ข่าวผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่แทงสวนเจ็บสาหัส
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวความเครียดจากปัญหาครอบครัวกันมาไม่น้อย แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่บุรีรัมย์ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย เมื่อเกิดกรณี ผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่ เจอมีดแทงสวนกลางอกเจ็บสาหัส จนกลายเป็นคดีความใหญ่โตที่ตำรวจต้องเร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์
ผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่ เจอมีดแทงสวนกลางอกเจ็บสาหัส
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดย ร.ต.อ.ปริญญา ยิ่งงาม รอง สว. (สอบสวน) สภ.คูเมือง ได้รับแจ้งว่ามีผู้บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล หลังตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายเอกชัย อายุ 47 ปี ซึ่งได้ใช้มีดแทงนายธรรมรงค์ อดีตแฟนของภรรยาตนเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 แผล เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เห็นว่า ผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่ เจอมีดแทงสวนกลางอกเจ็บสาหัส ปัญหานี้มักเริ่มต้นจากการค้างคาใจในความสัมพันธ์ที่จบไม่สวย
สรุปชนวนเหตุของการปะทะในรักสามเส้า
จากการสอบถามภรรยาของผู้ก่อเหตุ พบว่าเธอได้จดทะเบียนสมรสกับนายเอกชัยอย่างถูกต้อง แต่ทางอดีตแฟนเก่ามักจะข่มขู่และคอยล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เสมอ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ ผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่ เจอมีดแทงสวนกลางอกเจ็บสาหัส ในวันซื้อมะนาวที่บ้านคนรู้จัก โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- นายธรรมรงค์ เข้าล็อกคอและชกต่อยนายเอกชัยก่อน
- นายเอกชัย อ้างว่าป้องกันตัวและมีปัญหาสายตาเนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน
- ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไตทุก 4 ชั่วโมง
- ทางตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่ากับนายเอกชัยตามพยานหลักฐาน
ในมุมมองของผู้สื่อข่าว เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงของการไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ความหึงหวงได้ แม้สถานะจะจบลงไปแล้วแต่วงจรของความรุนแรงกลับไม่จบตามไปด้วย การหันหน้าเข้าหากันหรือใช้กฎหมายเป็นตัวตัดสินน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการตัดสินปัญหาด้วยกำลัง ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายโดยเฉพาะตัวผู้กระทำเองที่ต้องเผชิญกับคดีความหนักหนา
สุดท้ายนี้ ฝากเตือนใจว่าความรักหรือความแค้นไม่ใช่เรื่องที่จะใช้กำลังตัดสิน การปล่อยวางเมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลงคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคนในสังคมครับ
ที่มา – ผัวเก่าเปิดศึกรักสามเส้าชกต่อยผัวใหม่ เจอมีดแทงสวนกลางอกเจ็บสาหัส