ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทย หวังอาเซียนนำคลี่คลายวิกฤติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ว่า พ.อ.นอร์เบิร์ต โยฮันเนส มอร์เคนส์ ผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดศรีษะเกษ ร่วมกับทูตจากอีก 22 ประเทศ เพื่อสังเกตการณ์และเยี่ยมชมสถานที่บางแห่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การโจมตีทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

พ.อ.มอร์เคนส์ ได้ออกมากล่าวหลังจากเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ว่า สถานการณ์ในขณะนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และผู้ที่อยู่ในพื้นที่โดยตรงเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ประชาชนทั่วไปต้องเผชิญกับความยากลำบากที่ตามมา เช่น การอพยพจากที่อยู่อาศัยหรือการสูญเสียทรัพย์สิน

ความขัดแย้งที่ทำให้ทั่วโลกจับตา

สำหรับหลายคนอาจไม่ได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด แต่สำหรับวงการข่าวและการเมืองระดับโลก อาเซียนถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งในพื้นที่ โดย ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทย และเชื่อว่าการไกล่เกลี่ยขององค์กรอาเซียน รวมถึงมาเลเซียซึ่งมีบทบาทสำคัญในครั้งนี้จะช่วยนำทางให้สถานการณ์ดีขึ้น

เขาได้พูดว่า “ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์ตึงเครียดจะยืดเยื้อขนาดนี้ สิ่งที่เราอยากเห็นคือความสงบสุขและความเข้าใจระหว่างประเทศในภูมิภาค อาเซียนควรทำงานร่วมกันเพื่อให้กลับมาสู่จุดที่ทุกฝ่ายสามารถเปิดโต๊ะเจรจาโดยไม่มีความกังวลใดใด”

ประชาชนคือผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด

การขัดแย้งครั้งนี้แม้จะเกิดบนพื้นที่ชายแดน แต่กลับส่งเสียงสะเทือนไปทั่วทั้งระด้ับสังคมและชุมชน รวมถึงครอบครัวของพ.อ.มอร์เคนส์เองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ศรีษะเกษ พ.อ.ผู้นี้กล่าวว่า การเห็นเด็ก ๆ และผู้สูงอายุต้องอพยพออกมาจากบ้าน ทำให้เขาตระหนักถึงผลกระทบจริง ๆ ของวิกฤตินี้

ความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนควรถูกไว้วางใจมากกว่าความขัดแย้งที่ไม่มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนเธอร์แลนด์ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับไทยในเวทีสากล จึงแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะรีบฟื้นฟูความสัมพันธ์และกลับมาหารือกันอย่างจริงจังในไม่ช้า

ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทยเป็นอย่างมาก

ด้วยประสบการณ์จากวิกฤติที่ผ่านมาในอดีต เนเธอร์แลนด์ในฐานะประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเวทีสากล สนับสนุนแนวทางสันติวิธีและไม่เชื่อในแนวทางการใช้กำลังเพื่อต่อรองทางการเมือง การเยือนพื้นที่ของทูตไทยและต่างชาติเหล่านี้ ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยของประชาคมโลก แต่ยังช่วยเป็นแรงผลักดันให้สองประเทศคู่กรณีหันมาพูดคุยกันอีกครั้ง

“สิ่งที่ดีที่สุดที่ทุกคนต้องการตอนนี้คือ ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทย พร้อมกับมองหาเส้นทางสันติภาพ การใช้ความรุนแรงไม่เคยพาเรามาถึงทางออกที่ดีได้” พ.อ.มอร์เคนส์กล่าว

  • เนเธอร์แลนด์สนับสนุนแนวทางสันติวิธีอย่างต่อเนื่อง
  • อาเซียนมีบทบาทสำคัญในอนาคตการเจรจา
  • มาเลเซียมีบทบาทช่วยไกล่เกลี่ยเป็นกันเอง

แม้การแก้ไขความขัดแย้งในระดับนานาชาติจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน แต่ด้วยบทบาทของ ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทย และการลงพื้นที่ของคณะทูตครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นก้าวแรกสู่เส้นทางสันติไม่ว่าจะที่ใดในโลกก็ตาม

หากคุณติดตามข่าวสารและต้องการเข้าใจสถานการณ์ในภูมิภาค อย่าลืมติดตามข่าวความเคลื่อนไหวระดับอาเซียนและประเทศในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้คุณไม่พลาดกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ลุ้นไปกับการคลี่คลายปัญหาด้วยวิธีการทางการทูตที่กำลังมีขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้

ที่มา – ผู้ช่วยทูตทหารเนเธอร์แลนด์เห็นใจไทย หวังอาเซียนนำคลี่คลายวิกฤติ

ผลวิจัยเผย 40 อาชีพเสี่ยงโดน ‘เอไอ’ แย่งงานมากที่สุด

ผลวิจัยใหม่เผยลิสต์อาชีพที่เสี่ยงโดนเอไอแย่งงาน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวฟอร์จูนได้รายงานถึงผลการวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยของไมโครซอฟท์เกี่ยวกับผลกระทบจาก ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ที่มีต่อแวดวงอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะอาชีพที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะโดน ‘เอไอ’ แย่งงานไปในอนาคต

งานด้านไหนที่เอไอเข้ามาเกี่ยวข้องได้มากที่สุด?

จากการศึกษา พบว่า อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป็นงานที่ใกล้เคียงกับศักยภาพของเอไอในปัจจุบัน ได้แก่ นักแปล นักเขียน นักประวัติศาสตร์ และพนักงานบริการลูกค้า หรือแม้แต่พนักงานฝ่ายขายก็ตาม โดยงานประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล การสื่อสารอย่างแม่นยำ รวมทั้งการให้บริการเชิงความรู้

นักวิจัยสรุปว่าโดยภาพรวม ผลวิจัยเผย 40 อาชีพเสี่ยงโดน ‘เอไอ’ แย่งงานมากที่สุด โดยเฉพาะงานที่ใช้ข้อมูลความรู้ เช่น งานด้านคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และงานธุรการภายในสำนักงาน ซึ่งมักถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติได้ไม่ยาก หากเปรียบเทียบกับบางอาชีพที่ต้องอาศัยทักษะด้านปฏิบัติการและทำงานกับเครื่องจักรจริงๆ

อาชีพไหนที่ยังยืนหยัดในยุคเอไอ?

  • พนักงานขับรถขุดลอก
  • พนักงานควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย
  • เจ้าหน้าที่ดูแลสะพานและระบบประตูน้ำ

เหล่านี้เป็นอาชีพที่ยังคงต้องพึ่งพาความชำนาญจากการปฏิบัติจริงมากกว่าจะใช้ เอไอ มาทำงานแทนได้ง่ายๆ เพราะส่วนมากเป็นงานที่ต้องมีการตัดสินใจเฉพาะหน้า ควบคุมเครื่องจักรโดยตรง และมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าที่เอไอจะเข้าไปรับมือได้ในเวลาอันใกล้

ผู้เชี่ยวชาญชี้อนาคตของตลาดแรงงานยุคเอไอ

แม้ผลวิจัยจะไม่ได้บอกว่าอาชีพเหล่านี้จะถูกแทนที่อย่างถาวรในทันที แต่การที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็ม เริ่มประกาศระงับการรับพนักงานบางตำแหน่ง เนื่องจากคาดว่า เอไอ จะสามารถทำงานแทนได้ในอีกไม่กี่ปีนั้น ย่อมสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งในตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร เริ่มเห็นว่าการจ้างงานซบเซาลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2561 หลังจากหลายบริษัทเลือกใช้ เอไอ ในการลดต้นทุนการดำเนินงาน นี่จึงเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจับตามอง

ต้องปรับตัวให้ไว ถ้าไม่อยากเสียเปรียบ

เจนเซน หวง ซีอีโอของเอ็นวิเดีย ได้เคยกล่าวในงาน Milken Institute’s Global Conference ว่า “คุณจะไม่ได้โดน เอไอ แย่งงานไป แต่คุณจะถูกคนอื่นที่ใช้ เอไอ เป็นมาแย่งตำแหน่งแทน” จุดนี้จึงเน้นถึงความจำเป็นในการเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่สังคมเราจะก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ผลวิจัยเผย 40 อาชีพเสี่ยงโดน ‘เอไอ’ แย่งงานมากที่สุด อาจฟังดูน่ากลัว แต่หากมองให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ก็คือโอกาสสำหรับคนที่พร้อมจะปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ซึ่งมันไม่ใช่แค่เพียงความก้าวหน้า แต่คือ การพัฒนาทักษะใหม่ของคนในยุคนี้ ที่ต้องเตรียมตัวและก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ที่มา – ผลวิจัยเผย 40 อาชีพเสี่ยงโดน ‘เอไอ’ แย่งงานมากที่สุด

‘นายหัวเจมส์’ ประกาศขายที่ดิน 60 ไร่ 22.5 ล้าน แถมรายได้หลักแสนต่อเดือนทันที!

‘นายหัวเจมส์’ ขายที่ดินทำกิน 60 ไร่ พร้อมรายได้กว่าแสนบาทต่อเดือน

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าววงการบันเทิงและมองหาโอกาสลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คงจะได้ยินข่าวการขายที่ดินของดาราหนุ่มและนักธุรกิจตัวจริงอย่าง เจมส์ เรืองศักดิ์ อย่างแน่นอน เพราะล่าสุด ‘นายหัวเจมส์’ ได้ออกมาประกาศขายที่ดินขนาดใหญ่ถึง 60 ไร่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยราคาเร้าใจอยู่ที่ 22.5 ล้านบาท พร้อมกับรายได้กว่าแสนบาทต่อเดือน

ที่ดินพร้อมผลผลิต ขายพร้อมรายได้ทันที

เนื้อที่ของแปลงนี้ประกอบด้วย สวนปาล์มน้ำมัน 55 ไร่ และ สวนส้มโอทับทิมสยาม 5 ไร่ ที่ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ สร้างรายได้ต่อเดือนให้กับเจ้าของโดยที่ไม่จำเป็นต้องลงแรงปลูกใหม่ หรือรอผลตอบแทน

  • ผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน: 25 ตันต่อเดือน
  • ผลผลิตจากส้มโอทับทิมสยาม: รอบละประมาณ 1,500 ผล
  • รายได้เฉลี่ย: มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน

ที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนักลงทุนสามารถเข้าถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้ง่าย จากที่ดินนี้ คุณสามารถเดินทางไปลานเท ที่รับซื้อผลปาล์มได้ในเวลาไม่ถึง 5 นาที และไปห้างเซ็นทรัลนครศรีธรรมราชหรือโรงพยาบาลใหญ่ในเขตเมืองได้ภายใน 20 นาทีเท่านั้น!

เหมาะกับการลงทุนแบบ Passive Income

เจมส์ระบุอย่างชัดเจนว่า ที่ดินแปลงนี้เหมาะสำหรับคนต้องการ สร้างรายได้แบบ Passive Income ทันที ไม่ว่าจะเป็นผู้เกษียณอยากมีบ้านสวนในพื้นที่เงียบสงบ นักลงทุนต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว หรือแม้แต่คนทั่วไปที่อยากหลีกหนีมลภาวะ หรือฝุ่น PM2.5 ก็สามารถซื้อแปลงนี้เพื่อเริ่มชีวิตแบบ Slow Life ได้อย่างสบายใจ

สาธารณูปโภคและระบบพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและน้ำล้วนมีความพร้อมครบครัน จึงมั่นใจได้ว่า การจับจองแปลงนี้จะนำมาซึ่งโอกาสในการลงทุนและสร้างรายได้เดือนต่อเดือนได้อย่างต่อเนื่อง”

ทำไม ‘นายหัวเจมส์’ ถึงตัดสินใจขายที่ดินแปลงนี้?

จากที่เจมส์ เรืองศักดิ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อประกาศขายที่ดิน เขาอธิบายอย่างละเอียดว่า เป็นการลงทุนที่เกิดจากความตั้งใจเพื่อพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรอย่างยั่งยืนและมีผลตอบแทนที่ดี ซึ่งหลังจากดูแลจนสวนงอกงามเต็มที่แล้ว เขาก็ตัดสินใจขายเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนคนอื่นๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพเช่นกัน

22.5 ล้านบาท – ถือว่าคุ้มค่าแค่ไหน?

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในทำเลศักยภาพ มีระบบสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์ และมีสวนที่ผลิตผลอย่างสม่ำเสมอ ที่ดิน 60 ไร่ ราคา 22.5 ล้านบาท จึงถือว่าเป็นราคาที่เร้าใจและน่าสนใจมากสำหรับนักลงทุนที่มองหา passive incomeระยะยาว โดยเฉพาะอยู่ในพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ

หลังจากการประกาศขายผ่านทางคลิปดังกล่าวก็มีผู้สนใจเข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมาก ทั้งเหล่าแฟนคลับ นักลงทุนมือใหม่ หรือแม้แต่นักธุรกิจมืออาชีพต่างก็สนใจในศักยภาพของแปลงที่เจมส์ลงทุนพัฒนาด้วยตัวเอง

ถ้าคุณคือผู้มองหาโอกาสลงทุนที่มั่นคง ต้องไม่พลาด!

นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้แบบ Passive Incomeจากที่ดินที่มีระบบที่ดีและความพร้อมในการสร้างผลเชิงเศรษฐกิจทันที นอกจากนี้การซื้อที่ดินแปลงนี้ยังเหมาะถ้าคุณมีแผนจะถือไว้เป็นมรดกแผงลูกหลานในอนาคต หรืออยากมีบ้านสวนขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากแล้ว

สรุปศักยภาพของที่ดินแปลงนี้

  • สภาพผลผลิตสมบูรณ์ พร้อมสร้างรายได้ทันที
  • สาธารณูปโภคพร้อม: ไฟฟ้า, ประปา, น้ำ
  • ใกล้แหล่งผลิตผลและศูนย์กลางธุรกิจ
  • เหมาะสำหรับสร้างชีวิตสโลไลฟ์และหลีกหนีฝุ่น

หากคุณอยากมีที่ดินพร้อมผลผลิตเพื่อการลงทุนระยะยาว เราขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นโอกาสที่ใช่ สำหรับการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนต่อเนื่องแบบไม่หยุดนิ่ง!

ที่มา – ‘นายหัวเจมส์’ ประกาศขายที่ดิน 60 ไร่ 22.5 ล้าน แถมรายได้หลักแสนต่อเดือนทันที!

พิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารสิรวิชญ์” จัดอย่างสมเกียรติ เชิดชูเกียรติทหารผู้เสียสละ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่วัดสายทอง ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติแก่ พลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข ทหารกองประจำการ สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

พิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารสิรวิชญ์ อย่างสมเกียรติ

ภายในงาน พลเอก เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และ นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญเป็นประธานในพิธี โดยภายในพิธีมีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ พี่น้องทหาร และประชาชนในจังหวัดขอนแก่นร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อไว้อาลัยแด่วีรชนพลทหารที่เสียสละชีวิตในการทำหน้าที่เพื่อชาติ

ในโอกาสนี้ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบกได้มอบธงไตรรงค์ให้กับครอบครัวของพลทหารสิรวิชญ์ เพื่อเป็นเกียรติยศในการรับใช้ชาติ อีกทั้งยังมีการมอบเงินบำรุงขวัญ รวมถึงเงินที่เกี่ยวข้องกับการฌาปนกิจ ซึ่งแสดงถึงการดูแลของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของทหารผู้เสียสละอย่างเต็มที่

ครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งกับการเชิดชูเกียรติ

การจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารสิรวิชญ์” ครั้งนี้ สะท้อนถึงคุณค่าของความเสียสละและการรับใช้ของทหาร ซึ่งได้ทุ่มเทชีวิตของตนเองในการปกป้องชาติ โดยพลเอกเอกรัตน์ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว และแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดูแลสิทธิและสวัสดิการให้กับครอบครัวและทายาทของพลทหาร

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความเสียใจพร้อมกับให้กำลังใจแก่ครอบครัวทหาร ด้วยการย้ำถึงความสำคัญของหน่วยรักษาความมั่นคงชายแดน ที่ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินโดยไม่ย่อท้อ แม้ในยามยากลำบาก

  • พล.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว – ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก
  • นายสุชาติ ตันเจริญ – รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ครอบครัวของพลทหารสิรวิชญ์ – เป็นผู้ได้รับมอบธงไตรรงค์และสิทธิสวัสดิการ

การแสดงความเคารพครั้งสุดท้ายผ่านพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารสิรวิชญ์” เป็นเครื่องยืนยันถึงความภาคภูมิใจของประเทศชาติที่มีต่อทหารหาญทุกนายที่ทำงานเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการเสียสละเพื่อประเทศ

ที่มา – พิธีพระราชทานเพลิงศพ “พลทหารสิรวิชญ์” จัดอย่างสมเกียรติ เชิดชูเกียรติทหาร

เก็บชัยต่อเนื่อง! ‘ลูกยางสาวไทย’ กัดฟันสู้ทวงคืนชนะอินโดนีเซีย 3-1

การแข่งขันวอลเลย์บอล ซีวี ลีก 2025 สัปดาห์แรกนัดที่ 2 ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬาเมื่อ ลูกยางสาวไทย ลงสนามพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ทีมไทยที่เริ่มเซตแรกด้วยความกดดันจนตามหลัง แต่ในท้ายที่สุดสามารถกลับเกมมาเอาชนะไปได้อย่างน่าประทับใจด้วยคะแนนรวม 3-1 โดยสกอร์ในแต่ละเซตคือ 22-25, 25-15, 27-25 และ 25-12

เกมสุดมันของลูกยางสาวไทยและอินโดนีเซีย

ในเกมนี้ แม้ว่าทีม ลูกยางสาวไทย จะไม่สามารถเริ่มต้นได้ดีนัก โดยเสียเซตแรกไปให้กับทีมอินโดนีเซีย ที่กำลังเล่นได้อย่างร้อนแรง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความเยือกเย็นของทีม ทำให้ไทยสามารถเร่งเครื่องกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม

โค้ชอ๊อตปรับเกมเก่ง สาวไทยเบียดชนะแบบหืดจับ

ภายใต้การคุมทัพของโค้ชชื่อดังอย่าง โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยจัดผู้เล่นตัวหลักอย่าง ดลพร สินโพธิ์, วารุณี การรัมย์, ศศิภาพร จันทรวิสูตร, ณัฏฐณิชา ใจแสน, ธนัชชา สุขสด และกัญญารัตน์ ขุนเมือง พร้อมด้วยปิยนุช แป้นน้อย และกัลยรัตน์ คำวงษ์ ในตำแหน่งผู้เล่นอิสระ

  • เซตที่ 1: สาวไทยพลาดท่า 22-25 ก่อนจะตั้งเกมใหม่
  • เซตที่ 2: ปรับจังหวะได้ดี และชนะ 25-15
  • เซตที่ 3: เร้าใจที่สุด ดวลกันจนดิวซ์ และไทยเบียดชนะ 27-25
  • เซตที่ 4: แสดงพลังทีมเวิร์กชัดเจน ปิดบัญชีขาดลอย 25-12

เกมนี้ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญที่แสดงถึงความมีน้ำใจนักกีฬาของลูกยางสาวไทย การต่อสู้จากความตามหลัง และความเฉียบคมในช่วงท้ายเซตที่ 3 ได้แสดงถึงศักยภาพที่เหนือว่าของทีมไทย ที่รั้งอันดับโลกในตำแหน่งที่ 20 ขณะที่อินโดนีเซียรั้งอยู่ที่ 54

หลังจากเกมวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา สาวไทยจะลงแข่งต่อในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พบกับเวียดนาม เวลา 16.45 น. จากนั้นจะไปแข่งขันในสัปดาห์ที่ 2 ที่ประเทศเวียดนามระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม

แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันในช่วงต้นฤดูกาล แต่ความตื่นเต้นของการดวลกันใน ศึกซีวี ลีก 2025 ระหว่างลูกยางสาวไทยและอินโดนีเซีย ได้สร้างความประทับให้แฟนคลับทั่วเอเชียอย่างมาก เราจะได้เห็นพัฒนาการของการแข่งขันเพิ่มขึ้นในนัดต่อไปโดยเฉพาะเมื่อไทยต้องเผชิญกับเวียดนาม ซึ่งจะเป็นบททดสอบที่สำคัญอีกครั้ง

ปิดท้ายด้วยความดุเดือดของลูกยางสาวไทย: ถึงแม้จะเจอความกดดันอย่างหนักจากอีกฝ่าย แต่ความเฉียบขาดในเกมรุก-รับ แสดงให้เห็นว่าทีมไทยยังคงอยู่ในเส้นทางที่ดี สำหรับแฟนวอลเลย์บอล ห้ามพลาดแมตช์ที่จะต้องติดตามต่อไป!

ที่มา – เก็บชัยต่อเนื่อง! ลูกยางสาวไทย โดนอินโดนีเซียนำก่อน แต่ทวงคืนชนะ 3-1 ในศึกซีวี ลีก 2025

รวมพลังแผ่นดิน: กิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ และเรียกร้อง 3 ข้อสำคัญหลังเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมากที่ร่วมชุมนุมภายใต้ชื่อกิจกรรม รวมพลังแผ่นดิน โดยกลุ่มผู้จัดมีจุดประสงค์เพื่อแสดงพลังความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสามัคคี

กิจกรรมรวมพลังแผ่นดิน พร้อมเรียกร้อง 3 ข้อสำคัญ

การชุมนุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความ solidarity ต่อทหาร แต่ยังมีการเรียกร้องอย่างชัดเจน 3 ข้อ โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แก่

  • เรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือที่หลายคนเรียกขานว่า ‘อิ๊ง’ ลาออกจากตำแหน่งทันที โดยไม่รอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ
  • ให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว จากการร่วมบริหารประเทศในปัจจุบัน
  • แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการปกป้องอธิปไตย ของชาติไทย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนบางกลุ่มที่มองว่ารัฐบาลควรรับผิดชอบต่อการจัดการปัญหาในพื้นที่ชายแดนที่ยังคงตึงเครียด และขาดการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชน

พิธีแสดงความเคารพต่อทหารกล้า

ภายหลังการขึ้นปราศรัยของแกนนำ กิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมให้ความสนใจคือการยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความเคารพธงชาติและสดุดีทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดน มีการเปิดพื้นที่ให้แกนนำปราศรัยไปจนถึงเวลา 21.00 น. โดยมี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ขึ้นเป็นวิทยากรคนสุดท้าย และมีการแถลงการณ์แนวทางการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหลังช่วงเย็น

นอกจากนี้ ทางاقتصตำรวจจากบช.น. และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. ยังคงมีการจัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณชุมนุมที่มีประชาชนมารวมตัวจำนวนมาก ทั้งด้านล่างถนนและบนทาง sky walk บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้การชุมนุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และไม่ส่งผลต่อการจราจรและชีวิตของประชาชนโดยรวม

ความเคลื่อนไหวที่สะท้อนเสียงของผู้คน

กิจกรรม ‘รวมพลังแผ่นดิน’ เปรียบเสมือนการสานสัมพันธ์ระหว่างพลเมืองกับผู้มีหน้าที่ปกป้องชาติ เห็นได้ชัดว่าประชาชนหลายส่วนยังคงไว้วางใจในทหาร แต่กลับมีความวิตกกังวลต่อแนวทางบริหาร страныของรัฐบาลในปัจจุบัน

สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อาจบ่งชี้ถึงความเคลื่อนไหวในระดับฐานทัพมวลชน ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของสถานการณ์ทางการเมืองในเร็ววัน

ประชาชนติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้เข้าใจทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศอย่างมีข้อมูล

ที่มา – ‘รวมพลังแผ่นดิน’ ยืนสงบนิ่งสดุดีทหารกล้า ชู 3 ข้อเรียกร้อง ‘อิ๊ง’ ลาออก-พรรคร่วมถอนตัว

อุลไรช์สูญเสียลูกชายวัย 6 ขวบ สร้างความเศร้าสลดให้ครอบครัว

อุลไรช์สูญเสียลูกชายวัยเพียง 6 ขวบอย่างไม่มีวันหวนคืน

สเวน อุลไรช์ ผู้รักษาประตูคนสำคัญของทีม บาเยิร์น มิวนิก แชมป์ลีกเยอรมัน บุนเดสลีกา ได้ออกมาเปิดเผยข่าวเศร้าผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าเขาได้สูญเสีย เลน ลูกชายวัย 6 ขวบ ซึ่งลืมตาดูโลกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

หลังจากที่ครอบครัวของเขายังคงต้องรับมือกับความเจ็บปวดนี้มานานถึง 2-3 สัปดาห์หลังจากลูกชายของพวกเขาป่วยอย่างรุนแรงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดย อุลไรช์ ได้กล่าวถึงความรู้สึกของครอบครัวว่า การตัดสินใจเปิดเผยข่าวนี้ต่อสาธารณะเป็นสิ่งที่ยากมาก

ความรู้สึกของ ยักษ์หนึบแห่งบาเยิร์น มิวนิก

ผ่านทางอินสตาแกรม อุลไรช์ ได้เผยความรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า ‘เราขอประกาศด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า เลน ลูกชายของเราจากไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลังป่วยหนักมานาน การตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณชนเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับเรา’

ความสูญเสียที่สำคัญต่อครอบครัวนี้ยังทำให้อุลไรช์ ต้องหยุดพักจากการแข่งขันกีฬาช่วงที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เวลาในการเยียวยาอาการบาดเจ็บทางใจ อีกทั้งความรู้สึกของครอบครัวโดยเฉพาะลูกสาวของเขา ยังเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาเพื่อเยียวยา

ข้อความจากมือกาวเสือใต้ถึงการใช้ชีวิตต่อไปหลังสูญเสีย

อุลไรช์ ยังกล่าวอีกว่า ‘อย่างไรก็ตาม มันเป็นย่างก้าวสำคัญสำหรับครอบครัวของเราที่จะสร้างความชัดเจนในสภาพแวดล้อมของเราเอง และในสายตาสาธารณชน เรารวมทั้งลูกสาวของเรากำลังหาหนทางกลับมาใช้ชีวิตไปทีละขั้น’

จากข้อความนี้เราเห็นได้ถึงความเข้มแข็งของชายที่รักในครอบครัว แม้สถานการณ์อาจดูมืดมนแต่เขากับลูกสาวกำลังพยายามเดินหน้าต่อไป อย่างที่หลายคนคาดว่าจะเป็นเรื่องน่าเห็นใจในวงการฟุตบอลไปทั่ว

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของชีวิต ไม่ว่าจะในแวดวงกีฬาหรือชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการอยู่เคียงข้างคนที่เรารักในทุกช่วงเวลา และส่งกำลังใจให้อุลไรช์และครอบครัวในการสร้างชีวิตใหม่ ด้วยการเป็นกำลังใจเล็กๆ ในรูปแบบของการติดตามผลงานของเขาและสร้างแรงสนับสนุนจากแฟนๆ ให้กลับมามีแรงใจอีกครั้ง

ที่มา – “อุลไรช์” ใจสลายสูญเสียลูกชายวัย 6 ขวบ

ลิเวอร์พูล เอฟซี สโตร์ไทยแลนด์ เปิดตัวเสื้อฤดูกาลใหม่ พร้อมเซอร์ไพรส์จากหลุยส์ การ์เซีย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่ Central World Pulse Hall ชั้น 7 ร้าน ลิเวอร์พูล เอฟซี ทางการแห่งประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ CRC Sports ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเซ็นทรัลรีเทล จัดงานใหญ่แห่งปีขึ้นภายใต้ชื่อ “Countdown to Kick-Off LFC 25/26” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลชาวไทย โดยไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวเสื้อแข่งของสโมสรลิเวอร์พูลสำหรับฤดูกาล 2025/26 และการปรากฏตัวของตำนานกองกลางหมายเลข 10 อย่างหลุยส์ การ์เซีย ที่มาร่วมสร้างความประทับใจให้กับแฟนเดอะค็อปอย่างใกล้ชิด

บรรยากาศอลังการ มีอุโมงค์จำลองแบบแอนฟิลด์

ภายในงานได้ถูกออกแบบให้มีทางเข้าที่คล้ายกับอุโมงค์ของสนามแอนฟิลด์ เพื่อให้แฟนฟุตบอลไทยได้รับประสบการณ์เสมือนจริงบนขอบสนาม โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีทั้งเกมฟุตบอล 3×3 จัดขึ้นโดยเยาวชนจาก ลิเวอร์พูล เอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล อาคาเดมี ไทยแลนด์ และอินฟลูเอนเซอร์หงส์แดงที่มาร่วมประชันฝีเท้า รวมถึงโอกาสพิเศษที่ผู้โชคดีได้ร่วมเตะฟุตบอลกับหลุยส์ การ์เซียอย่างใกล้ชิด

เทคโนโลยีล้ำสมัยมาพร้อมความยั่งยืนในเสื้อใหม่ LFC 2025/26

เสื้อแข่งลิเวอร์พูลฤดูกาล 2025/26 ที่ผลิตโดยแบรนด์ adidas ได้รับการออกแบบอย่างละเอียดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานระดับมืออาชีพ ไม่ได้มีดีแค่นั่นคือออกแบบมาเพื่อความคูล การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และดีต่อโลก เนื่องจากเสื้อรุ่นนี้ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลอย่างดี เพื่อเป็นไปตามแนวคิดความยั่งยืนของสโมสร

กิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรร่วมสนับสนุน

นอกจากการเปิดตัวเสื้อแข่งแล้ว งานนี้ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ จากพาร์ทเนอร์ ทั้งบูธขายของที่ระลึกจาก ลิเวอร์พูล เอฟซี สโตร์ประเทศไทย ที่แฟนบอลสามารถซื้อของใหม่ล่าสุดก่อนใคร

ชมแฟชั่นโชว์จากศิลปินแห่ง Monomax และ MONO29 ก่อนจะเสิร์ฟจุดเด่นแบบใกล้ชิดแบบเมื่อแฟนๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ หลุยส์ การ์เซีย แบบไม่มีกั๊กใจ ในช่วง Meet & Greet

ผู้นำตลาดอุปกรณ์ฟุตบอลในไทย ยืนยันเทรนด์ความนิยมยังมาแรง

คุณวิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสด้านการตลาดจาก CRC Sports ได้กล่าวถึงความสำเร็จของลิเวอร์พูลในตลาดประเทศไทย โดยระบุว่า:

“CRC Sports ในฐานะ The One for Football มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์แฟนฟุตบอลชาวไทย และรู้สึกยินดีที่ยอดขายของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้ ลิเวอร์พูล เอฟซี สโตร์แห่งประเทศไทย กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มียอดขายสูงที่สุดในเอเชีย”

ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่สโมสร แต่คือครอบครัวของเหล่าเดอะค็อปทั่วโลก

ขณะที่คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย จากกรุงไทย-แอกซ่า ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับแฟนบอล โดยเน้นถึงแนวคิด “You Never Walk Alone”:

“เรามองว่า ลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอล แต่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่สร้างพลังความเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลก ซึ่งตรงกับแนวทางของกรุงไทย-แอกซ่า ที่ต้องการดูแลและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น “เธอเสริม

ด้านดร.โสรัชย์ อัศวะประภา กล่าวว่า “JAS ยินดีเป็นอย่างมากที่ Monomax ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดระหว่างแฟนบอลและสโมสร พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้รับชมคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเบื้องหลังเสื้อใหม่ และกีฬาฟุตบอลผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ลิเวอร์พูล เอฟซี ทางการประเทศไทย“

เหล่าคนดังร่วมงานเพียบ ตั้งแต่ซิโก้ถึงวง Slot Machine

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในสายฟุตบอลและวงการบันเทิง กลยุทธ์ของ CRC Sports คือการผสมผสานระหว่าง ฟุตบอล แฟชั่น เทคโนโลยี และความบันเทิง

งานนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนบอลในไทย หลายคนต่างมาร่วมในกิจกรรม Meet & Greet และถ่ายรูปกับหลุยส์ การ์เชีย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความประทับใจและความผูกพันกับสโมสรที่พวกเขารัก

เต็มอิ่มกับฤดูกาลใหม่ไปกับลิเวอร์พูลอย่างเปิดตัวจริงๆ

สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการจับจองเสื้อแข่งฤดูกาลใหม่ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ลิเวอร์พูล เอฟซี ทางการประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ CRC Sports และร้าน Supersports ทุกสาขา ติดตามกิจกรรมและข้อมูลเพิ่มเติมได้บน Facebook: Liverpool FC Store Thailand และ Instagram: @lfcretailth

ไม่เพียงเสื้อใหม่เท่านั้น ลิเวอร์พูลยังมีเป้าหมายที่จะสร้างชุมชนฟุตบอลที่แข็งแรงและเป็นมิตร ด้วยการจัดกลาดสนาม ฟุตบอลคลินิก และกิจกรรมต่อเนื่องที่สามารถเชื่อมโยงแฟนบอลกับสโมสรได้ตลอดทั้งปี

ลิเวอร์พูล เอฟซี ทางการประเทศไทย ในปัจจุบันมี.download วันสำคัญที่พาตำนานอย่างหลุยส์ การ์เซีย มาร่วมงานก็เพื่อสร้างสีสันและประสบการณ์ที่แฟนๆ ไห้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เชื่อได้ว่าเสื้อแข่งฤดูกาลนี้จะกลายเป็นจุดหมายของเดอะค็อปทั่วไทยที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้

เป็นปีที่ลิเวอร์พูลยังคงสร้างความประทับใจให้แฟนๆ ชาวไทย พร้อมแสดงให้เห็นโอกาสในการเติบโตของวงการฟุตบอลไทยผ่านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับเทรนด์ชุมชนที่กำลังมาแรง ท่านที่พลาดงานนี้สามารถติดตามรายละเอียดและ фотоแรกของเสื้อได้จาก official channel รวมถึงเตรียมพบกับกิจกรรมใหม่ๆ ที่จะตามมาอีกในปีนี้

หากคุณเป็นเดอะค็อปตัวจริง ห้ามพลาดเสื้อรุ่นนี้เด็ดขาด ไม่เพียงการออกแบบที่สวยงามจาก ลิเวอร์พูล เอฟซี ทางการแห่งประเทศไทย แต่ยังมีเทคโนโลยี AEROREADY และแนวคิดรีไซเคิลที่สะท้อนว่าวงการกีฬาในปัจจุบันไม่ล้มเหลวต่อคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

ที่มา – Liverpool FC Official Store Thailand เปิดตัวเสื้อฤดูกาลใหม่ กระทบไหล่แข้งตำนาน “หลุยส์ การ์เซีย”

‘พรรคประชาชน’ ออกโรงโต้ข่าวปลอม ยืนยัน ‘เท้ง’ ไม่เคยประณามโรงพยาบาลอุบลฯ กรณีปฏิเสธรักษาผู้ป่วยกัมพูชา

‘พรรคประชาชน’ ซัดเช็กข่าวปลอม ปฏิเสธกระแสแชร์ผิดๆ เรื่องหัวหน้าพรรคติง รพ.อุบลฯ

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมมีประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เกี่ยวกับ ‘พรรคประชาชน’ ที่ถูกกล่าวอ้างว่าหัวหน้าพรรคอย่าง ‘เท้ง’ หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ออกมากล่าวตำหนิโรงพยาบาลอุบลฯ กรณีปฏิเสทรักษาคนกัมพูชา ล่าสุด พรรคอนาว่าข้อความที่แชร์นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เรื่องจริงจากโพสต์ทางการของพรรคประชาชน

ทาง ‘พรรคประชาชน’ ชัดเจนว่าไม่มีการใช้คำว่า “ประณาม” แต่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเชิงนโยบายเพื่อให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบในสายตานานาชาติ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาที่ไทยเป็นภาคี ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่โรงพยาบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยัน

  • ข้อความที่อ้างว่าหัวหน้าพรรคตำหนิโรงพยาบาลไม่เคยปรากฏ
  • จุดยืนของพรรคเน้นความสำคัญของมนุษยธรรม-ไม่สร้างความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • โพสต์ที่เผยแพร่ผ่าน เพจทางการ เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

การบิดเบือนข้อมูลนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการสถานการณ์ทางการเมืองและการรายงานข่าว โดย ‘พรรคประชาชน’ขอชี้แจงว่าจุดยืนของพรรคไม่เคยเข้าข้างใดข้างหนึ่งแบบขั้วมาก แต่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมตามหลักสากล

ความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์

พรรคประชาชนเข้าใจดีว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดนอย่างอุบลฯ ต้องเผชิญความท้าทายในการให้บริการรักษา โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ป่วยจากต่างประเทศที่อาจมาพร้อมข้อจำกัดด้านทรัพยากรและการจัดงบประมาณ การวิจารณ์ที่ไม่ตรงประเด็นไม่เพียงกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ยังทำให้บุคลากรสุขภาพถูกกดดันเพิ่มเติม

จากกรณีนี้ เห็นได้ว่านโยบายของภาคลาดไปจากรูปแบบการเมืองเดิมๆ โดยพรรคประชาชนยืนยันว่าพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานไม่ว่าจะในประเด็นใดก็ตาม

ที่มา – ‘พรรคประชาชน’ซัดเฟคนิวส์ยัน‘เท้ง’ ไม่เคยประณามรพ.อุบลฯปมปฏิเสธรักษาคน’กัมพูชา‘

กต.แจงวงประชุม OSCE ที่ฟินแลนด์ ย้ำไทยตอบโต้กัมพูชาหลังโดนโจมตีไม่เลือกเป้า

ในวันที่ 2 สิงหาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุม Helsinki+50 ภายใต้กรอบของ องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยมีวาระสำคัญในการแถลงเกี่ยวกับกรณีที่ไทยต้องตอบโต้กับการโจมตีจากประเทศกัมพูชาที่เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมสากล

พิธีประชุม Helsinki+50 และบทบาทของประเทศไทย

การประชุม Helsinki+50 จัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงการลงนาม Helsinki Final Act เมื่อปี 1975 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสันติภาพและความร่วมมือในยุโรป แต่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นบทบาทของ OSCE ในยุโรปเท่านั้น ทว่าไทยได้ใช้โอกาสนี้ในการแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงการหารือแบบย่อย ข้อความที่อธิบดีกรมยุโรปได้กล่าวก่อนที่ประเทศสมาชิก OSCE จะเปิดรับฟังความเห็น เป็นการเปลี่ยนประเด็นจากความร่วมมือระหว่างประเทศแบบทั่วไป มาสู่การแสดงความกังวลของไทยเกี่ยวกับการโจมตีแบบไม่เลือกปฏิบัติ

ประเด็นสำคัญในช่วงการหารือ

  • เน้นย้ำหลักการส่งเสริมการทูตเชิงป้องกันของ OSCE
  • ความมั่นคงทางไซเบอร์และความร่วมมือต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์
  • ดำเนินมาตรการร่วมในการจัดการชายแดนและความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม
  • แลกเปลี่ยนแนวคิดต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง

ตลอดทั้งการประชุม หนึ่งในหัวใจของข้อเสนอความเห็นจากตัวแทนไทยคือการยืนยันว่า การโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชาส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินของสาธารณะ หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน เหตุการณ์ดังกล่าวจึงต้องได้รับการติดตามอย่างรอบด้าน เพื่อให้ทุกประเทศยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมสากลตาม กต.แจงวงประชุม OSCE ที่ฟินแลนด์ ย้ำไทยตอบโต้กัมพูชาหลังโดนโจมตีไม่เลือกเป้า และกฎบัตรสหประชาชาติ

ไทยมุ่งมั่นตามแนวทางทูตและการเจรจาอย่างสันติ

ความคืบหน้าที่เห็นได้ชัดคือท่าทีของไทยในการนำกลไกทวิภาคีมาใช้คลี่คลายร่วมกับประเทศกัมพูชา ไทยยินดีเดินหน้าเจรจาอย่างเปิดเผยโดยอิงจากข้อตกลงหยุดยิงที่กำหนดไว้ ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลไทยยังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 OSCE Asian Conference ณ ปี 2569 ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือข้ามชาติเพื่อต่อสู้อาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยอิงรายละเอียดการประชุมก่อนหน้าที่เคยร่วมมือกับ OSCE ที่กรุงเวียนนา เช่น การประชุม Workshops เรื่อง Combatting Online Scams หรือรูปแบบความร่วมมือ ASM ระหว่างไทยกับ OSCE อีกทั้งหนุนเสริมแนวทางใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น

การตัดสินใจตอบโต้ของกองทัพไทยจึงเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีการปรับตามกำลังและความคุ้มค่าในทางการทูตอย่างชัดเจน การเข้าร่วมเวที Helsinki+50 ถือเป็นการเปิดฉากใหม่ ไม่ใช่เพียงในเรื่องการรักษาความมั่นคงชายแดนเท่านั้น แต่ยังย้ำบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย

สิ่งที่ควรติดตามต่อคือ ความคืบหน้าในการจัดการประชุมร่วมระหว่างไทยกับฟินแลนด์ในปี 2569 และการประสานความร่วมมือในเรื่องความปลอดภัยออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามทั่วโลก การเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของไทยในเวที OSCE ถือเป็นเครื่องหมายว่าประเทศกำลังพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่บทบาทผู้นำในเรื่องการรักษาความมั่นคงอย่างรอบด้านในภูมิภาค

Calls to Action: สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์และการประชุมนานาชาติอย่างเช่นนี้ เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการประชุม 2026 OSCE Asian Conference ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับฟินแลนด์ เนื่องจากประเด็นหลักของงานจะเอื้อให้เราพบแนวโน้มใหม่ๆ ทางนโยบายและเทคโนโลยี

ที่มา – กต.แจงวงประชุม OSCE ที่ฟินแลนด์ ย้ำไทยตอบโต้กัมพูชาหลังโดนโจมตีไม่เลือกเป้า