GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย
GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาให้คนไทยที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการบริหาร ธุรกิจ และเทคโนโลยี โดยชูแนวคิดจากญี่ปุ่นอย่าง “Technovate × Kokorozashi” เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งวิธีการทำงานและเป้าหมายของการสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจยุคใหม่
GLOBIS University สถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น มองว่าเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน โมเดลธุรกิจ และการแข่งขันขององค์กรอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาคนจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มทักษะเฉพาะทาง แต่ควรช่วยให้คนทำงานเชื่อมโยงความรู้ด้านธุรกิจ การจัดการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย ด้วยแนวคิด Technovate × Kokorozashi
หัวใจสำคัญของแนวทาง GLOBIS คือการพัฒนาผู้นำที่มีทั้งความสามารถในการบริหารธุรกิจ ความเข้าใจเทคโนโลยี และความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและสังคม แนวคิด “Technovate” มุ่งให้ผู้เรียนจากหลากหลายพื้นฐานสามารถเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยี มองเห็นโอกาสและข้อจำกัด รวมถึงนำเทคโนโลยีไปใช้ประกอบการตัดสินใจและแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ แม้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคโดยตรง
ส่วน “Kokorozashi” เป็นแนวคิดที่ชวนให้แต่ละคนค้นหาว่า ตนเองต้องการสร้างอะไรให้เกิดขึ้นในชีวิตและการทำงาน เริ่มจากการค้นหา Calling หรือสิ่งที่ให้ความสำคัญ ไปสู่การกำหนด Purpose และ Mission ที่ชัดเจน เมื่อทั้งสองแนวคิดทำงานร่วมกัน ผู้เรียนจะไม่ได้รู้เพียงว่า “ต้องทำอย่างไร” แต่ยังเข้าใจด้วยว่า “ทำไปเพื่ออะไร” และต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบใด
GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย ตอบโจทย์คนทำงานยุค AI
ข้อมูลจาก Graduate Management Admission Council หรือ GMAC สะท้อนว่า ความสนใจด้านการเรียนรู้และการใช้ AI ของผู้เรียนด้านบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 29% ในปี 2022 เป็น 40% ในปี 2023 และเพิ่มเป็น 46% ในปี 2025 ขณะเดียวกัน ใบสมัครเข้าเรียนหลักสูตรบริหารระดับบัณฑิตศึกษาทั่วโลกในปี 2025 ยังเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Management Education ยังคงมีความสำคัญ แต่ความคาดหวังของผู้เรียนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้เรียนยุคใหม่ต้องการความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ต้องเข้าใจเทคโนโลยี และสามารถต่อยอดสิ่งที่เรียนไปสู่เส้นทางอาชีพ การสร้างธุรกิจ หรือนวัตกรรมในองค์กรได้
สำหรับประเทศไทย GLOBIS มองเห็นศักยภาพจากบุคลากรที่มีความรู้ แรงงานทักษะสูง ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความรู้ แต่คือการสร้างผู้นำที่สามารถนำความรู้ไปใช้ตัดสินใจและลงมือทำได้จริง พร้อมมีวิสัยทัศน์และแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจน
หลักสูตรและโอกาสเรียนรู้จาก GLOBIS
GLOBIS เดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านการพัฒนาผู้นำและผู้ประกอบการในไทย ผ่านหลักสูตรและบริการที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางได้ตามเป้าหมายและประสบการณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มต้นทำงาน ผู้บริหาร หรือผู้ที่กำลังเตรียมเปลี่ยนสายอาชีพ
- Pre-MBA สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนบริหารธุรกิจ
- MBA Programs มีทั้งรูปแบบ Full-time, Part-time และ Online รองรับความต้องการของคนทำงานหลายรูปแบบ
- Micro Learning สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องและเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น
- GLOBIS Scholarship มอบส่วนลดค่าเล่าเรียนสูงสุด 50% พร้อมประสานโอกาสด้านทุนรัฐบาลญี่ปุ่น MEXT สำหรับผู้มีศักยภาพ
- เครือข่ายธุรกิจและผู้ประกอบการ เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับประสบการณ์จริงผ่าน GLOBIS Capital Partners
ปัจจุบัน GLOBIS University มีผู้เข้าเรียนใหม่เฉลี่ย 2,496 คนต่อปี และมีผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร MBA รวมประมาณ 12,000 คน ทั้งหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายผู้เรียนและศิษย์เก่าจากหลากหลายประเทศและอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่และสร้างโอกาสในการทำงานหรือทำธุรกิจในอนาคต
เฌอปราง อารีย์กุล กับบทบาท GLOBIS Ambassador คนแรกของไทย
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการขยายโอกาสในประเทศไทย คือการแต่งตั้ง “เฌอปราง อารีย์กุล” เป็น GLOBIS Ambassador คนแรกของไทย เฌอปรางเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่นำประสบการณ์จากสายอาชีพเดิมมาต่อยอดด้วยความรู้ด้าน Management และนำมุมมองใหม่กลับไปประยุกต์ใช้กับการทำงานและเป้าหมายในอนาคต
เฌอปรางเล่าว่า การเรียน MBA ที่ GLOBIS ไม่ได้เพิ่มเพียงความรู้ด้านธุรกิจ แต่ยังเปิดโอกาสให้กลับมาทบทวนว่า ประสบการณ์และความสามารถที่มีอยู่สามารถนำไปสร้างคุณค่าอะไรได้บ้าง การเรียนผ่านกรณีศึกษาจากธุรกิจจริง รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้มองเห็นปัญหาและโอกาสจากมุมที่กว้างขึ้น
แนวคิด Kokorozashi ยังช่วยให้เฌอปรางตั้งคำถามกับตัวเองว่า นอกเหนือจากความสำเร็จในอาชีพแล้ว ต้องการสร้างอะไรให้เกิดขึ้น และอยากให้สิ่งที่ทำส่งต่อคุณค่าให้กับผู้อื่นอย่างไร เมื่อนำแนวคิดนี้มาผสานกับความรู้ด้านการบริหาร จึงสามารถเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นแผนงานและการลงมือทำที่ชัดเจนขึ้น
ปัจจุบัน GLOBIS มีผู้เรียนจากไทยในหลักสูตร Full-time MBA จำนวน 15 คน และศิษย์เก่า 54 คน ขณะที่หลักสูตร Part-time และ Online MBA มีผู้เรียน 8 คน และศิษย์เก่า 9 คน ส่วนหลักสูตร Pre-MBA มีผู้เรียนในประเทศไทยแล้ว 90 คน โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้เรียน MBA ในไทยเป็น 40 คน และเพิ่มผู้เรียน Pre-MBA อีก 100 คนในปีถัดไป รวมถึงตั้งเป้าขยายจำนวนผู้เรียนระดับ Pre-MBA และ MBA รวม 140 คนในปี 2570
GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความตั้งใจในการสร้างคนที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ผู้นำยุคใหม่จำเป็นต้องมีทั้ง Skills, Network และ Kokorozashi เพราะความรู้เพียงอย่างเดียวอาจบอกได้ว่าควรทำอย่างไร แต่เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยตอบว่าเราควรลงมือทำเพื่ออะไร
สำหรับคนทำงานหรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสพัฒนาตัวเอง การเรียนรู้ด้านบริหารควรเริ่มจากการรู้จักเป้าหมายของตนเอง แล้วเลือกทักษะและเครือข่ายที่ช่วยให้เดินไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ในมุมมองนี้ การศึกษาที่ดีไม่ควรจบลงแค่ใบปริญญา แต่ควรนำไปสู่การลงมือทำจริงและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อทั้งธุรกิจและสังคม
ที่มา – GLOBIS ขยายฐานปั้นผู้นำแห่งอนาคตในไทย ดึง “เฌอปราง” นั่งแท่น Ambassador


