SILPIN แบรนด์รสชาติไทยระดับหรูรายแรกของโลก
SILPIN แบรนด์รสชาติไทยระดับหรูรายแรกของโลก เดินหน้าปรับโพสิชันนิ่งครั้งสำคัญ หลังดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบรสชาติและกลิ่นมานาน 9 ปี จากเดิมที่วางตัวเป็น Flavour Experience Design House สู่บทบาทใหม่ในฐานะแบรนด์ไทยที่ต้องการนำเสน่ห์ของวัตถุดิบและวัฒนธรรมการกินของไทยไปสู่เวทีระดับสากล
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจกับเรื่องราวเบื้องหลังอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น กลุ่มลูกค้าพรีเมียมไม่ได้มองหาเพียงสินค้าที่มีรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องการรู้จักแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ตลอดจนประสบการณ์ที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร SILPIN จึงมองเห็นโอกาสในการนำเอกลักษณ์ของไทยมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและมีคุณค่าในตลาดลักชัวรี
SILPIN แบรนด์รสชาติไทยระดับหรูรายแรกของโลก กับนิยามใหม่ของ Thai Flavours
ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SILPIN มุ่งนำวัตถุดิบไทยมาต่อยอดผ่านนวัตกรรมและงานออกแบบ ภายใต้วิสัยทัศน์ Authentic Thai Flavours to the World โดยไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้า แต่เป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัส
แนวคิดหลักของแบรนด์คือการนำรสชาติและกลิ่นที่คุ้นเคยของไทยมาออกแบบใหม่ ให้สามารถนำไปใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม ขนม และงานด้าน Gastronomy ได้อย่างหลากหลาย ทั้งยังช่วยให้ผู้บริโภคต่างชาติได้ทำความรู้จักกับวัตถุดิบไทยในมุมที่แตกต่างออกไป เช่น กลิ่นหอมของตะไคร้ ความสดชื่นของใบมะกรูด ความละมุนของข้าวหอมมะลิ หรือเสน่ห์ของข้าวเหนียวมะม่วง
SILPIN แบรนด์รสชาติไทยระดับหรูรายแรกของโลก ขยายสู่ตลาดพรีเมียม
ผลิตภัณฑ์ของ SILPIN แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Premium Syrup, Edible Perfume และ Gastronomic Oil โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นเชฟ มิกโซโลจิสต์ บาร์เทนเดอร์ ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจ Hospitality และผู้ที่สนใจไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี
ผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มเกิดจากการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการสกัดกลิ่นและรสชาติที่เหมาะสม จากนั้นจึงออกแบบให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์มืออาชีพ ตัวอย่างเช่น น้ำเชื่อมพรีเมียมที่ช่วยเพิ่มมิติให้ค็อกเทล น้ำหอมกินได้สำหรับสร้างประสบการณ์ใหม่บนจานอาหาร และน้ำมันปรุงแต่งรสสำหรับเติมกลิ่นหอมเฉพาะตัวให้กับเมนูร่วมสมัย
จุดเด่นสำคัญคือการรักษาความเป็นไทยเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูจำกัดอยู่เฉพาะเมนูดั้งเดิม แนวทางของ SILPIN คือการเปลี่ยนวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์สำหรับเชฟและนักออกแบบอาหารทั่วโลก ทำให้รสชาติไทยสามารถเดินทางไปอยู่ในร้านอาหาร โรงแรม บาร์ และกิจกรรมระดับนานาชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เป้าหมาย 5 ปี ดันรายได้ต่างประเทศแตะ 50%
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองคือแผนธุรกิจระยะ 5 ปีของบริษัท SILPIN ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เท่ากับตลาดในประเทศ หรือแบ่งเป็น 50 ต่อ 50 จากปัจจุบันที่รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10% เป้าหมายดังกล่าวหมายถึงการเติบโตของตลาดต่างประเทศราว 5 เท่าภายในระยะเวลา 5 ปี
บริษัทวางแผนใช้ความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ลักชัวรีและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม การบิน และโรงแรม เป็นกลไกสำคัญในการขยายตลาด แทนที่จะพึ่งพาการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านประสบการณ์จริง และทำให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าของวัตถุดิบไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับ SILPIN การขยายตลาดต่างประเทศไม่ได้หมายถึงการนำสินค้าไทยไปวางจำหน่ายในต่างแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งออกความเป็นไทยในรูปแบบ Thai Agricultural Signature บริษัทต้องการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Flavour Innovation และทำให้สินค้าเกษตรสามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ระดับโลกได้
ผลงานความร่วมมือที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
ก่อนประกาศโพสิชันนิ่งใหม่ SILPIN มีโอกาสร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรเอกชนหลายราย อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านการจัดกิจกรรม Thai Flavour Experience Design Event ในต่างประเทศ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยนำเสนอรสชาติไทยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และการเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์
หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจคือการนำเสนอผลงานในงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เนเธอร์แลนด์ครบรอบ 420 ปี ที่กรุงเฮก รวมถึงงาน Salon Gourmets ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารสชาติไทยสามารถนำไปสื่อสารในบริบทนานาชาติได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบอาหารไทยแบบเดิม
ในส่วนของภาคเอกชน SILPIN ร่วมมือกับการบินไทยและเดอะแบมบูบาร์ ออกแบบค็อกเทล Oriental Dawn หรือ กลิ่นหวานใจ ซึ่งผสมผสานกลิ่นลิ้นจี่จักรพรรดิ์เข้ากับกลิ่นตะไคร้ไทย พร้อมพัฒนาขนมลูกชุบไทยให้เป็น Look Jub TG เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งของการบินไทย ผลงานดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำมรดกอาหารไทยมาปรับให้เข้ากับประสบการณ์ร่วมสมัยและกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
จาก Local Legacy สู่ Global Gastronomy
แนวคิด From Local Legacy to Global Gastronomy คือหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ SILPIN ต้องการเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนทั่วโลกมีต่ออาหารไทย ขนมไทย สมุนไพรไทย และวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย จากสิ่งที่คุ้นเคยให้กลายเป็น Flavours ที่สามารถต่อยอดในงาน Gastronomy ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
เมื่อรสชาติไทยถูกนำเสนอผ่านงานออกแบบที่ประณีต ผู้บริโภคจะไม่ได้สัมผัสแค่ความอร่อย แต่ยังรับรู้ถึงเรื่องราวของแหล่งปลูก ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความตั้งใจของผู้ผลิต แนวทางนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความแท้จริง ความยั่งยืน และคุณค่าทางวัฒนธรรมพอๆ กับคุณภาพของสินค้า
- นำวัตถุดิบไทยมาตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยีและการออกแบบ
- สร้างประสบการณ์รสชาติและกลิ่นสำหรับธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และโรงแรม
- เชื่อมโยงเกษตรกร วัฒนธรรม และตลาดลักชัวรีเข้าด้วยกัน
- ขยายการรับรู้รสชาติไทยไปสู่ผู้บริโภคในต่างประเทศ
- ยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีมูลค่าเพิ่มและมีเรื่องราว
การเปิดตัวบทบาทใหม่จัดขึ้นในงาน Gastronomy Experience Design ภายใต้แนวคิด From Local Legacy to Global Gastronomy โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ยังมีวงเสวนาเกี่ยวกับอนาคตของ Gastronomy และรสชาติไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสายการบิน โรงแรม และธุรกิจอาหารเข้าร่วม
ในมุมมองของผู้เขียน การประกาศตัวของ SILPIN สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ไทยที่ไม่ได้แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่เลือกใช้เรื่องราว คุณภาพ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นจุดแข็ง หากบริษัทสามารถรักษามาตรฐานสินค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกได้ตามแผน เป้าหมายการเป็นแบรนด์รสชาติไทยระดับหรูที่คนทั่วโลกจดจำก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามว่า SILPIN จะนำเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยไปสร้างประสบการณ์ใหม่บนเวทีโลกได้ไกลแค่ไหน
ที่มา – SILPIN ประกาศเปลี่ยนโพสิชันนิ่ง สู่การเป็น “แบรนด์รสชาติไทยระดับหรูรายแรกของโลก”


