ทักษิณยิ้มแย้มแจ่มใสเดินทางถึงศาลฎีกาฯ พร้อม แพทองธาร-พินทองทา
วันนี้ (9 ก.ย. 68) สังคมและโลกการเมืองของประเทศไทยต่างจับตามองเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมลูกสาว แพทองธาร และ พินทองทา เดินทางมาถึงศาลเพื่อร่วมฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กันอย่างเป็นทางการ
ทักษิณยิ้มแย้มแจ่มใสเดินทางถึงศาลฎีกาฯ พร้อม แพทองธาร-พินทองทา
ศาลได้ออกหมายเรียกให้ทั้งผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงอดีตผู้นำประเทศอย่าง ทักษิณ ชินวัตร เข้าฟังคำสั่งศาลในเวลา 09:30 น. ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนัดพิจารณาสำคัญ หลังจากที่คดีนี้ผ่านการไต่สวนมานานหลายปี และเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับสุดท้ายเกี่ยวกับการบังคับใช้โทษอย่างถึงที่สุดในข้อหาก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆ
ภาพบรรยากาศที่ปรากฏให้เห็นนั้น อดีตพลเมืองดีตัวสำคัญอย่างทักษิณนั้นเดินทางมายังศาลโดยมีท่าทีแจ่มใส ยิ้มแย้ม สวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงความพร้อมและความมั่นใจ โดยมีลูกสาวสองคนที่เขารักและไว้วางใจอย่าง แพทองธาร และ พินทองทา ที่เดินเคียงข้างกันอย่างใกล้ชิด ในวันสำคัญเช่นนี้
ทักษิณพร้อมครอบครัวร่วมฟังคำสั่งศาล
ความเคลื่อนไหวของทักษิณในวันนี้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปิดบทคดีความที่เกี่ยวข้องกับตัวเองในตอนจบ หลังจากที่คาดกันมานานหลายปี ทั้งในและนอกวงการเมืองต่างตั้งตารอว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งอย่างไรในคดีชั้น14 ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจ
การมีผู้สังเกตการณ์จากหลายฝ่ายทั้งในประเทศและต่างชาติ แสดงให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในประเทศเท่านั้น แต่ยังถูกจับตานานาสารทิศ เพราะทักษิณไม่ได้แค่เป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองระดับภูมิภาค
อีกทั้งแพทองธารและพินทองทายังเดินทางมาร่วมฟังคำสั่งศาลเป็นครั้งแรกในระบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้น เมื่อทั้งสองคนเคยถูกริมทางในสังคมอย่างชัดเจน แต่กลับสามารถยืนหยัดอยู่เคียงข้างกับพ่อได้จนถึงวันนี้
ประชาชนทั่วไปต่างไม่พลาดติดตามเหตุการณ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย สื่อรายงานยังคงเปรียบคดีนี้กับการล้างจุดจบของละครชีวิตที่ยาวนาน และแน่นอนว่าคำตัดสินที่ศาลจะทรงพิจารณาจะส่งผลต่อทิศทางของสังคมในอนาคตอย่างมหาศาล
การฟังคำสั่งศาลในวันนี้ จะเป็นจุดจบหรือจุดเริ่มต้นใหม่ของความเป็นทักษิณในหน้าที่เหลือของชีวิต?
ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่เราควรเผื่อไว้คือ ความยุติธรรมและความรู้สึกของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะต้องได้รับการเคารพอย่างเท่าเทียม และหากมีความผิดก็ควรถูกตัดสินด้วยกฎหมายอย่างเป็นธรรม เช่นเดียวกันกับหากไม่มีความผิด ก็ควรจะได้รับผลตอบแทนในลักษณะเดียวกัน
ทุกอย่างเริ่มต้นจากวันนี้ อย่าลืมติดตามเหตุการณ์พิจารณาคดีรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางข่าวสารที่เชื่อถือได้ และคอยติดตามผลคำสั่งศาลในเวลาต่อไป
ที่มา – มาแล้ว ‘ทักษิณ’ ยิ้มแย้มแจ่มใสเดินทางถึงศาลฎีกาฯ พร้อม แพทองธาร-พินทองทา
