ชัยวัฒน์ชี้ปมที่ดินนครนายกเอี่ยวสามีบุ๋ม

ชัยวัฒน์ชี้ปมที่ดินนครนายกเอี่ยวสามีบุ๋ม กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ หลังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสนามวิ่งเทรล รีสอร์ต และพื้นที่ทำประโยชน์ในจังหวัดนครนายก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับที่ดินราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ โดยข้อมูลทั้งหมดขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และผู้ที่ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า จากข้อมูลและเอกสารบางส่วน พื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นที่ราชพัสดุที่ใช้ในราชการทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม จึงมีข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์และการครอบครองตามกฎหมาย หากมีการนำพื้นที่ไปซื้อขาย โอนสิทธิ หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต หน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

ชัยวัฒน์ชี้ปมที่ดินนครนายกเอี่ยวสามีบุ๋ม

ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามคือ การนำที่ดินดังกล่าวไปเสนอขายและการทำเอกสารซื้อขาย โดยมีข้อมูลว่าผู้นำชุมชนอาจทำหน้าที่เป็นตัวกลาง รวมถึงพบการดำเนินการบางอย่างภายในที่ทำการกำนัน นายชัยวัฒน์จึงเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าผู้เกี่ยวข้องรับรู้สถานะของที่ดินหรือไม่ และมีส่วนสนับสนุนการซื้อขายหรือการครอบครองพื้นที่ของรัฐอย่างไร

ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจากกรณีที่ดินนครนายก

การตรวจสอบควรครอบคลุมทั้งเอกสาร ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ครอบครอง และผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เพราะการดูเพียงเอกสารสิทธิหรือคำชี้แจงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อสงสัยว่าเนื้อที่ที่ระบุในเอกสารไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง

  • ตรวจสอบสถานะที่ดินว่าเป็นที่ราชพัสดุหรืออยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
  • ตรวจสอบเอกสารการซื้อขาย ลายมือชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และเลขบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับการซื้อขายเมื่อเดือนตุลาคม 2567
  • สำรวจพื้นที่ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม โดรน และการกำหนดพิกัดภาคสนาม
  • ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างและอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อีกข้อสังเกตหนึ่งคือ ภาพถ่ายดาวเทียมอาจแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ซึ่งเคยมีร่องรอยการทำประโยชน์เดิมมีไม่ถึง 10 ไร่ แต่เอกสารการซื้อขายกลับระบุเนื้อที่สูงถึง 23 ไร่ ความแตกต่างดังกล่าวจึงควรได้รับการตรวจวัดและเปรียบเทียบกับข้อมูลรังวัดอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทราบแนวเขตที่ชัดเจน และป้องกันการนำพื้นที่ข้างเคียงมารวมอยู่ในรายการซื้อขายโดยไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงร่องรอยการเปิดพื้นที่ การทำรั้ว การปลูกต้นไม้เป็นแนวเขต และการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ หากพิสูจน์ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ของรัฐและไม่มีการอนุญาต การกระทำเหล่านี้อาจเข้าข่ายการยึดถือครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต หน่วยงานจึงต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงมาตรการรื้อถอนเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ

สำหรับคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องที่ระบุว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ประเด็นนี้ควรตรวจสอบแยกเป็นส่วน ๆ ทั้งผู้ครอบครอง ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้จัดหาเงินทุน และผู้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เพื่อให้การสอบสวนมีความรอบด้าน ไม่ควรสรุปความรับผิดจากความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการปรากฏชื่อในข่าวเพียงอย่างเดียว

ชัยวัฒน์ชี้ปมที่ดินนครนายกเอี่ยวสามีบุ๋ม จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามจากผลการตรวจสอบของจังหวัด หน่วยงานด้านที่ราชพัสดุ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทุกฝ่ายควรเปิดเผยข้อมูลเท่าที่กฎหมายอนุญาต พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวถึง ขณะเดียวกัน หากพบการบุกรุกหรือการก่อสร้างที่ผิดกฎหมายจริง ก็ควรดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและใช้มาตรฐานเดียวกับทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและข้อสังเกตทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติ ผู้อ่านควรติดตามเอกสารทางราชการและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ความเห็นส่วนตัวคือ การเร่งตรวจสอบด้วยหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยลดความคลุมเครือและสร้างความเชื่อมั่นต่อการคุ้มครองที่ดินของรัฐได้ดีที่สุด หากพบข้อมูลใหม่ ควรนำเสนออย่างระมัดระวังและเคารพสิทธิของทุกฝ่าย

ที่มา – ‘ชัยวัฒน์’ ชี้ปมที่ดินนครนายก เอี่ยวสามี ‘บุ๋ม’ เข้าข่ายบุกรุกที่ราชพัสดุ จี้จังหวัดเร่งสอบ-รื้อถอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *