ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ส่องเลขเด็ด! ลูกวัวประหลาด 2 หัว 4 ตา ตั้งชื่อ “ใบบุญ”

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา โลกโซเชียลกลายเป็นปรากฏการณ์สุดฮือฮา เนื่องจากมีการแชร์ภาพของ ลูกวัวประหลาด ที่มี 2 หัว และ 4 ตา คลอดที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง โดยเจ้าของได้ตั้งชื่อว่า “ใบบุญ” และเชื่อว่าลูกวัวตัวนี้เกิดมาเพื่อให้โชค

ส่องเลขเด็ด! ลูกวัวประหลาด 2 หัว 4 ตา เจ้าของเชื่อเกิดมาให้โชคตั้งชื่อ “ใบบุญ”

ตามข่าวที่เผยแพร่ ลูกวัวตัวนี้เกิดที่ แสงเดือนฟาร์ม เมื่อวันแม่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยเป็นเพศเมีย คลอดจากแม่วัวที่ตั้งครรภ์ครบกำหนด แม้ลูกวัวจะดูแปลกประหลาด แต่ก็มีความน่ารักและลึกลับด้วยรูปลักษณ์เฉพาะตัว

น่าแปลกใจตรงที่แม้ว่าลูกวัวจะอยู่กับเจ้าของได้สักระยะหนึ่ง แต่ต่อมาได้เสียชีวิตลง เจ้าของจึงตัดสินใจแช่เกลือตากแดดไว้ และถ่ายรูปส่งต่อเพื่อนๆ ในโซเชียล ส่งผลให้มีผู้สนใจเข้ามามากมายต้องการเข้ามาสักการะและขอโชคลาภ

เครดิตเลขเด็ดจาก “ใบบุญ”

จากการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พบว่า เจ้าของฟาร์ม คือ น.ส.แสงเดือน แจ้งจบ อายุ 25 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราว และยังเผยให้รู้ว่าในเร็วๆ นี้ จะตั้งชื่อลูกวัวที่ได้ไปแล้วว่า “ใบบุญ” เป็นชื่อที่เต็มไปด้วยความหมายของความดีและความหวังที่จะนำโชคลาภมาสู่ชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเพื่อนบ้านต่างพากันมานำเครื่องเซ่นต่างๆ มาบูชา พร้อมจุดธูปขอหวยมงคล โดยเลขเด็ดที่ได้จากการทำพิธีคือ 301, 351 ซึ่งเหล่าคอหวยเริ่มแพร่ต่อและนำไปใช้เสี่ยงโชคกันอย่างล้นหลาม

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกวัวประหลาด รายนี้ถูกเชื่อกันว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นครั้งแรกในฟาร์ม ทำให้หลายคนต่างเชื่อว่า “ใบบุญ” เต็มไปด้วยพลังแห่งโชคชะตา จึงมีการตากให้แห้ง และนำแผ่นทองมาปิดไว้ เก็บไว้ในตู้บูชาจนถึงทุกวันนี้

ความเชื่อว่าสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน มักมีฤทธิ์เป็นมงคลให้กับคนรอบข้าง ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากและไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ก็ทำให้คนยิ่งศรัทธามากขึ้น

หากคุณเป็นคนที่ชอบติดตามข่าวแปลกใหม่ๆ หรือยึดถือความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาภ เรื่องราวของ ส่องเลขเด็ด ลูกวัวประหลาด 2 หัว 4 ตา นี้ คงจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้เชื่อมโยงความศรัทธากับโชคชะตาในแบบของตนเอง

ลองเชื่อมโยงปัจจัยต่างๆ ในชีวิตคุณดูไหมว่า เหตุการณ์ใดที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ ล้วนมีโอกาสเป็นดนตรีแห่งโชคลาภที่รอให้คุณค้นหาอยู่เสมอ

ที่มา – ส่องเลขเด็ด! ลูกวัวประหลาด 2 หัว 4 ตา เจ้าของเชื่อเกิดมาให้โชคตั้งชื่อ “ใบบุญ”

สั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะ

ในการแข่งขัน สั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะ ระหว่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี กับ แทมเวิร์ธ ที่เกิดขึ้นในสนามแลมบ์ กราวด์ ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างมาก เมื่อ เซกู โกเน มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 19 ปี ได้รับบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง และต้องหยุดเกมลงชั่วคราวตั้งแต่ยังไม่ทันจบครึ่งแรก

สั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกของเกม เมื่อ โกเน ปะทะกับนักเตะฝั่งตรงข้ามจนล้มกระทบศีรษะอย่างแรง อาการดูน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก โดยทีมแพทย์ต้องเข้าฉีดยาให้กับนักเตะรายนี้ทันที และใช้เวลาประท้วงสนามเกือบ 10 นาที อย่างไรก็ตาม การแข่งขันถูกประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการโดย แทมเวิร์ธ เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัยของนักกีฬา

ทีมแมนฯ ยูไนเต็ดยืนยันอาการของโกเนปลอดภัย

หลังจากเหตุการณ์ เซกู โกเน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการอย่างละเอียด ทางสโมสร สั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะ ได้ออกมาแถลงว่า ดาวเตะรายนี้รู้สึกตัวดี อาการไม่มีการเปลี่ยนแปลง และสามารถสื่อสารกับทีมแพทย์ได้อย่างปกติ อย่างไรก็ตามทีมยังคงส่งเขาเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย

อาการบาดเจ็บของโกเนสร้างความกังวลให้กับแฟนบอลผีแดงทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลในทีม หลายคนต่างแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ และหวังให้เจ้าตัวฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกของการแข่งขัน
  • เกมถูกสั่งยกเลิกเพื่อความปลอดภัยของนักเตะ
  • โกเน ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ทันที
  • อาการปลอดภัย รู้สึกตัวดี และสื่อสารได้ตามปกติ

การบาดเจ็บครั้งนี้อาจส่งผลต่อแผนการใช้งานของโค้ชยูไนเต็ด รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากฟื้นตัวต้องใช้เวลานาน การดูแลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้นักเตะสามารถกลับมาลงสนามได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง

แม้เกมจะถูกสั่งยกเลิก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเตือนลูกหนังถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับกีฬาฟุตบอล ซึ่งแม้จะดูสนุกสนานสมจริง แต่ก็อาจเต็มไปด้วยอันตรายที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การรักษาความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับแฟนบอลผีแดง การสั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะ อาจเป็นข่าวที่น่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจในการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นเพื่อประโยชน์ของนักกีฬา และหวังว่าเจ้าตัวจะกลับมาฟอร์มแรงเหมือนเดิมในเร็ววัน

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลและนักเตะรุ่นเยาว์ของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ที่เรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับสโมสรที่คุณรัก และการเดินทางในฤดูกาลนี้

ที่มา – สั่งยกเลิกเกม ยู-21 ผีแดงหลัง “โกเน” บาดเจ็บศีรษะ

เปแอสเช คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพหลังดวลเป้าไก่เดือยทอง

ศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่สนาม สตาดิโอ ฟรีอูลี เมืองอูดิเน ประเทศอิตาลี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นเวทีสุดยิ่งใหญ่ที่นำ เปแอสเช แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากฝรั่งเศสมารวมศึกกับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ แชมป์ ยูโรปา ลีก จากอังกฤษ ในการดวลความเป็นที่หนึ่งของฟุตบอลทวีปยุโรปครั้งสำคัญนี้

เปแอสเช คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพหลังดวลเป้าไก่เดือยทอง

การแข่งขันในครึ่งแรก เริ่มต้นด้วยความเซอร์ไพรส์จากฝั่ง สเปอร์ส ที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายตกเป็นรอง แต่กลับสามารถเปิดเกมได้อย่างร้อนแรง ทำประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน กองหลังชาวดัตช์ ในนาทีที่ 39 ทำเอาแฟนบอลแห่ชนทั่วโลกต้องตะลึง

เปแอสเช ลุยหนักไล่ตามไม่หยุด

หลังพักครึ่งกลับมาเล่นในครึ่งหลัง ทีมของ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้ไม่นาน เพราะนาทีที่ 48 สเปอร์ส บวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 จากการยิงของ คริสเตียน โรเมโร กัปตันทีมใหม่ของสโมสร

อย่างไรก็ตาม เปแอสเช ยังไม่ยอมแพ้อย่างง่ายๆ แกนในอย่าง อี คัง อิน ยิงลด差距ให้ทีมเหลือ 1-2 ในนาทีที่ 85 ทำให้ทุกอย่างกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เพราะไม่มีใครต้องยอมแพ้ จนมาถึงนาที 90+4 กอนซาโล รามอส ซุปเปอร์ซับของ “แซงต์ แชร์กแมง” เสริมเกมสำคัญด้วยการโขกตีเสมอเป็น 2-2 เรียกเสียงตะโกนจากแฟนบอลทั่วทั้งสนาม ทำให้ทั้งสองทีมต้องตัดสินผลด้วยการดวลจุดโทษ

ในเซตี้ shootout ยืดเยื้อมากสุดที่สุดหนึ่งวัน เสนอให้ เปแอสเช ก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะจากการยิงแม่นกว่าเอาชนะไป 4-3 ส่งผลให้พวกเขานำแชมป์ ซูเปอร์ คัพ สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปรอบแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ

  • เป้าหมายกลางฤดูกาล: ลงเล่นในแชมเปียนส์ลีก & พรีเมียร์ลีกต่อกันแบบมือต่อปาก
  • นักเตะดาวรุ่งหลายคนสร้างชื่อ: ฟาน เดอ เฟน มีผลงานเหนียวแน่น,: โรเมโรยิงชัยให้ทีม
  • การตัดสินใจทางฝรั่ง : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ลงทุนเติบโตในซีซั่น 2025-2026 อย่างจริงจัง

ชัยชนะครั้งนี้ของ เปแอสเช ถือเป็นแบบอย่างแห่งความมุ่งมั่นตลอดฤดูกาล และดำรงความหวังไว้ว่าพวกเขาจะสามารถเปิดฤดูใหม่แบบเต็มเปอร์เซ็นต์ทั้งในลีกภายในและศึกระดับยุโรปได้จริงในอนาคต

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในโลกฟุตบอล และเรื่องราวที่น่าติดตามจากผู้เล่นและสโมสรระดับโลก อย่าลืมเข้าชมเว็บไซต์ของเราทุกวันตรงเวลา

ที่มา – “เปแอสเช” ดวลเป้า “ไก่เดือยทอง” คว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ

แข้งเสือเหลืองเชียร์สโมสรดึง “ซานโช” คืนถิ่นเก่า

ในวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ เรื่องราวความเคลื่อนไหวของตลาดซื้อขายนักเตะถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอยู่เสมอ โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ อาจคว้าตัว เจดอน ซานโช ศิษย์เก่ากลับมาถิ่น ซิกนัล อิดูนา ปาร์ก อีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นที่กล่าวขวัญของเหล่า “เสือเหลือง” อย่างล้นหลาม

แข้งเสือเหลืองเชียร์สโมสรดึง “ซานโช” คืนถิ่นเก่า

จากข่าวลือที่ว่า ซานโช ไม่มีอนาคตที่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อีกต่อไป และถูกจัดอยู่ในบัญชีขายด้วยค่าตัวเพียงแค่ 20 ล้านยูโร (ราว 760 ล้านบาท) ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายคนเริ่มสนใจ

ความหวังของเสือเหลือง

นักเตะหลายคนภายในสโมสรดอร์ตมุนด์ ออกมาแสดงออกถึงความคาดหวังว่า ซานโช จะได้กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เจ้าตัวยังคงมีความสามารถสูง สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพของแนวรุกให้พุ่งสูงขึ้นได้อีกครั้ง

ทว่า บิลด์ สื่อชื่อดังของเยอรมนี ระบุว่า ผู้บริหารของดอร์ตมุนด์ยังกังวลอยู่หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นที่ดูตกลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไปเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สภาพจิตใจ การควบคุมวินัย รวมถึงค่าเหนื่อยที่สูงถึง 8-10 ล้านยูโร (ประมาณ 304-380 ล้านบาท) ต่อปี ซึ่งถือว่ายังสูงสำหรับนักเตะวัย 25 ปีที่พึ่งผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตในสนาม

อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาอยู่กับทีมเก่า เป็นโอกาสที่เจ้าตัวจะได้เริ่มต้นใหม่ในที่ที่เป็นดินแดนแห่งความทรงจำ และจากข่าวลือทั้งหมด ยังมีโอกาสที่สูงว่าการย้ายทีมครั้งใหม่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ครั้งถัดไปของเจดอน ซานโช นักเตะที่เคยทำให้ทุกคนหลงใหลในศึกบุนเดสลีกาเมื่อหลายปีก่อน

หากคุณเป็นแฟนบอลตัวยงต้องตามให้ทันทุกข่าวสารซื้อขายนักเตะ เพราะตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ปีนี้อาจจะมีเซอร์ไพรส์ให้ได้ลุ้นกันอีกครั้ง

ที่มา – แข้งเสือเหลืองเชียร์สโมสรดึง “ซานโช” คืนถิ่นเก่า

เปิดยุทธการเขย่าชายแดน! หลังพบแรงงานเขมรพยายามลักลอบกลับเข้าไทย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ สภ.บ้านแปลง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากพบแรงงานชาวกัมพูชากลับมาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก ส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงร่วมมือกันจัดทำ ‘เปิดยุทธการเขย่าชายแดน’ เพื่อป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง

เปิดยุทธการเขย่าชายแดน! หลังพบแรงงานเขมรพยายามลักลอบกลับเข้าไทย

ในคืนดังกล่าว ชุดปฏิบัติการพิเศษจากชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจสภ.บ้านแปลง นำโดย พ.ต.อ.ปัญญา เรือนดี ผกก.สภ.บ้านแปลง ได้ร่วมกันวางแผนปฎิบัติการที่เน้นย้ำความมั่นคงบริเวณชายแดนอย่างรอบด้าน ดำเนินการลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติที่แนวชายแดนอำเภอโป่งน้ำร้อน เพื่อป้องกันแรงงานเขมรจากการลักลอบเข้ามาภายในประเทศ

ทั้งนี้มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ แรงงานชาวกัมพูชามีการเดินทางกลับประเทศของตนเองจำนวนมาก ตามข่าวที่รัฐบาลฮุนเซนปล่อยออกมา แต่เมื่อกลับไปแล้วกลับพบว่าไม่มีงานทำ ส่งผลให้พวกเขายอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาลักลอบกลับเข้าไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อนซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง

เปิดยุทธการเขย่าชายแดนกับการลักลอบกลับเข้าไทยอย่างไร?

หน่วยปฏิบัติการได้วางแผนเพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานเขมรแฝงตัวเข้ามา พร้อมทั้งดำเนินการตรวจค้นในพื้นที่ชุมชนใกล้ชายแดน และพบยาเสพติดบางจำนวนรวมถึงผู้เสพใน 7 ราย (ชาย 6 ราย หญิง 1 ราย) หน่วยงานยังยึดรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งไว้ตรวจสอบอีก 2 คัน ซึ่งอาจใช้ในการเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย

  • ตรวจจับแรงงานเขมรลักลอบเข้าไทยได้ 50 คน
  • ส่งตัวกลับประเทศหลังตรวจสอบความผิด
  • ยึดยาเสพติดและจับกุมผู้เสพสInProgress
  • เปิดปฏิบัติการร่วมกับทหารและตำรวจอย่างเป็นระบบ

เพราะเหตุนี้การเปิดยุทธการเขย่าชายแดน! ถือเป็นข้อบ่งชี้ว่า หน่วยงานความมั่นคงเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาผู้ลักลอบข้ามแดนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนจันทบุรีที่อาจเกิดภัยแฝงจากการเคลื่อนไหวของแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย

การป้องกันต้องมาจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยทหาร ตำรวจ หรือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากมีการระมัดระวังมากขึ้น เราจะสามารถรักษาความสงบสุขของประเทศไว้ได้ในระยะยาว

ที่มา – เปิดยุทธการเขย่าชายแดน! หลังพบแรงงานเขมรพยายามลักลอบกลับเข้าไทย

สภาฯ ถกงบปี 69 วาระ 2 วันแรกใช้เวลา 15 ชม. ถึงมาตรา 14 กระทรวงเกษตร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การเป็นประธานของนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 โดยเป็นการประชุมใน สภาฯ ถกงบปี 69 วาระ 2 วันแรก ซึ่งเน้นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเป็นการพิจารณาในรายมาตราอย่างละเอียดรอบคอบ

สภาฯ ถกงบปี 69 วาระ 2 วันแรก

บรรยากาศของการประชุมในช่วงดึกเป็นไปอย่างราบรื่น โดย สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้เข้าร่วมอภิปรายกันอย่างพร้อมเพรียง ที่ประชุมได้ลงคะแนนเสียงผ่านมาตรา 13 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว

การอภิปรายในมาตรา 14 กระทรวงเกษตร

เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 14 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏว่ามีผู้สงวนความเห็นจำนวนมาก และมี สส. หลายรายเสนอแปรญัตติ ทำให้การอภิปรายในประเด็นนี้ใช้เวลานาน ซึ่งกระทบต่อระยะเวลาการประชุมโดยรวม

ในช่วงเวลา 00.05 น. นายฉลาด ขามช่วง ประธานในที่ประชุมได้ประกาศพักการประชุม และจะดำเนินการต่อในเช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. เพื่อดำเนินการพิจารณาและลงมติในมาตรา 14 ต่อไป

  • ข่าวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
  • การพิจารณางบประมาณปี 2569 วาระที่ 2
  • ประเด็นในมาตรา 14 กระทรวงเกษตร

สำหรับในวันแรกของการประชุมในครั้งนี้ ได้ใช้เวลาในการพิจารณานานถึง 15 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและแสดงถึงความสำคัญของงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่มีผลต่อแผนงานและโครงการของภาครัฐในหลายกระทรวง

ผู้ติดตามประเด็นการเมืองและงบประมาณแผ่นดินควรติดตามการพิจารณาในวันต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นต่าง ๆ ในแต่ละมาตราจะส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและภาคธุรกิจในประเทศ

หากคุณเป็นผู้ติดตามสถานการณ์ สภาฯ ถกงบปี 69 วาระ 2 วันแรก อย่างใกล้ชิด อย่าลืมกลับมาติดตามข่าวสารและผลการประชุมต่อเนื่องจากวันถัดไปเพื่อไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ

ที่มา – สภาฯถกงบปี 69 วาระ 2 วันแรก 15ชม. ถึง มาตรา 14 ก.เกษตร

‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ คว้ารางวัลรอบชุดว่ายน้ำ

การประกวด Miss Universe Thailand 2025 รอบชุดว่ายน้ำ ถือเป็นเวทีที่ดึงดูดสายตาแฟนนางงามได้อย่างสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะรางวัลพิเศษ Glow The Universe by Glass Skin ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ณ โรงแรมแอนกษณา คอนเวนชันแอนด์เอ็กซิบิชันสเปซ ภูเก็ต ซึ่งมีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 77 คนจากทั่วประเทศ ต่างเดินทางมาร่วมชิงรางวัลอย่างเต็มรูปแบบ

‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ คว้ารางวัลรอบชุดว่ายน้ำ

การประกวดในรอบนี้เป็นการมองหาความพร้อมของผู้เข้าแข่งขันทั้งในเรื่องของรูปร่าง บุคลิกภาพ และการแสดงออกที่น่าประทับใจ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนสวมชุดว่ายน้ำสุดพิเศษสีเขียวแบรนด์ Glass Skin ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจ พร้อมบอกใบ้ถึงความฟิตเป๊ะของแต่ละคนอย่างชัดเจน

ความตื่นเต้นของเวที

จากบรรยากาศในคืนนั้น พิธีกรรับเชิญอย่าง “เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์” ได้เผยว่า ทุกคนต่างสวยงามและมีออร่าที่โดดเด่นไม่ซ้ำกัน ทำให้การตัดสินในค่ำคืนนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก คณะกรรมการ不得不พิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน เช่น การเดิน การโพสต์ และความมั่นใจในตนเอง

ผลการคัดเลือกในรอบนี้ทำให้เหลือผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพียง 17 คน ได้แก่ อุดรธานี, สมุทรสงคราม, สงขลา, สมุทรปราการ, พังงา, ลพบุรี, ภูเก็ต, เพชรบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, ราชบุรี, สระบุรี, นครศรีธรรมราช, กรุงเทพมหานคร, ตราด, นครนายก, และขอนแก่น

  • และสุดท้าย เมื่อตัดสินกันจนเหลือเพียง 7 คนสุดท้าย ได้แก่
  • MUT สระบุรี กรุงเทพมหานคร
  • ภูเก็ต
  • ขอนแก่น
  • สงขลา
  • นครศรีธรรมราช
  • สมุทรปราการ

แต่ใครจะคิดว่า ก่อนที่สุดแล้วรางวัลพิเศษ “Glow The Universe by Glass Skin” จะตกเป็นของ “แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” ในฐานะ ‘แพรว MUT กรุงเทพฯ’ ผู้ได้รับเงินรางวัลไปครอง 30,000 บาทพร้อมชื่อเสียงและเกียรติยศในเวทีระดับประเทศ!

การคว้ารางวัลไปครองในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องใช้ทักษะการแสดงออก การเดิน และความมั่นใจระดับพรีเมียม ซึ่งแพรวทำได้อย่างยอดเยี่ยม จนหลายคนถึงกับชื่นชม

เวทีอย่าง Miss Universe Thailand ไม่ใช่แค่ประกวดความงาม แต่มันเป็นเวทีแห่งโอกาสและการเติบโต หากคุณรักในเวทีนางงาม ต้องตามติดข่าวและเชียร์เหล่าสาวงามในแต่ละเวทีอย่างใกล้ชิด เพราะทุกขั้นตอนของพวกเธอล้วนน่าประทับใจ

ที่มา – ‘แพราง MUT กรุงเทพฯ’ โชว์สเต็ปเซ็กซี่รอบชุดว่ายน้ำ สาดออร่าออใจคว้ารางวัลไปครองเพียงหนึ่งเดียว!

ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ดูงานศูนย์วิจัยระบบรางกว่างโจว พร้อมเยี่ยมชม GAC Aion

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 2 (บทจ. Young Executive Program 2) ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่มณฑลกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเรียนรู้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างมุมมองใหม่ในอุตสาหกรรมการขนส่งและยานยนต์ไฟฟ้า

ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ชมศูนย์วิจัยระบบราง

หนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางคือการเข้าเยี่ยมชม ศูนย์วิจัยวิศวกรรมแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและการประกันการปฏิบัติงานของระบบขนส่งทางรางในเขตเมือง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการกำหนดมาตรฐานระบบรางของจีน โดยมีนายเหอ จื้อซิน รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ให้การต้อนรับและพาคณะเยี่ยมชมศูนย์ฯ พร้อมทั้ง分享ภาพรวมวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมระบบราง

ในระหว่างการเข้าชม คณะได้รับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับระบบ Swifton OS 2.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรางอัจฉริยะที่พัฒนามาจากการผสานเทคโนโลยีหลายด้าน เช่น อินเทอร์เน็ต, IoT และคลาวด์คอมพิวติ้ง เพื่อเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถควบคุมระบบรางทั้งในด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบอัตโนมัติ

แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับ GAC Aion

นอกจากนี้ คณะยังได้มีโอกาสเดินทางต่อเพื่อศึกษาดูงานที่โรงงานของ GAC Aion New Energy Automobile บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นๆ ของจีน ภายใต้การบริหารของ GAC Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก

กิจกรรมในโรงงานประกอบด้วยการเยี่ยมชม สายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Aion ที่ใช้หุ่นยนต์อัตโนมัติขั้นสูง และชมรถยนต์ EV ที่ใช้แพลตฟอร์ม AEP 3.0 และเทคโนโลยี Magazine Battery ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม พร้อมการแสดงสายการผลิตของ Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.3 วินาที

บทเรียนความสำเร็จของ GAC Aion ทั้งในด้านเทคโนโลยีและตลาดโลก ได้เปิดรับผู้บริหารไทยเข้าถึงแนวคิดและแนวทางการขับเคลื่อน innovation อย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และโครงสร้างพื้นฐานของไทย

โครงการผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ในปีนี้เป็นความร่วมมือจากหลายองค์กรชั้นนำ ทั้งสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน, สมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน และหอการค้าไทย–จีน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และ China Media Group

การศึกษาดูงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ แต่ยังช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเยาวชนผู้บริหารไทยและจีนในหลากหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และวิสัยทัศน์เพื่ออนาคต

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ที่สนใจเชื่อมโยงโลกไทย-จีนด้วยนวัตกรรม การเดินทางครั้งนี้คือแรงผลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยโอกาส

ที่มา – ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน ดูงานศูนย์วิจัยระบบรางกว่างโจว พร้อมเยี่ยมชม GAC Aion New Energy Automobile

’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย ภูมิใจไม่เคยเรียนหนังสือ ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้ว่าที่คุณหมอ

เรื่องราวของ “จ๊ะจ๋า พริมรตา” และสามีหนุ่ม “จิ๊บ วสุ” ที่มาพร้อมกับความทouched และยกระดับความภาคภูมิใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อจ๊ะจ๋าได้เปิดใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความภาคภูมิใจในตัวคุณยายแท้ๆ ที่แม้จะไม่ได้เรียนหนังสือเลย แต่ได้อุทิศร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทาน เป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้แก่นักศึกษาแพทย์ในวาระสุดท้ายของชีวิต

’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย

จ๊ะจ๋าเล่าให้ฟังว่า คุณยายอายุ 86 ปีได้บริจาคร่างกายไว้ จึงเมื่อล่วงลับไป ร่างกายเลยถูกโรงพยาบาลรับไปดูแล และถูกใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์เป็นอย่างดี

“พอทราบว่าร่างของคุณยายถูกนำมาใช้ประโยชน์ นิสิตมาราชิกมากราบขอบคุณ ก็บอกว่าคุณยายของเราเป็นอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาเลยค่ะ ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดเลยสำหรับคุณยายที่ไม่เคยได้เข้าโรงเรียนหนังสือเลย” จ๊ะจ๋าเปิดใจอย่างน้ำตาซึม

การให้คือคุณค่าสุดท้ายของชีวิต

ย้อนกลับไป หากแต่จ๊ะจ๋าเองก็เป็นผู้บริจาคอวัยวะดวงตาและอวัยวะต่าง ๆ ไว้ก่อนหน้านี้ ครอบครัวทั้งฝ่ายของเธอและจิ๊บ ก็ได้ครอบคลุมในแนวคิดของการบริจาค ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว ทุกคนต่างได้แสดงเจตจำนงว่าจะส่งต่อความมีประโยชน์แม้หมดลมหายใจแล้ว

“จริงๆ เราไม่รู้เลยว่าบริจาคไว้แล้วเขาจะเอามาทำอะไรกับเรา จนกระทั่งรู้ว่าใช้ได้จริง และมันกลายเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด” จ๊ะจ๋าเผย

  • คุณยายอายุ 86 ปีบริจาคร่างกาย
  • นิสิตมาราชิกขอบคุณ – ถือว่าเป็น “อาจารย์ใหญ่” ตัวจริง
  • ครอบครัวจ๊ะจ๋าและจิ๊บเป็นสายบริจาคทั้งคู่

ทั้งคู่ส่งเสริมกันและกันในเรื่องนี้ เพราะจิ๊บเล่าถึงช่วงเด็กที่คุณพ่อพาไปดูร่างกายของผู้มีจิตความศรัทธาที่บริจาคร่างกายเป็นวิทยาทาน “เราเลี่ยมใสตั้งแต่เด็ก ยิ่งโตขึ้นก็เข้าใจว่าการให้มันดีจริงๆ” จิ๊บบอก

ทำไมถึงควรบริจาคร่างกาย?

การบริจาคร่างกายไม่ใช่แค่สิ่งที่ดีสำหรับผู้รับ แต่มันยังเป็นภูมิปัญญาทางศีลธรรมที่ขับเคลื่อนความโชคดีให้กับคนรุ่นหลัง ทั้งในด้านวิชาการ การศึกษา รวมทั้งการฝึกฝนวิชาชีพแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จ๊ะจ๋าและจิ๊บทั้งคู่เปรียบเหมือนเป็นต้นแบบของการสนับสนุนงานศพสันติธรรม ความเชื่อที่ว่าการให้คือความสุขที่ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่พวกเขาอยากฝากเอาไว้กับทุกคน

หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แม้ตอนจบของชีวิตก็ยังมีความหมายยิ่งนัก “죽แล้วก็ยังให้ความรู้ได้อีก นั่นแหละสุดยอด” จ๊ะจ๋าบอก

ลองถามตัวเองดูสักหน่อย สิ่งที่เรามีตอนจบของชีวิต คือกระท่อมว่างเปล่า หรือจะให้มันเต็มไปด้วยคุณค่าของความให้?

ที่มา – ’จ๊ะจ๋า-จิ๊บ‘ ซาบซึ้ง คุณยายบริจาคร่างกาย ภูมิใจไม่เคยเรียนหนังสือ ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้ว่าที่คุณหมอ!

สภาฯ ผ่านวาระ 2 งบฯ กระทรวงท่องเที่ยวฯ และพัฒนาสังคมฯ แล้ว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 บรรยากาศในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรค่อนข้างเข้มข้นแต่ราบรื่น โดยเฉพาะในวาระที่ 2 ของการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สภาผ่านฉลุย วาระ 2 งบ ‘ก.ท่องเที่ยวฯ-พัฒนาสังคมฯ’

ในวาระนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านลุกขึ้นให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในมาตรา 11 ซึ่งเป็นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และมาตรา 12 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

กระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายคือ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โครงการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยว และการตลาดท่องเที่ยวภายในและต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเศรษฐกิจหลักของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนทางด้านกีฬา ด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปมีสุขภาพที่ดี และส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติในประเทศไทย

กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม

ในส่วนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจะนำไปใช้ในการพัฒนาสวัสดิการสังคม ระบบรับมือกับวิกฤติเด็กและเยาวชน รวมถึงการส่งเสริมและคุ้มครองคนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ

  • การให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและส่งเสริมคุณภาพชีวิต
  • การสนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กและเยาวชน
  • การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการปัญหาตนเอง

ภายหลังจากการอภิปรายอย่างเป็นระบบในวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ลงมติเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายตามวาระที่ 2 ของทั้งสองกระทรวงดังกล่าว ด้วยเสียงข้างมาก ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อพัฒนาประเทศในทุกด้าน

การผ่านวาระ 2 นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการจัดทำงบประมาณประจำปี ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการในขั้นตอนถัดไป ได้แก่ วาระที่ 3 และวาระสุดท้าย ซึ่งจะต้องใช้อภิปรายอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของประชาชน

นี่ไม่เพียงแค่การพิจารณาเรื่องงบประมาณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางในการบูรณาการนโยบายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม อย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ที่ให้ความสนใจในเรื่องการเมือง การเงิน หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณการพัฒนาประเทศอย่างใกล้ชิด การติดตามประเด็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่องนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเชิงลึกและสามารถประเมินผลรัฐบาลและนโยบายของประเทศได้เป็นอย่างดี

ที่มา – สภาผ่านฉลุย วาระ 2 งบ ‘ก.ท่องเที่ยวฯ-พัฒนาสังคมฯ’