ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘ไอซ์ รักชนก’อวยยศ ‘ภัณฑิล-ทีมกฎหมาย’กู้หน้าพรรคส้ม

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา น.ส. รักชนก ศรีนอก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ภายหลังจากการตรวจสอบกรณีการใช้เงินงบประมาณ 69 ล้านบาท เข้าข้างตัวเองในพื้นที่ลงพื้นที่รับผิดชอบ

โดย ‘ไอซ์ รักชนก’ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น แต่ในครั้งนี้ การใช้กลไกขององค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบ‘การทุจริตและการคอร์รัปชัน’ เป็นสิ่งที่พรรคยืนหยัดเคียงข้าง และสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เธอย้ำว่า: “พวกเรายืนยันหลักการว่า ไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่เคยร่วมขบวนการเล่นงานกันด้วยการใช้ ‘นิติสงคราม’ เพื่อกำจัดฝั่งตรงข้ามแบบไร้หลักการ เราไม่สนับสนุนการยุบพรรคการเมือง หรือเรื่องจริยธรรมมาใช้เล่นงานกันทางการเมือง”

‘ไอซ์ รักชนก’ ชื่นชม ‘ภัณฑิล’ พร้อมทีมกฎหมาย กู้หน้าพรรคส้ม

แม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย แต่ทีมกฎหมายของพรรคประชาชนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ โดยหลังจากที่มีการตัดสินให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ น.ส. รักชนก ได้ออกมาส่งกำลังใจให้กับทีมงานที่ทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะ ‘ภัณฑิล น่วมเจิม’ ส.ส. กทม. ที่เป็นตัวหลักในการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ

จากการตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้เกิดการพูดถึงในแวดวงการเมืองและสังคมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจากประชาชนที่ให้ความสนใจในประเด็นความโปร่งใส สะอาด และแนวทางการทำงานที่เหมาะสมของพรรคพันธมิตรอย่างพรรคประชาชน ซึ่งในวันที่ความไม่ถูกต้องทางการเมืองยังคงเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก ‘ไอซ์ รักชนก’ และทีมกฎหมายได้ยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนอย่างหนักแน่น

ภารกิจครั้งสำคัญของ ‘ทีมกฎหมายพรรคประชาชน’

ที่ผ่านมา ทีมกฎหมายของพรรคเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่แข็งแกร่งในการผลักดันการตรวจสอบเพื่อให้การเมืองไทยมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยในรอบก่อนหน้านี้ เธอยังได้ชื่นชมในความสำเร็จของทีมที่สามารถวิสามัญ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ รมว.คมนาคม ได้อย่างยิ่งใหญ่

  • เหมาะมากกับยุคดิจิทัลในปัจจุบันที่โซเชียลเป็นพยานและการตรวจสอบไม่ได้เกิดเฉพาะในสภา
  • ความโปร่งใสและการใช้หลักกฎหมายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
  • ยิ่งทีมกฎหมายเข้ม ประชาชนก็ยิ่งมั่นใจในแนวทางการตรวจสอบที่ถูกต้อง

ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่ทางการเมือง แต่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ติดตามประเด็นด้านกฎหมายแบบเรียลไทม์ พร้อมให้ความสนใจในความสามารถของทีมกฎหมายที่ปรับตัวตามตยุคดิจิทัลได้อย่างดี

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ทั่วไป การใช้ระบบที่ถูกต้องตามtitามยุคสมัยเพื่อรักษาความยุติธรรมในวงการเมืองไทยถือว่าเป็นแนวทางแห่งอนาคต และถ้าหากทุกพรรคยึดหลักแบบนี้ เราก็อาจได้เห็นการเมืองแนวใหม่ที่มีสีสันและจริงใจมากยิ่งขึ้น หากคุณติดตามข้อมูลนี้อยู่ ควรติดตามผลงานของ ‘ภัณฑิล น่วมเจิม’ และทีมกฎหมายต่อไป

ที่มา – ‘ไอซ์ รักชนก’อวยยศ ‘ภัณฑิล-ทีมกฎหมาย’กู้หน้าพรรคส้ม

ร.อ.ธรรมนัส ร่วม 2 รมต.กล้าธรรม ลงพื้นที่น่าน ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

ร.อ.ธรรมนัส ลุยน่านท่วม สานพลังรัฐ-ประชาชน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และหาแนวทางเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ โดยเฉพาะ โรงเรียนและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

ปีนี้น่านท่วมหนัก เสียหายมหาศาล

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองน่านมีความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมจมจนเกือบทั้งเมือง ซึ่งในอดีตขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนเคยสั่งให้ทำการศึกษาเส้นทางการระบายน้ำท่วม โดยมีแผนเป็นระบบ แต่เมื่อยุติบทบาทไปก่อน สิ่งที่วางไว้จึงไม่ได้รับการต่อเนื่อง

“หากปีหน้าไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะเกิดวิกฤตใหญ่ซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องจัดระบบจัดการน้ำให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายระดับมหาศาล

การศึกษาต้องไม่หยุดแม้น้ำท่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เห็นว่าปัญหาหลังน้ำลดคือโรงเรียนจำนวนมากยังได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และเอกสารทางราชการ โดยหลายแห่งจำเป็นต้องเช่าวัสดุหรือที่พักและใช้เงินส่วนตัวในการดำเนินการ

  • การซ่อมแซมและฟื้นฟูโรงเรียนต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้อนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือหลายแห่ง เช่นที่ อ.เวียงสา เพื่อเป็นจุดกระจายอุปกรณ์และสนับสนุน
  • รมว.ศึกษาฯ ขอผู้บริหารและครูทุกแห่งสำรวจความเสียหาย และรายงานไปยัง สพฐ. เพื่อขอรับงบกลางจากคณะรัฐมนตรี

เกษตรฯ เดินหน้าจัดการน้ำ กวาดล้างหลังน้ำท่วม

ในด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่าขณะนี้มีการใช้งานเครื่องมือขนาดใหญ่จากกรมชลประทาน เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและบ้านเรือน โดยเฉพาะการกำจัดดินโคลนหนาแน่น

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับกระทบจากการปลูกพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว และสนับสนุนปุ๋ย ในส่วนปศุสัตว์ เช่น วัว ควาย ที่เสียหาย กรมปศุสัตว์เตรียมจัดหาอาหารและดูแลให้ใกล้ชิด

กล้าธรรมเดินหน้าน่าน ฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

ระบบน้ำท่วมในน่าน เปิดประเด็นสำคัญว่ารัฐต้องคาดการณ์และวางแผนรับมือมากขึ้น โดยเฉพาะกับพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากไม่จัดลำดับความสำคัญในตอนนี้ อาจสูญเสียมากขึ้นในอนาคต การฟื้นฟู หลังน้ำท่วมต้องไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเป็นการสร้างระบบที่สามารถป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำได้ในระยะยาว

ทุกองค์กรในรัฐบาลและภาคประชาชน จำเป็นต้องร่วมมือกันเหมือนในกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พร้อมทีม 2 รัฐมนตรีจากกล้าธรรม ที่ลงไปดูแลสถานการณ์จริงๆ โดยรัฐมนตรีทั้งสองร่วมกันเร่งฟื้นฟูไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา อาหาร และความเสียหายจากเกษตร

สิ่งที่สังคมควรเห็นคือ ‘การร่วมมือ’ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีผลอย่างมากในการแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัย ซึ่งหากประชาชนติดตามการอัพเดตและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น และรัฐสามารถออกแบบแผนตอบโต้ในอนาคตได้แม่นยำขึ้น

ที่มา – ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ผนึกกำลัง 2 รมต.กล้าธรรม ลุยพื้นที่น้ำท่วม จ.น่าน เร่งฟื้นฟู ‘โรงเรียน-บ้านเรือน’

พรรคเพื่อไทย เปิดข้อมูล ‘ไทย–สหรัฐฯ’ ดีลภาษีจบที่ 19 % ยันไทยไม่เสียเปรียบ

ข้อตกลงภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % และความได้เปรียบของไทย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการเจรจาดีลภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งออกมาในรูปแบบที่ไทยตกลงรับอัตราภาษีที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นข้อสรุปที่ไม่ถือว่าไทยเสียเปรียบหากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่อยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียที่อยู่ที่ระดับ 19 เช่นเดียวกับไทย ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์

การลดภาษีที่ทำให้ไทยไม่เปิดตลาดจนเสียเปรียบ

แม้ไทยจะยินยอมลดภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ กว่า 10,000 รายการ แต่ในความเป็นจริงมากถึง 64 เปอร์เซ็นต์ของรายการนั้นมีภาษีนำเข้าอยู่ที่ 0 เปอร์เซ็นต์ อยู่แล้ว ดังนั้นข้อตกลงนี้จึงไม่ได้ทำให้ไทยเสียเปรียบเมื่อเทียบกับข้อตกลงเอฟทีเอที่ไทยทำไว้กับประเทศพันธมิตรอื่นๆ กว่า 18 กลุ่ม แต่เป็นการเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามาแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่นที่ไทยมีข้อตกลงการค้าอยู่ก่อนแล้ว

ผลของการเจรจาภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % ต่อเศรษฐกิจไทย

สินค้าเกษตร อย่างข้าวโพดที่ไทยต้องนำเข้าถึง 9–10 ล้านตันต่อปี แต่ไทยผลิตได้เพียงครึ่งเดียว ดีลนี้จะช่วยให้ไทยนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ในราคาถูกลง ไม่เพิ่มปริมาณ แต่ช่วยกระจายแหล่งนำเข้าซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไทยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาไร่ข้าวโพดอีกด้วย

อุตสาหกรรมส่งออกไทยยังคงมีข้อได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหลักอย่างข้าวหอมมะลิ ซึ่งตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท และเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา กุ้ง และสินค้าเกษตรแปรรูป ก็ได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงและมีโอกาสขยายตลาดส่งออกไปสหรัฐฯ มากขึ้นเช่นกัน

ผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนโดยรวม

ปัจจุบันไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี สร้างงานกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง และมีผู้ประกอบการไทยได้รับผลบุคคลราว 4,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบเอสเอ็มอี การเจรจาภาษีครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยสนับสนุนการส่งออก แต่ยังดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมในระยะยาว ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น

กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มจีดีพีของไทยในปี 2568 ขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ประมาณการไว้ 2.1 เปอร์เซ็นต์ เป็น 2.2 เปอร์เซ็นต์ โดยข้อตกลงภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

สุดท้ายนี้ พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณทีมเจรจาไทยแลนด์ ที่ทุ่มเททำงานในสถานการณ์ที่ท้าทายและอยู่ภายใต้แรงกดดัน นอกจากนี้ยังต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อให้ดีลต่างๆ ในอนาคตส่งผลดีต่อประชาชนมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเจรจาที่ลงตัวที่ 19 % นี้ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจความเป็นธรรมชาติทางเศรษฐกิจและระมัดระวังในการสร้างสมดุลของข้อตกลง

ที่มา – พรรคเพื่อไทย เปิดข้อมูล ‘ไทย–สหรัฐฯ’ ดีลภาษีจบที่ 19 % ยันไทยไม่เสียเปรียบ

ทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก ส่งกำลังใจให้แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าวีสแควร์ จังหวัดนครสวรรค์ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเสียงเพลงชาติที่ก้องกังวาน แต่คือการแสดงออกถึงความรักและสามัคคีในชาติอย่างลึกซึ้ง เมื่อหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 31 (มทบ.31) โดยร่วมมือกับตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดกิจกรรมยืนตรงร้องเพลงชาติไทย เพื่อส่งแรงใจไปยังผู้ที่อยู่แนวหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เต็มไปด้วยความตั้งใจและศรัทธาจากทั้งประชาชนทั่วไปและภาคเอกชน ที่มาร่วมในครั้งนี้ หลายคนไม่ได้มายืนเฉยๆ แต่มาพร้อมกับหัวใจที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจครั้งนี้ เป้าหมายของกิจกรรมคือการเป็นตัวแทนเสียงของผู้คนที่ห่วงใยในความมั่นคงของประเทศ และไม่ลืมที่จะส่งแรงสนับสนุนไปยังทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างยากลำบาก ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะ

กิจกรรมพิเศษจากทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก

การร้องเพลงชาติกึ่งกลางเมืองใหญ่อย่างนครสวรรค์ สื่อถึงการรวมใจของทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นทหาร มทบ.31 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่ต่างคนต่างอยู่ แต่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเตือนให้ทุกคนระลึกถึงคุณค่าของการเป็นคนไทย ท่ามกลางการเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนที่ยังมีประเด็นความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่

ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างคึกคัก

ประชาชนและหน่วยงานเอกชนในพื้นที่แสดงความสนใจกับกิจกรรมนี้อย่างมาก นี่ไม่ใช่แค่การแสดงแต่คือการมีส่วนร่วมของคนทั้งชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันต่อประเทศชาติ และเป็นกำลังสำคัญที่คอยสนับสนุนกลุ่มแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจทุกวันอย่างเสียสละ ต่อให้อยู่ห่างไกลจากเสียงปืน แต่พวกเขาคือแรงใจสำคัญที่ทำให้ทหารและตำรวจไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก

การจัดกิจกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแสดงถึงความร่วมมือภายในพื้นที่ แต่ยังเป็นการปลุกเร้าจิตใจของผู้คนที่ติดตามและเข้าร่วมกิจกรรม ให้เข้าใจและตระหนักถึงภาระที่เหล่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจแบกรับไว้อย่างหนัก

ที่สำคัญ ผู้จัดกิจกรรมยังย้ำถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพไทยอย่างเต็มที่ การสนับสนุนจากประชาชนนั้นเป็นแรงผลักดันสำคัญ ซึ่งทำให้เหล่ากองทัพสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และยังสะท้อนว่าการเป็นหนึ่งเดียวระหว่างประชาชนกับผู้ปกป้องชาตินั้นไม่ใช่แค่คำกล่าวไว้สวยงาม แต่เกิดขึ้นจริงได้ในทุกย่างก้าวของประชาชนที่รวมใจกัน

ความเห็น

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงการใช้ศิลปะและดนตรีเพื่อเชื่อมโยงหัวใจของคนในชาติ ถือเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับการจัดกิจกรรมสาธารณะที่สร้างสรรค์ และมีความหมายลึกซึ้ง ถ้าคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือรู้สึกว่าอยากมีส่วนร่วม กิจกรรมอย่างนี้ควรถูกส่งเสริมให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลชายแดน เพื่อให้ทุกคนมีเสียงเดียวกันแม้จากหลายมุมของประเทศ

ร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจผู้เสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหาร มทบ.31 ที่แสดงถึงความตั้งใจ แรงบันดาลใจ และบทบาทของตัวเองได้อย่างงดงาม ทั้งในแง่ของความรักในวัฒนธรรมไทย และในการเป็นสื่อกลางของการเชื่อมโยงหัวใจผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งพลังอันยิ่งใหญ่ไปยังแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

ที่มา – ทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก ส่งกำลังใจให้แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัมป์ 19%

บทบาทสำคัญของทีมเจรจาและการลดภาษีที่สำคัญ

ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ออกมากล่าวถึงความสำเร็จของรัฐบาลไทยในการเจรจาข้อตกลงครั้งสำคัญกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยจากเดิม 36% เหลือเพียง 19% เท่านั้น ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนความสามารถในการเจรจาของไทย และเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจทั่วทั้งประเทศ

ความทุ่มเทของทีมเจรจา

สมาคมธนาคารไทย พร้อมทั้งธนาคารที่เป็นสมาชิก ขอแสดงความชื่นชมไปยังทีมเจรจาการค้า นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทีมกระทรวงพาณิชย์ และทีมที่ปรึกษาจากบ้านพิษณุโลก ซึ่งได้ทำงานหนักและประสานความร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพจนสามารถบรรลุข้อตกลงนี้ได้ การลดภาษีลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีความสำคัญต่อการรักษาการจ้างงานในประเทศอีกด้วย

ภาคธนาคารต้องการผลักดันเศรษฐกิจไปด้วยกัน

สมาคมธนาคารไทยมองว่า ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ไทยสามารถเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศและปรับตัวให้เหมาะสมตามเมกะเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ต้องมีการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล

นอกจากนี้ ภาคธนาคารและภาคเอกชนยังกำลังร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อผลักดัน "โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและสินเชื่อเพื่อการพัฒนาศักยภาพ" ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจทั้งเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ดีขึ้น

อนาคตเศรษฐกิจไทยหลังข้อตกลงภาษี

สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่คือการเพิ่มทักษะแรงงาน การสร้างมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ และการวางกลยุทธ์ระยะยาวร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัพย์ 19% ไม่เพียงแค่เป็นข้อตกลงที่ดีต่อภาคการส่งออก แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข้อตกลงครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมก้าวตามเทรนด์เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเข้ามา สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป นี่เป็นโอกาสในการปรับตัวและเข้าร่วมพัฒนาประเทศร่วมกัน ตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงภาคการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีสูง

ท้ายที่สุด ข้อตกลงการลดภาษีนำเข้าครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จที่ไม่เพียงแต่ให้ผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ แต่มันยังสร้างความเชื่อมั่นต่อภาพรวมของไทยในตลาดโลก ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ได้อีกมาก หากทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือกันต่อเนื่อง

ที่มา – ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัมป์ 19%

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

เมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมา มีรายงานข่าวออกมาว่า ครม.ได้มีการประชุมนัดพิเศษเพื่อหาทางออกร่วมกันในการจัดทำข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัพป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่ระดับ 19% จากสินค้าของไทย โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างนายพิชัย ชุณหวชิรได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ รวมถึงชี้ให้เห็นแนวทางที่รัฐบาลไทยเตรียมจัดทำร่างถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เพื่อจัดการภาษีเหล่านี้ไปสู่ข้อตกลงที่สามารถดำเนินการได้จริง

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างสมดุลทางการค้าในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยเสนอให้มีการรักษาอัตราภาษีนำเข้า 0% ในบางรายการสินค้า ทั้งนี้ยังมีหลายรายการที่ต้องมีการปรับตัวให้พร้อมก่อน เช่นเดียวกับสินค้าบางประเภทที่อาจจะกำหนดโควต้าในการส่งออก เพื่อควบคุมปริมาณและลดผลกระทบทางการค้า คาดกันว่ากระบวนการจัดทำรายละเอียดของข้อตกลงต่าง ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แล้วจึงนำไปสู่การพิจารณาโดยรัฐสภาต่อไป

ภาษีและการเจรจาที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ

ข้อเสนอที่ไทยยื่นให้กับสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการประกาศภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 19% นั้นยังไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย เพราะเป็นเพียงหลักการเบื้องต้นที่ตกลงกันได้ในชั้นเจรจา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดทำสัญญาที่มีรายละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ตามแผนและลดความสับสนในตลาดการค้าโลก

มาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกต้องพร้อม

รัฐบาลได้มีความเตรียมพร้อมในด้านมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ส่งผลกระทบทางธุรกิจ โดยเบื้องต้นเตรียมช่วยเหลือในรูปแบบของสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ และยังมีการใช้กองทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ รัฐยังมีการพูดคุยกับองค์กรต่าง ๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เพื่อหาแนวทางที่จะสนับสนุนในแต่ละประเภทของธุรกิจอย่างตรงจุด

ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่จะต้องจัดการภาษีและข้อตกลงการค้ากับสหรัฐให้ได้ดีที่สุด ทั้งในแง่ของการรักษาอัตราภาษี 0% ในบางสินค้า และสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจในประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

ทิศทางและบทสรุปในอนาคต

ในไม่ช้าหลังจากข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างไทยกับสหรัฐ ถูกจัดทำขึ้น ต้องมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อลงลึกในรายละเอียด อาทิ กติกาการซื้อสินค้า, แนวทางเกี่ยวกับการอนุมัติถิ่นกำเนิดสินค้า และแนวทางการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ หากประเทศไทยสามารถวางแผนและจัดการสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะยังคงสร้างความได้เปรียบในการค้าระหว่างประเทศได้อย่างแน่นอน

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

การประชุมครม.ในครั้งนี้จึงมีความหมายไกลเกินกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในทันที เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมตัวของไทยในการสร้างการค้าที่มีความเป็นธรรมกับทุกประเทศ โดยเฉพาะในการประชุมระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้าระหว่างสองชาติ ที่ต้องมีการพัฒนาไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนตามเงื่อนไขของปัจจุบัน

ท้ายที่สุดนี้ การรักษาอัตราภาษีนำเข้า 0% ให้ได้มากที่สุด คือเป้าหมายหลักของฝั่งไทยเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องได้รับการสนับสนุนเต็มที่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน หากคุณคือผู้ประกอบการหรือผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจ อาจต้องจับตาความเคลื่อนไหวในนโยบายภาษีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจและแผนการส่งออกของคุณในช่วงปลายปีนี้

ที่มา – ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

อุตุนิยมวิทยาโลกจดสถิติ ‘ฟ้าผ่าเมกะแฟลช’ ยาวกว่า 800 กม. ในสหรัฐ

อุตุนิยมวิทยาโลกจดสถิติฟ้าผ่าเมกะแฟลชครั้งใหม่

เมื่อไม่นานมานี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ประกาศยืนยันสถิติใหม่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยฟ้าผ่าเมกะแฟลชครั้งนี้มีความยาวมากกว่า 800 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าสถิติเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเกิดขึ้นในพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ทางตะวันออกของรัฐเทกซัส จนกระทั่งขยายไปถึงพื้นที่ใกล้กับเมืองแคนซัสซิตีในรัฐมิสซูรี

ความน่าสนใจของฟ้าผ่าเมกะแฟลช

ฟ้าผ่าเมกะแฟลช เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากและต้องอาศัยสภาพอากาศที่เฉพาะเจาะจง เช่น การเคลื่อนตัวของอากาศร้อนเย็นปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดฟ้าผ่าขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ ความยาวของฟ้าผ่าครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการศึกษาสภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำและทันสมัย

สถิติเดิมถูกรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563 เหนือรัฐมิสซิสซิปปีและเทกซัส มีระยะทาง 768 กิโลเมตร พร้อมกับความคลาดเคลื่อนบวกหรือลบ 8 กิโลเมตร ซึ่งการประกาศครั้งล่าสุดขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าฟ้าผ่าที่เคยถูกบันทึกไว้ในปี 2560 นั้นน่าทึ่งกว่าที่ทุกคนคาดคิด

สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

  • ฟ้าผ่ายาวนานที่สุด: เกิดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ทางตอนเหนือของอุรุกวัยและอาร์เจนตินา โดยมีระยะเวลา 17.102 วินาที
  • ฟ้าผ่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุดทางอ้อม: เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ที่เมืองดรอนกาในประเทศอียิปต์ หลังฟ้าผ่าถังน้ำมันจนเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 469 ราย
  • ฟ้าผ่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในครั้งเดียวมากที่สุด: เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 ที่ประเทศซิมบับเว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ที่หลบฟ้าร้อนอยู่ในกระท่อมเดียวกัน

การจดจำปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งสำคัญ

ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเมกะแฟลชที่ยาวกว่า 800 กิโลเมตร นับเป็นการยืนยันถึงพลังมหาศาลของธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมหรือคาดเดาได้อย่างสิ้นเชิง การตรวจจับข้อมูลในครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถบันทึกข้อมูลของฟ้าผ่าจากอวกาศได้ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ลึกซึ้งขึ้น

ที่น่าสนใจคือ การย้อนกลับไปพิจารณาข้อมูลเดิมจากพายุเมื่อปี 2560 ได้นำไปสู่การค้นพบที่สำคัญบางอย่างที่ก่อนหน้านี้เคยถูกละเลยไป โดยปรากฏการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการออกแบบมาตรการความปลอดภัยในท้องถิ่นที่มีสภาพแวดล้อมเสี่ยงต่อฟ้าผ่า

สิ่งที่เรียนรู้จากสถิติฟ้าผ่าเมกะแฟลช

การมีสถิติเกี่ยวกับฟ้าผ่าที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดในโลกช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์และวางแผนเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สำหรับประชาชนทั่วไป ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเตือนให้ระมัดระวังเมื่ออยู่กลางแจ้งในช่วงฝนตกฟ้าผ่า ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท

ที่น่าทึ่งคือ ฟ้าผ่าที่สามารถเดินทางเป็นร้อยหรือพันกิโลเมตรในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ยิ่งสะท้อนความอันตรายและความรวดเร็วที่อาจเกิดกับสภาพแวดล้อมใดๆ บนโลกได้ และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นพบปรากฏการณ์อื่นๆอีกมากในอนาคต

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

หากคุณต้องการติดตามข่าวอัปเดตด้านวิทยาศาสตร์และสภาพอากาศ อย่าลืมติดตามเรามากมายที่สุดที่ ที่มา – คลิกที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น

เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เตือนพบวัตถุต้องสงสัยควรรีบประสานจนท.ตรวจสอบ

เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับชาวเมืองน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านกำลังทำการเก็บขยะที่มากับน้ำท่วมในพื้นที่ซอยโรงกลึงอำนวยพร อำเภอเมือง จังหวัดน่าน กลับพบวัตถุที่ดูน่าสงสัยซึ่งเป็น ‘ลูกระเบิด’ และ ‘ปืนครก’ ปะปนอยู่กับเศษขยะต่าง ๆ

เบื้องต้นทางศูนย์วิทยุ 191 ได้ประสานงานกับหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เพื่อเข้ามาทำการตรวจสอบและเก็บกู้ลูกระเบิดดังกล่าวไปทำลาย เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

น้ำลดแต่ยังมีภัยร้าย ระเบิดโผล่ในซากน้ำท่วม

หลังระดับน้ำท่วมในเมืองน่านลดลงเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนเริ่มสำรวจซากข้าวของที่เหลืออยู่ในบ้าน หรือแม้แต่บริเวณโดยรอบที่เคยถูกน้ำท่วม แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าแม้น้ำจะลดแล้ว แต่ก็ยังแฝงด้วยอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ลูกระเบิดและปืนครกที่ถูกค้นพบนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการระมัดระวังทุกครั้งที่เราต้องสัมผัสกับเศษซากหรือของที่ถูกพัดพามาจากน้ำท่วม

พบวัตถุต้องสงสัย ควรทำอย่างไร?

  • เมื่อพบวัตถุที่ผิดปกติหรือดูน่าสงสัย ห้ามสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายเด็ดขาด
  • รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เช่น โทรประสานศูนย์วิทยุ 191 หรือหน่วยความมั่นคงในพื้นที่
  • ประชาสัมพันธ์ข้อมูลนี้ต่อให้ใกล้ชิดและครอบครัว ห่างไกลจากภัยที่อาจเกิดขึ้น

ทางเจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนในพื้นที่ว่า เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เป็นคำเตือนที่สำคัญ เพราะอาจมีวัตถุอันตรายอื่น ๆ ซึ่งหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมาก่อน โดยเฉพาะในบริเวณที่เคยมีการเคลื่อนย้ายหรือผ่านของวัตถุได้ง่ายตามแรงน้ำ

ทุกคลิ้นน้ำมักพัดพาสิ่งอันตรายมาได้เสมอ

ในช่วงน้ำลดนี้ หลายคนอาจจะเริ่มสำรวจหรือทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะส่วนที่เคยถูกน้ำท่วม แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ น้ำท่วมสามารถพัดพาวัตถุ危險 (วัตถุอันตราย) มาได้โดยไม่คาดคิด ทั้งวัตถุเก่าแก่หรือระเบิดที่ไม่ได้ถูกใช้งาน

ที่ผ่านมาพบว่าระบบนิเวศเทคโนโลยีในเมืองไทยเองได้เริ่มใช้ระบบตรวจจับวัตถุระเบิดผ่านโดรนหรือเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าพอใจ

เรื่องนี้ไม่เพียงเป็นข่าวภัยพิบัติธรรมชาติเท่านั้น แต่นับว่าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสำรวจและกู้ภัย อย่าปล่อยให้ภัยใกล้ตัวกลายเป็นเรื่องเล็กที่อาจสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงได้

สุดท้ายนี้ หากคุณอาศัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และพบวัตถุต้องสงสัยใด ๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะความปลอดภัยไม่ควรรอช้า

ที่มา – เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เตือนพบวัตถุต้องสงสัยควรรีบประสานจนท.ตรวจสอบ

ตั้งจุดตรวจเข้มเส้นทางไปปราสาทตาควาย ใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านติดชายแดน ที่เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยัง ปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในพื้นที่พิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา บรรยากาศภายในพื้นที่ยังค่อนข้างตึงเครียด โดยไม่มีชาวบ้านที่ถูกอพยพไปยังศูนย์พักพิงกลับมาที่หมู่บ้านแต่อย่างใด

มาตรการเข้มงวดที่ด่านตรวจ

ในส่วนของจุดตรวจพบว่ามี ชรบ. และผู้ใหญ่บ้านคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมาตรการที่กำหนดขึ้นนั้นเข้มงวดมาก โดยห้ามรถทุกประเภทเข้าไปในเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยัง ปราสาทตาควาย อย่างเด็ดขาด

เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่เดินทางผ่าน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ยังมีการสอบถามจุดประสงค์ในการเดินทางอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าพื้นที่ หรือการแฝงตัวของสายลับ เพื่อความมั่นคงของประเทศ

ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน

นอกจากการตั้งจุดตรวจแล้ว ทาง ชรบ. ยังมีความร่วมมือจากชาวบ้านในการช่วยสอดส่อง ตรวจตราความผิดปกติในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่มี การใช้โดรน จากฝ่ายตรงข้ามเข้ามาบินอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใหญ่บ้านไทยนิยม หรือ นางสาวจันทร์เพ็ญ สมัย ได้ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดให้ใครผ่านเข้าออกโดยเด็ดขาด เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง และไม่สามารถไว้วางใจใครได้เต็ม 100% การตั้งจุดตรวจเข้มเส้นทางไปยัง ปราสาทตาควาย ถือเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าที่สำคัญ

สำหรับผู้ที่ถูกอพยพและต้องการมาดูทรัพย์สินที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่มีการจัดระบบ โดยกำหนดให้เข้าไปได้เป็นรอบ ๆ และเมื่อเข้ามาแล้วจะต้องรายงานตัวที่จุดคัดกรอง พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินที่อยู่ในบ้าน ก่อนจะกลับไปยังศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

ความเป็นอยู่ในศูนย์อพยพ

ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ทหารจากกองกำลังสุรนารีและ มทบ.25 ได้มาช่วยบรรเลงเพลงให้กับชาวบ้านฟังเพื่อคลายความเครียด พร้อมทั้งเปิดโทรทัศน์ให้ติดตามข่าวสาร และชมละครเพื่อให้ผ่านผู้คนได้คลายความเหงา

นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิองค์กรทำดี นำโดยคุณปุ๋ม ปนัดดา ที่ให้การสนับสนุนอาหารสำหรับแจกจ่าย รวมถึงการมีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยดูแลผู้คนในศูนย์พักพิงอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีและความเป็นครอบครัวเดียวกัน

สรุปเหตุการณ์ล่าสุด

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบททดสอบสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ชรบ. และประชาชน ทุกคนต่างตระหนักถึงความสำคัญที่ต้องร่วมมือกันเพื่อรักษาความปลอดภัย ยิ่งช่วงนี้มีทั้งการสกัดกั้นคนไม่หวังดี และควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งจุดตรวจ การแจกจ่ายอาหาร หรือการบรรเลงดนตรี ล้วนสะท้อนถึงความสามัคคีที่เกิดในชุมชนและระหว่างฝ่ายต่าง ๆ และถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยประคับประคองให้คนในพื้นที่ได้เห็นศักยภาพของความมั่นคงที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย

เราร่วมกันฝ่าสถานการณ์ได้

แม้ว่าจะมีการปิดเส้นทางสำคัญ ๆ เช่นเส้นทางไปปราสาทตาควายเพื่อป้องกันการสุ่มเสี่ยง แต่ก็ถือว่าเป็นการป้องกันที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยมีความเข้มงวดและการสนับสนุนจากทั้งทหาร ชรบ. และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความปลอดภัยของประเทศมาเป็นอันดับหนึ่ง

หากคุณติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและโบราณสถานสำคัญอย่างปราสาทตาควาย การมีข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังเป็นประโยชน์สำหรับการติดตามเทรนด์ความมั่นคงของประเทศ

ที่มาตั้งจุดตรวจเข้มเส้นทางไปปราสาทตาควาย ใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

เทศบาลอยุธยาต้อนรับคณะศึกษาธิการปราจีนบุรี ศึกษาดูงานการบริหารจัดการการศึกษา 8 โรงเรียนในสังกัด

เทศบาลอยุธยาเปิดบ้านรับคณะศึกษาธิการปราจีนบุรี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้มีโอกาสต้อนรับคณะศึกษาธิการจากจังหวัดปราจีนบุรี ในการเดินทางมาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการบริหารการศึกษา โดยมี นางรุ่งรัศมี สรรพโกศลกุล และ นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น รวมถึง นายสมคิด ศรีปราชญ์ ศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยคณะสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเดินทางมาร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาของ กศจ.

โอกาสในการเรียนรู้ร่วมกัน

บรรยากาศในการพบปะครั้งนี้เต็มไปด้วยความร่วมมือและความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายในการแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพตามบริบทของพื้นที่ โดย นางรุ่งรัศมี สรรพโกศลกุล ได้กล่าวถึงความสำคัญของการศึกษาที่ต้องปรับตัวตามยุคสมัย ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและสถานการณ์สังคมปัจจุบัน นอกจากนี้ เธอยังได้กล่าวขอบคุณศึกษาธิการจากปราจีนบุรีที่สนใจและให้ความสำคัญกับแนวทางของเทศบาลอยุธยา

การรับมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ในโอกาสนี้ นางรุ่งรัศมีได้ทำการต้อนรับ นายปาริเยศ เยาวสังข์ ผู้ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ สังกัดงานแผนงานและโครงการฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักการศึกษาเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงเป็นการเสริมทัพบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้การบริหารจัดการด้านการศึกษาในเขตเทศบาลนครอยุธยาก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาพื้นที่

การให้ความสำคัญกับ เทศบาลอยุธยาต้อนรับคณะศึกษาธิการปราจีนบุรี ศึกษาดูงานการบริหารจัดการการศึกษา 8 โรงเรียนในสังกัด ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานความร่วมมือเพื่อให้คุณภาพการศึกษาทั่วประเทศก้าวสู่มาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น

  • การศึกษาที่เท่าเทียม ต้องเริ่มจากความร่วมมือระหว่างพื้นที่
  • บทบาทของ กศจ. ในการกำหนดทิศทางการศึกษาท้องถิ่น
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ตรงตามบริบทของชุมชน

บทสรุป: เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการศึกษาไทย

การที่ เทศบาลอยุธยาต้อนรับคณะศึกษาธิการปราจีนบุรี และร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการการศึกษาถือเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่การยกระดับการศึกษาท้องถิ่น หากเครือข่ายการศึกษารณรงค์ให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลถึงคุณภาพของเยาวชนที่มีความเสมอภาคและพร้อมเผชิญโลกแห่งอนาคตอย่างมั่นใจ

ที่มา – เทศบาลอยุธยาต้อนรับคณะศึกษาธิการปราจีนบุรี ศึกษาดูงานการบริหารจัดการการศึกษา 8 โรงเรียนในสังกัด