็นประธานแถลงข่าวจัดงาน “นาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม”วันที่ 22–24 ส.ค.68 ณ ลานบ้านดนตรีและโดมอเนกประสงค์วัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยนางยลกานต์ เที่ยงแท้ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนวัฒนธรรม จ.สมุทรสงคราม นายสำรวย กลิ่นอภัย นายกเทศมนตรีสวนหลวง และน.ส.ปรียา สิงหาเจริญ รองนายก อบจ. สมุทรสงคราม เข้าร่วม

นายรนัสถ์ชัย กล่าวว่า จ.สมุทรสงครามสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่ารูปแบบหลากหลายและได้ชื่อว่าเป็นเมืองดนตรีโดยจากอดีตถึงปัจจุบันได้ให้กำเนิดนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหลายท่าน เช่น หลวงประดิษฐไพเราะ หรือ ศร ศิลปะบรรเลง ที่มีชื่อเสียงด้านการเล่นดนตรีไทยและประพันธ์เพลงไทยเดิม เกิดวันที่ 6 สิงหาคม 2424 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ ต.ดาวดึงส์ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นที่รับรู้กันในเฉพาะแวดวงคนดนตรีไทย จนเมื่อปี พ.ศ.2547 เรื่องราวของหลวงประดิษฐไพเราะเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น หลังถูกหยิบเอาอัตชีวประวัติมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ”โหมโรง” (The Overture) ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท และยังกวาดรางวัลในเวทีต่างๆมากมายทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้จักหลวงประดิษฐไพเราะมากยิ่งขึ้นและยังทำให้ดนตรีไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกครั้ง

การจัดงานครั้งนี้ก็เพื่อเชิดชูเกียรติหลวงประดิษฐไพเราะ ผู้มีชื่อเสียงด้านดนตรีของ จ.สมุทรสงครามรวมทั้งสืบสานประเพณีพิธีไหว้ครูดนตรีไทยให้ศิษย์ระลึกถึงครู ส่งเสริมการขับเคลื่อนทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมและเป็นจุดเด่นของจังหวัดที่นำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวรูปแบบที่หลากหลาย

นางยลกานต์ กล่าวว่า การจัดงานนาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีแรกมีหลายหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน คือ จังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมฯ เทศบาลสวนหลวง อบจ.สมุทรสงคราม บ้านดนตรี และมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มีกิจกรรมมากมายภายในธีม“งานดนตรีไทยของคนรุ่นใหม่จะมาเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อ”ระนาด”และดนตรีไทย” โดยวันศุกร์ที่ 22 ส.ค.68 มีการแสดงลำตัด ฉ่อย อีแซว และนาฎศิลป์ประยุกต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชน และการแสดงโขนจากบ้านสุวัฒน์รัศมี วันเสาร์ที่ 23 ส.ค.พิธีเปิดงาน มีการแสดงโชว์เดี่ยวระนาดจากศิลปินละครเวที โหมโรง เดอะ มิวสิคัล 2568 (อาจารย์ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ หรือครูเบิ่ง) จากกรมศิลปากร ผู้รับบท “ขุนอิน”ในละครเรื่องโหมโรงทางช่อง Thai PBS และผู้บรรเลงเสียงระนาดทั้งหมดของนายศร ในภาพยนตร์”โหมโรง” และยังมีศิลปินชื่อดัง เก่ง ธชย ประทุมวรรณ ที่โดดเด่นด้านเอกลักษณ์ความเป็นไทยจากการประกวดรายการ The Voice Thailand Season 1 ส่วนวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค.วันสุดท้ายของงานช่วงเช้ามีพิธีไหว้ครูครอบครูดนตรีไทยและนาฎศิลป์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป

รำลึกหลวงประดิษฐไพเราะ

นอกจากนี้ทุกวันยังมีการบรรเลงเพลงไทยจากศิลปินนักดนตรีรุ่นใหม่โชว์บรรเลงการเดี่ยวระนาด การประลองเพลงประเลงดนตรี ซึ่งเป็นศิลปินดนตรีไทยรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น คุณพระอโยธยา คุณพระอัมพวา บ้านบัวหลวง ADD คุณพระช่วย วงกอไผ่ กุญชรดุริยะ ผ่องบรรเลงศิลป์ การแสดงดนตรีร่วมสมัย วงประทักษิณ เรือนคุณปู่ วงศิวิไลซ์แบนด์ นิทรรศการหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) การประกวดดนตรีไทย การสาธิตภูมิปัญญา สาธิตแกะกะลาซอ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม การออกร้านจำหน่ายอาหาร สินค้าชุมชน ของกินมากมาย โดยจัดลานนั่งทานอาหารบริเวณตลาดริมน้ำแม่น้ำแม่กลองหน้าวัดภุมรินทร์กุฎีทอง ซึ่งมีบรรยากาศที่ดัและสวยงาม จึงขอเชิญทุกท่านที่ชื่นชอบรักในดนตรีและศิลปวัฒนธรรมมาร่วมกันสืบสาน สร้างสรรค์และส่งต่อศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีให้คงอยู่คู่สังคมไทยในงาน “นาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม”วันที่ 22–24 ส.ค.68 ณ บริเวณลานบ้านดนตรี และโดมอเนกประสงค์วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งแต่เวลา 15.00 น.- 22.00 น.

งานนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสเสน่ห์ของดนตรีไทยและรำลึกถึงบุคคลสำคัญอย่างหลวงประดิษฐไพเราะ อย่าพลาดที่จะไปร่วมงานกันนะครับ!

ไฮไลท์งาน: รำลึกหลวงประดิษฐไพเราะ

ที่มา – จาก ‘โหมโรง’ สู่ลานบ้านดนตรี แม่กลองจัดใหญ่ รำลึกหลวงประดิษฐไพเราะ งานนาฏดุริยกวีแผ่นดินสยาม

กมธ.ถก! งบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านยังไม่ออก

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ณ รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.การปกครองฯ ว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อน คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินทดลองจ่ายฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาท และมี สส. ตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรีในสภา ซึ่งรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าสามารถเบิกจ่ายงบได้

นายกรวีร์กล่าวอีกว่า วันนี้ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมาก รวมถึงเชิญกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมบัญชีกลาง มาติดตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนด้วยงบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาท ว่าการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นอย่างไร ติดขัดส่วนใด และสามารถเบิกจ่ายได้จริงตามที่รัฐมนตรีตอบกระทู้สดหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้เชิญ สส. ในพื้นที่มารับฟังและสะท้อนปัญหาให้กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทราบถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าเงินที่ใช้ในการดูแลประชาชนเป็นเงินบริจาค นายกรวีร์กล่าวว่าเป็นประเด็นเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าสามารถเบิกจ่ายได้ แต่ในหลายพื้นที่และหลายอำเภอ มีเพียงตัวเลขวงเงิน แต่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณมากเท่าที่ควร บางพื้นที่อาจเบิกจ่ายได้ บางพื้นที่เบิกจ่ายไม่ได้ ทำให้การดูแลประชาชนกลายเป็นเงินบริจาคและสิ่งของบริจาคจากประชาชนด้วยกันเอง

นายกรวีร์กล่าวว่า กมธ.ปกครองฯ อยากเชิญกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหลักมาชี้แจงว่าติดขัดในเรื่องใดและรายละเอียดตรงไหนในการเบิกจ่าย เหตุใดจึงเบิกจ่ายช้า และทำไมถึงเบิกจ่ายไม่ได้ ทั้งหมดจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศในครั้งต่อไป

กมธ. ติดตามการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาท

เมื่อถามย้ำว่างบทดลองจ่าย 100 ล้านบาท จะเพียงพอหรือไม่แต่ละจังหวัด นายกรวีร์กล่าวว่าจากการที่ตนฟังการตอบของรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่บอกว่าจะให้ไปก่อนอำเภอละ 5 แสนบาท ซึ่งต้องฝากคำถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่าเคยไปดูในพื้นที่หรือไม่ เพราะจำนวน 5 แสนบาทวันเดียวก็อาจหมด จึงอยากให้แนวทางในการช่วยเหลือดูแลประชาชนตามศูนย์อพยพต่างๆ ได้สะท้อนกับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะไม่ต้องพึ่งพางบบริจาคหรือของบริจาคจากประชาชนอื่น เพราะเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่จะนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาและดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ดีที่สุด

ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาท

จากการประชุม กมธ. การปกครอง พบว่าปัญหาหลักคือการเบิกจ่ายงบประมาณฉุกเฉินที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึง แม้ว่า ครม. จะอนุมัติงบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาทแล้วก็ตาม ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ยังคงต้องพึ่งพาเงินบริจาคและสิ่งของบริจาคในการดำรงชีวิต ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

สิ่งที่น่ากังวลคือความไม่ชัดเจนในขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณ ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ งบประมาณที่จัดสรรให้อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างจำกัด

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รัฐบาลควรเร่งรัดกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณให้รวดเร็วและโปร่งใส รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง งบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาทนี้ ควรถูกใช้อย่างคุ้มค่าและทันท่วงที

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่และความรับผิดชอบของทุกฝ่าย หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราก็จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้

ที่มา – กมธ.การปกครอง ถกประชุมติดตามการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้าน หลัง ครม.อนุมัติแล้วแต่พื้นที่ยังไร้งบ

หุ้นเช้านี้เปิดบวก 7.05 จุด คาด Fund Flow ไหลเข้าต่อ

ตลาดหุ้นไทยเปิดเช้าวันนี้ (6 ส.ค. 68) ด้วยสัญญาณบวกสดใส ดัชนีเปิดที่ 1,254.01 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด คิดเป็นมูลค่าซื้อขาย 3,346.27 ล้านบาท นักวิเคราะห์จาก บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงแกว่งตัวในทิศทางไซด์เวย์ แม้ว่าหุ้น DELTA จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ภาพรวมของ Fund Flow ยังคงมีแนวโน้มไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย (วานนี้ซื้อสุทธิต่อเนื่อง 2.0 พันล้านบาท) นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าจับตามอง

หุ้นเช้านี้เปิดบวก 7.05 จุด คาด Fund Flow ไหลเข้าต่อ

ในเชิงเทคนิค นักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวต้านระยะสั้นของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่ 1255/1265 จุด ขณะที่แนวรับจะอยู่ที่ 1240/1230-1228 จุด การที่ดัชนียังรักษาสถานะเป็นบวกได้จึงมีความสำคัญ และไม่ควรหลุดต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว เพื่อรักษาโมเมนตัมขาขึ้นเอาไว้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับการชะลอตัวลงในระยะสั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพื่อเป็นการสะสมแรงซื้อใหม่ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

ปัจจัยที่น่าจับตาและกลยุทธ์การลงทุน

สำหรับนักลงทุนที่กำลังจับตาดู หุ้นเช้านี้เปิดบวก 7.05 จุด คาด Fund Flow ไหลเข้าต่อ มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน นอกเหนือจาก Fund Flow ที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่องแล้ว สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดหุ้น

  • ติดตามข่าวสารและข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มของตลาด
  • พิจารณาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นแต่ละตัว
  • กระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในหุ้นหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
  • ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากตลาดผันผวน

การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

Fund Flow กับทิศทางตลาดหุ้นไทย

Fund Flow หรือกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของตลาดหุ้น หากมี Fund Flow ไหลเข้า แสดงว่ามีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากมี Fund Flow ไหลออก ราคาหุ้นก็จะปรับตัวลดลง ดังนั้น การติดตาม Fund Flow อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้น

ถึงแม้ว่า หุ้นเช้านี้เปิดบวก 7.05 จุด คาด Fund Flow ไหลเข้าต่อ จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่การลงทุนยังคงต้องอาศัยความระมัดระวังและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน นักลงทุนควรทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดหุ้น และลงทุนเฉพาะในส่วนที่ตนเองสามารถรับความเสี่ยงได้เท่านั้น

โดยสรุปแล้ว ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดตัวด้วยสัญญาณบวกจากแรงหนุนของ Fund Flow ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและลงทุนด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – หุ้นเช้านี้เปิดบวก 7.05 จุด คาด Fund Flowไหลเข้าต่อ

บีทีเอสเปิดตัวรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด!

เรียกได้ว่า “ทำถึง” และ “ยิ่งใหญ่” อย่างแท้จริง เมื่อเพจทางการของ รถไฟฟ้าบีทีเอส โพสต์ภาพขบวนรถไฟฟ้าสุดพิเศษที่ถูกตกแต่งเป็น “ผืนธงชาติไทยที่ยาวที่สุด” พร้อมระบุว่า เป็นการแสดงพลังสดุดีและรำลึกถึงคุณงามความดีของ เหล่าทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยและแผ่นดินไทย

โดยขบวนรถไฟฟ้าธงชาติไทยนี้ จะให้บริการครอบคลุม 60 สถานี ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ตลอดสาย พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพธงชาติไทยผ่านสื่อโฆษณาดิจิทัลทั่วประเทศในช่วง 08.00 น. และ 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างพร้อมเพรียง

โครงการนี้นอกจากจะส่งเสริมจิตสำนึกรักชาติแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนไทยทั้งประเทศในช่วงเวลาสำคัญของชาติอีกด้วย

บีทีเอสเปิดตัวรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด!

ล่าสุด บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวขบวนรถไฟฟ้าที่ตกแต่งเป็นผืนธงชาติไทยที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อเป็นการสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประเทศชาติ โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของบีทีเอส และเป็นการส่งเสริมความรักชาติและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้แก่ประชาชน

รายละเอียดรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด

ขบวนรถไฟฟ้าที่ตกแต่งเป็นธงชาติไทยนี้ไม่ใช่แค่การทาสีหรือติดสติกเกอร์ธรรมดา แต่เป็นการออกแบบที่พิถีพิถัน โดยใช้สีแดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำชาติไทยอย่างถูกต้องตามหลักสากล นอกจากนี้ ยังมีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สื่อถึงความเป็นไทย เช่น ลายกนก และภาพสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าขบวนนี้มีความสวยงามและโดดเด่นเป็นอย่างมาก

เส้นทางการให้บริการครอบคลุม:

  • จำนวนสถานี: 60 สถานี
  • จังหวัดที่ให้บริการ: กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ

การประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม:

  • สื่อดิจิทัล: เผยแพร่ภาพธงชาติไทยผ่านสื่อโฆษณาดิจิทัลทั่วประเทศ
  • ช่วงเวลา: 08.00 น. และ 18.00 น. ของทุกวัน

การเปิดตัวรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดของบีทีเอสในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนชาวไทย หลายคนได้แสดงความคิดเห็นชื่นชมในความสร้างสรรค์และความตั้งใจของบีทีเอสที่ต้องการส่งเสริมความรักชาติและความสามัคคี นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่ให้ความสนใจและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับขบวนรถไฟฟ้าขบวนนี้

นอกจากการตกแต่งขบวนรถไฟฟ้าแล้ว บีทีเอสยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรักชาติอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และการสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

การที่บีทีเอสให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรักชาติและความสามัคคีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

คุณสามารถร่วมภาคภูมิใจไปกับรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดได้แล้ววันนี้ เพียงแค่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และร่วมชื่นชมความสวยงามของขบวนรถไฟฟ้าที่ตกแต่งเป็นธงชาติไทย นอกจากนี้ อย่าลืมร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บีทีเอสจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรักชาติและความสามัคคี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

รถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเเค่รถไฟฟ้าที่ตกแต่งสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักชาติ ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของคนไทยทุกคน

ที่มา – บีทีเอสเปิดตัวขบวนรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด! สดุดีเหล่าวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน

RachYO-Tobii กับ “ปะป๊าปล่อย” ดนตรี Thai Fusion x Afro Beat

สองศิลปินมากฝีมือจากคนละขั้วดนตรี RachYo และ Tobii โคจรมาพบกันครั้งแรกในซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ปะป๊าปล่อย” ผลงานที่นำเอากลิ่นอายดนตรีไทยพื้นบ้านมาผสานกับจังหวะ Afro Beats ได้อย่างสดใหม่ สนุกสนาน ถ่ายทอดความซน และความทะเล้นในจังหวะชวนโยก ที่รับรองว่าสายแดนซ์ไม่ควรพลาด

เพลงนี้ถือเป็นการคอลแลปที่แฟนๆ ไม่ควรพลาด ด้วยซาวด์ Thai Fusion x Afro Beats ที่ใช้เครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านมาร้อยเรียงเข้ากับโฟลวแบบ Afro ในสไตล์เท่ๆ ของ Tobii ผสมผสานกับเอกลักษณ์อีสานของ RachYO ได้อย่างเหนือความคาดหมาย ทั้งสองยังร่วมแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเอง ทำให้เพลงนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละคน ในแบบที่กลมกล่อมและสนุกสุดๆ เพลง “ปะป๊าปล่อย” จึงเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ

RachYO และ Tobii ในเพลง ปะป๊าปล่อย

RachYO ศิลปินแถวหน้าสายฮิปฮอปอีสานจาก Universal Music Thailand ยังคงรักษาลายเซ็นสไตล์บ้านๆ ที่เข้าถึงใจได้ง่าย ทั้งในเนื้อร้องและเมโลดี้ ขณะที่ Tobii ศิลปินสาย Afro Beat จาก Def Jam Thailand ก็ใส่กลิ่นอายอินเตอร์ด้วยโฟลวภาษาอังกฤษแบบ Afro-inspired ที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นผลงานการคอลแลปที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้

ใครที่กำลังมองหาเพลงใหม่ๆ ที่มีสไตล์แตกต่างไม่ซ้ำใคร ลองฟังเพลง “ปะป๊าปล่อย” ของ RachYO และ Tobii ดู รับรองว่าจะต้องติดใจในความผสมผสานที่ลงตัวของดนตรีไทยและ Afro Beat อย่างแน่นอน

เมื่อดนตรี Thai Fusion เจอ Afro Beat! “RachYO-Tobii” ร่วมงานกันครั้งแรกในซิงเกิล “ปะป๊าปล่อย”

เพลง “ปะป๊าปล่อย” ทำให้เห็นว่าดนตรีไม่มีพรมแดน และการผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ทำไมต้องฟังเพลง “ปะป๊าปล่อย”

เพราะเพลงนี้เป็นการผสมผสานที่ไม่ซ้ำใครระหว่างดนตรีไทยและ Afro Beat, เป็นการร่วมงานกันของสองศิลปินที่มีสไตล์โดดเด่น, และเป็นเพลงที่ฟังสนุกโยกตามได้

อย่ารอช้า! ไปฟังเพลง “ปะป๊าปล่อย” กันได้เลย แล้วคุณจะรู้ว่า Thai Fusion x Afro Beat มันส์ขนาดไหน!

แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews

ที่มา – เมื่อดนตรี Thai Fusion เจอ Afro Beat! “RachYO-Tobii” ร่วมงานกันครั้งแรกในซิงเกิล “ปะป๊าปล่อย”

กัมพูชาส่งซีเกมส์กี่คน? รอลุ้นรัฐบาลตัดสิน!



คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกัมพูชา ยืนยันว่ายังไม่ได้ลดจำนวนนักกีฬาที่จะส่งแข่งซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคมนี้ ทุกอย่างต้องรอรัฐบาลตัดสินใจอย่างเป็นทางการก่อน ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่นักกีฬาก็ยังคงฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวที่สร้างความสับสน โดยอ้างอิงจากการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย ว่ากัมพูชาได้ทำการลดจำนวนนักกีฬาลงอย่างมาก จากเดิมที่แจ้งไว้ประมาณ 1,500 คน เหลือเพียง 57 คนเท่านั้น ข่าวดังกล่าวสร้างความตกตะลึงและความกังวลให้กับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาของกัมพูชา

วัธ จำเริญ
วัธ จำเริญ

กัมพูชาส่งซีเกมส์กี่คน?

อย่างไรก็ตาม วัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่าคณะกรรมการฯ ไม่เคยได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการลดจำนวนนักกีฬาเลย ปัจจุบัน กัมพูชายังคงมุ่งเน้นไปที่การฝึกซ้อมนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ที่จะถึงนี้ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าร่วมแข่งขันซีเกมส์ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาลกัมพูชา และจะพิจารณาตามสถานการณ์ชายแดนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

เลขาธิการโอลิมปิกกัมพูชายังเสริมอีกว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ในรายงานข่าวก่อนหน้านี้ไม่เป็นทางการและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรอฟังความชัดเจนจากรัฐบาลกัมพูชาก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น เรื่อง กัมพูชาส่งซีเกมส์กี่คน ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แล้วกัมพูชาจะส่งซีเกมส์กี่คนกันแน่?

สถานการณ์เรื่อง กัมพูชาส่งซีเกมส์กี่คน ยังคงเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่ตัวเลขนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันมีความผันผวน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนและการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน

นอกจากนี้ สถานการณ์ชายแดนที่กำลังดำเนินอยู่ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลกัมพูชาจะต้องนำมาพิจารณาในการตัดสินใจว่าจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์จำนวนเท่าใด ความปลอดภัยและความมั่นคงของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

The delegation from the host Cambodia parades during the opening ceremony of the 32nd Southeast Asian Games (SEA Games) at the Morodok Techo National Stadium in Phnom Penh on May 5, 2023. (Photo by MOHD RASFAN / AFP)

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับ กัมพูชาส่งซีเกมส์กี่คน จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและครอบคลุมทุกด้าน รัฐบาลกัมพูชาจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสำคัญของการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา กับความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ

ข้อมูล-ภาพ วัธ จาก : phnompenhpost

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในขณะนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ นักกีฬากัมพูชายังคงฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ที่จะถึงนี้ พวกเขาหวังว่าจะได้รับโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศและสร้างชื่อเสียงให้กับกัมพูชาในเวทีระดับนานาชาติ

ที่มา – ‘กัมพูชา’ เผยนักกีฬายังซ้อมเต็มที่ แต่จะส่งซีเกมส์กี่คนรอรัฐบาลสั่ง งงข่าวลดทัพเหลือ 57


สิงห์หวังเซ็น “การ์นาโช” ถูก! หลังผีแดงได้ เชชโก

เชลซี ทีมดังเเห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงแสดงความต้องการที่จะเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีข่าววางแผนที่จะคว้าตัว อเลฮานโดร การ์นาโช ปีกดาวรุ่งทีมชาติอาร์เจนตินาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยหวังจะได้ในราคาที่ถูกลง

“ทอล์ค สปอร์ต” สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เชลซี ได้เริ่มต้นพูดคุยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว การ์นาโช ไปร่วมทีมเเล้ว โดยทาง “ปีศาจเเดง” ตั้งค่าตัวไว้ที่อย่างน้อย 40 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 1,760 ล้านบาท)

เเต่ทว่า “สิงห์บลูส์” มีเเผนที่จะรอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำการเซ็นสัญญาคว้าตัว เบนยามิน เชชโก กองหน้าจาก แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการเสียก่อน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเดินหน้าเจรจาเรื่องค่าตัวของ การ์นาโช อย่างจริงจัง เนื่องจากเชื่อว่า “ปีศาจเเดง” อาจจะต้องยอมปล่อยตัว การ์นาโช ในราคาที่ต่ำกว่าเดิม เพราะจำเป็นต้องระบายนักเตะออกไปบ้าง หลังจากที่ใช้เงินไปกว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ในการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

สิงห์หวังเซ็น “การ์นาโช” ราคาถูก หลังผีแดงได้ เชชโก

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของ การ์นาโช ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ได้รับความนิยมจากแฟนบอลและมีศักยภาพสูง แต่การมาถึงของ เชชโก อาจทำให้โอกาสในการลงสนามของเขาลดลง และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณาปล่อยตัวเขาออกจากทีม

เชลซีวางหมากรอจังหวะเซ็น “การ์นาโช” ราคาพิเศษ

เชลซี หวังที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เพื่อคว้าตัว การ์นาโช มาร่วมทีมในราคาที่สมเหตุสมผล พวกเขาเชื่อว่า การได้ตัวปีกอาร์เจนไตน์จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในแนวรุก และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมเพื่อต่อสู้ในฤดูกาลหน้า

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ยังคงมีความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของ แมนฯ ยูไนเต็ด, ความต้องการของตัวนักเตะเอง, และข้อเสนอจากสโมสรอื่นๆ ที่อาจสนใจในตัว การ์นาโช เช่นกัน

  • ปัจจัยที่ต้องจับตา:
  • การเซ็นสัญญา เชชโก ของ แมนฯ ยูไนเต็ด
  • ท่าทีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อข้อเสนอของเชลซี
  • ความต้องการของ การ์นาโช
  • ข้อเสนอจากสโมสรอื่นๆ

สำหรับแฟนบอลของทั้งสองทีม คงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าดีลนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะเป็นผู้ที่ได้ตัว การ์นาโช ไปครอง

การที่เชลซีแสดงความสนใจในตัว การ์นาโช แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะท้าทายความสำเร็จในฤดูกาลหน้า แม้ว่าพวกเขาจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ตัวนักเตะที่ต้องการในราคาที่เหมาะสม

ภาพ AFP

ถึงแม้ว่าการย้ายทีมของ การ์นาโช จะยังเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความทะเยอทะยานของ เชลซี และความไม่แน่นอนในอนาคตของนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การเสริมทัพของทีมใหญ่ๆ ในพรีเมียร์ลีกมักจะส่งผลกระทบต่อผู้เล่นหลายราย และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักฟุตบอลอาชีพ

ที่มา – “สิงห์สำอาง” หวังเซ็น “การ์นาโช” ราคาถูกหลังผีได้ “เชชโก” ร่วมทัพ

พระพยอมเตือน หมอปลาย ปลาหมอตายเพราะปาก

จากกรณี “หมอปลาย พรายกระซิบ” ออกมาทำนายตามคำท่านยม พยากรณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ภายใน 1-2 วัน จะเกิดเหตุใหญ่และความไม่สงบ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมของคำทำนาย นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์กับพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ถึงมุมมองต่อประเด็นดังกล่าว กับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้

พระพยอม กล่าวว่า จากที่หมอดูชื่อดังทำนายมาตอนนี้เข้าวันที่ 2 แล้ว เห็นบอกว่าเครียดต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนี้เรียกว่า “ปลาหมอตายเพราะปาก” ถ้าทำนายแล้วใช้คำว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ยังพอทน แต่นี่ไปลงวันที่ว่า 2 วัน แล้วถ้าเกิดภายใน 2 วัน ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แล้วจะทำยังไงต่อ มนต์ขลังที่เคยทายเคยพูดทุกอย่างจบ จบความเป็นหมอดูที่ทำนายทายทัก เพราะไม่เป็นไปตามที่เดา

“อยากจะเป็นคนเหนือกว่าคนอื่นบอกว่า ท่านยมกระซิบ คนอื่นติดต่อไม่ได้ แต่ตัวเองมีท่านยมคอยกระซิบ ป่านนี้ท่านยมคงบอกกูไม่น่ากระซิบมันเลย ทำให้มันเดือดร้อน” พระพยอม กล่าว

เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวต่อว่า ชาวพุทธต้องมีหลัก 2 อย่าง 1. ไม่ปฏิเสธ 2. ไม่รีบเชื่อ เพราะถ้าเราปฏิเสธแล้วเรื่องมันจริงจะเสียโอกาสว่าไม่น่าปฏิเสธ แต่ถ้าเรารีบเชื่อ เราจะมานั่งทุกข์ใจ ต้องไม่รีบรับไม่รีบปฏิเสธ คอยดูความเป็นไปอย่างที่หมอเดาว่าอีก 2 วันจะมีอันเป็นไปเกิดเรื่องราวใหญ่โต แต่ตอนนี้ครบกำหนด 2 วันแล้ว อย่าไปพูดคำว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เป็นการขู่กันสำหรับคนไม่มีปัญญาเลยต้องเชื่อ แต่ถ้าพูดตามที่สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ ว่า ถึงเชื่อต้องเรียนรู้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เชื่อแล้วเชื่อเลยไม่เคยเอามาใคร่ครวญพิจารณา จะทำให้เกิดคำว่าผวาหวาดกลัวไม่เป็นสุข ทำให้เสื่อมสุขภาพ

พระพยอม กล่าวอีกว่า ล่าสุดเห็นว่ามีทนายดัง 2 คนเข้าแจ้งความ อาตมาคิดว่า น่าจะมีคนแจ้งความเพิ่มขึ้นอีก เพราะว่าตอนนี้ทัวร์ลงกระสุนตก ออกมาทำนายแบบนี้ทำให้ญาติ และเจ้าหน้าที่ทหารวิตกกังวล ตอนนี้ก็แย่อยู่แล้วยังเอาทุกข์ไปซ้ำเติมเรียกว่า ปากอยู่ไม่สุข เลยต้องพาทุกข์มาหาตัว ฝากถึงหมอดูทั้งหลายจำเหตุการณ์รายนี้ไว้เป็นบทเรียน อย่าพูดให้คนประหวั่นพรั่นพรึง ต้องหาทางออกให้ดี อย่าไปกำหนดวันเป๊ะแบบนี้ ถ้าเป๊ะคงจะหวังดังแต่พอไม่เป๊ะมันก็เลยแป๊ก.

พระพยอมติง หมอปลาย ปลาหมอตายเพราะปาก

จากกรณีหมอปลายทำนายสถานการณ์ชายแดน ทำให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ประชาชน พระพยอมได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาข่าวสารอย่างรอบคอบ และไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ

บทเรียนจากกรณี หมอปลาย ปลาหมอตายเพราะปาก

พระพยอมกล่าวว่า การทำนายที่สร้างความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจนำมาซึ่งผลกระทบทางกฎหมายได้ ดังเช่นกรณีที่ทนายความเข้าแจ้งความหมอปลาย อย่างไรก็ตาม พระพยอมเน้นย้ำว่า การวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ทำไมคำทำนายของหมอปลายจึงเป็นประเด็น?

  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์: การทำนายที่เจาะจงวันเวลา อาจสร้างความคาดหวังที่ไม่สมจริง และนำไปสู่ความผิดหวังหากไม่เป็นไปตามที่ทำนาย
  • ผลกระทบต่อจิตใจ: คำทำนายที่น่ากลัว อาจสร้างความวิตกกังวลและความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม: ผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณชน ควรมีความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ พระพยอมยังกล่าวถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสติในการรับฟังข่าวสาร และไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ ควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ และใช้ปัญญาในการตัดสินใจ

การที่พระพยอมออกมาเตือนเรื่อง หมอปลาย ปลาหมอตายเพราะปาก เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราพิจารณาคำพูดและการกระทำของตนเองให้ดี ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น การใช้สติและปัญญาในการรับฟังข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น การที่เราเสพข่าวสารอะไรก็ตาม ควรไตร่ตรองให้ดี อย่าให้ความเชื่อส่วนตัว หรือความงมงาย มาบดบังวิจารณญาณ เพื่อที่เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อเหล่านั้น เหมือนกับวลีที่ว่า หมอปลาย ปลาหมอตายเพราะปาก นั่นเอง

ที่มา – ‘พระพยอม’ ติง ‘หมอปลาย’ ปลาหมอตายเพราะปาก ทำนายสร้างความตื่นตระหนก

จีนหนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” อย่างสร้างสรรค์

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่าโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า ไม่มีการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา นับตั้งแต่การหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบไตรภาคี ระหว่างจีนกับไทยและกัมพูชา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จีนมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย ขณะที่กัมพูชาและไทยดำเนินการหยุดยิงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ จีนชื่นชมการที่ไทยและกัมพูชาจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ภายใต้การประสานงานเชิงรุกของมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้ โดยทุกฝ่ายสื่อสารหลายระดับผ่านช่องทางต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนากลไกเฝ้าติดตามการหยุดยิง เพื่อเกื้อหนุนการยุติการสู้รบอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

จีนยังคงรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับกัมพูชาและไทย รวมถึงมาเลเซียและสมาชิกอาเซียน เพื่อส่งเสริมการหยุดยิง การสื่อสาร และการเจรจา ตลอดจนช่วยลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์ตามเจตจำนงของไทยและกัมพูชา

นอกจากนี้ จีนจะยังคงสนับสนุนอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ รักษาจุดยืนอันเป็นธรรมและยุติธรรม และดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในแบบของตนเอง เพื่อการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : Chinese Foreign Ministry

จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ สนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา”

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและกัมพูชาได้รับความสนใจจากนานาชาติ รวมถึงจีนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ จีนแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ในการสนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” โดยมุ่งเน้นการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี

จีนมีบทบาทอย่างไรในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” โดยการเป็นตัวกลางในการเจรจาและการสื่อสารระหว่างสองประเทศ จีนยังได้สนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนอย่างสันติวิธีและยั่งยืน นอกจากนี้ จีนยังได้ให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาแก่ทั้งสองประเทศเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

การสนับสนุนของจีนในการฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศของจีนที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อจีนทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้น การมีเสถียรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศในภูมิภาคจึงเป็นผลประโยชน์ของจีน

นอกจากบทบาททางการเมืองและการทูตแล้ว จีนยังให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาแก่ทั้งไทยและกัมพูชา โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยว และการให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี การสนับสนุนด้านเศรษฐกิจนี้มีส่วนช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

การที่จีนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศนั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะการมีส่วนร่วมจากภายนอกสามารถช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลในภูมิภาค การสนับสนุนของจีนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่จีนเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศจึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีและควรได้รับการสนับสนุน

ที่มา – จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ สนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา”

จีนหนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” เดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยัน ว่าไม่มีการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา นับตั้งแต่การหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบไตรภาคี ระหว่างจีนกับไทยและกัมพูชา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา จีนมองว่า สถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย ขณะที่กัมพูชาและไทยดำเนินการหยุดยิงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จีนชื่นชมการที่ไทยและกัมพูชาจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ภายใต้การประสานงานเชิงรุกของมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้ โดยทุกฝ่ายสื่อสารหลายระดับผ่านช่องทางต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนากลไกเฝ้าติดตามการหยุดยิง เพื่อเกื้อหนุนการยุติการสู้รบอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

จีนยังคงรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับกัมพูชาและไทย รวมถึงมาเลเซียและสมาชิกอาเซียน เพื่อส่งเสริมการหยุดยิง การสื่อสาร และการเจรจา ตลอดจนช่วยลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์ตามเจตจำนงของไทยและกัมพูชา

นอกจากนี้ จีนจะยังคงสนับสนุนอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ รักษาจุดยืนอันเป็นธรรมและยุติธรรม และดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในแบบของตนเอง เพื่อการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา.

จากรายงานล่าสุด จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ความพยายามนี้รวมถึงการส่งเสริมการเจรจา การรักษาความสงบตามแนวชายแดน และการสนับสนุนกลไกการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ความมุ่งมั่นของจีนสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะส่งเสริมเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประชาคมระหว่างประเทศต่างจับตาดูความคืบหน้าของการดำเนินการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการมีส่วนร่วมของจีนในการแก้ไขข้อพิพาทระดับภูมิภาคมักถูกมองว่าเป็นตัวเร่งให้เกิดความร่วมมือและความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของจีนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวทางทางการทูตเชิงรุกที่มุ่งสร้างความปรองดองและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

บทบาทที่แข็งขันของจีนในการสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ความพยายามในการไกล่เกลี่ยและการสนับสนุนทางการทูตเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมของจีนไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ สนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา”

การสนับสนุนของจีนสำหรับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและบูรณาการทางเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ เช่น Belt and Road Initiative การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกัน ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ความคิดริเริ่มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของจีนสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เจริญรุ่งเรืองและเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น โดยที่สันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือมีความสำคัญสูงสุด

จีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ในการส่งเสริมความเจรจาและการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ การมีส่วนร่วมเชิงรุกในการสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่เป็นแบบอย่างถึงวิธีการที่การทูตเชิงสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นบวก ความมุ่งมั่นของจีนในการนำทางวิธีการแก้ไขที่เป็นมิตรและยุติธรรมได้สร้างชื่อเสียงให้กับจีนในฐานะผู้มีส่วนร่วมที่มีคุณค่าในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

บทบาทของจีนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา

การที่จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ สนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของจีนในการเจรจาและการประนีประนอมจะมีความสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจซึ่งกันและกันในระยะยาว ความพยายามเหล่านี้จะช่วยปูทางไปสู่ความร่วมมือที่มากขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : Chinese Foreign Ministry

ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างไทยและกัมพูชาไม่เพียงแต่จะนำไปสู่ความมั่นคงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาของทั้งสองประเทศด้วย การที่จีนเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนความสัมพันธ์นี้จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีและควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ สนับสนุนฟื้นฟูสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา”