‘ธีรรัตน์’ ติดตามผลกระทบพายุ ‘คาจิกิ-หนองฟ้า‘ เร่งช่วยเหลือประชาชน
เมื่อวันที่ 3 กันยายน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เป็นประธานในการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุคาจิกิและหนองฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
‘ธีรรัตน์’ ติดตามผลกระทบพายุ ‘คาจิกิ-หนองฟ้า‘ เร่งช่วยเหลือประชาชน
ในการประชุมดังกล่าว มีการเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี และผู้ว่าราชการจังหวัดจากทั่วประเทศร่วมประชุม เพื่อประสานงานในการจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สถานการณ์ในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า พายุคาจิกิและพายุหนองฟ้าที่พัดผ่านช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดอุทกภัยและดินถล่มในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ยังมีร่องมรสุมที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มสูงขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
ด้วยความห่วงใยของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จึงได้เน้นย้ำให้พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์ความเสียหายดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต
การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยให้หน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างครอบคลุม
- การตั้งชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน
- การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว
- การเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลสาธารณภัย
- การวางแผนการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยกรณีเกิดภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยในระดับท้องถิ่น ทั้งระบบตรวจวัดและการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ในเรื่องการประเมินความเสี่ยง การสื่อสารเหตุการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างปลอดภัย
เมื่อสถานการณ์ความเสียหายเริ่มคลี่คลาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจความเสียหาย ซ่อมแซม และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมถอดบทเรียนจากเหตุการณ์เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสและแม่นยำช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ และสามารถลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ และเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของคุณและคนในครอบครัว



