บุกรวบ 6 บัญชีม้า หลอกลงทุนหุ้นอมตะนคร สูญ 25 ล้าน

คดี บุกรวบ 6 บัญชีม้า หลอกลงทุนหุ้นอมตะนคร กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีเตือนภัยที่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปควรติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการตรวจค้นหลายพื้นที่ เพื่อจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย โดยคดีนี้มีผู้ได้รับผลกระทบถึง 185 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 25 ล้านบาท

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพยังคงใช้ชื่อบริษัท หุ้น หรือธุรกิจที่ประชาชนคุ้นเคยมาเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงชักชวนให้ผู้สนใจโอนเงินเข้าร่วมลงทุน โดยอาจอ้างผลตอบแทนสูง รับประกันกำไร หรือสร้างภาพว่ามีผู้ลงทุนจำนวนมากประสบความสำเร็จ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นกลวิธีหลอกลวงที่ออกแบบมาเพื่อให้เหยื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

บุกรวบ 6 บัญชีม้า หลอกลงทุนหุ้นอมตะนคร

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. นำโดยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “AMATA HUNTER : ล่าล้างหมาย หุ้นอมตะนคร” โดยนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน 4 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี และระยอง

ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้รวม 6 ราย เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็น “บัญชีม้าแถวที่ 1” ซึ่งหมายถึงบัญชีธนาคารที่ถูกใช้รับเงินจากผู้เสียหายโดยตรง ก่อนที่เงินอาจถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน การใช้บัญชีลักษณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบธุรกรรมและความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

บุกรวบ 6 บัญชีม้า หลอกลงทุนหุ้นอมตะนคร เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากข้อมูลเบื้องต้น แก๊งมิจฉาชีพแอบอ้างชักชวนประชาชนให้ลงทุนในหุ้นอมตะนคร หรือ AMATA โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ผู้เสียหายอาจได้รับข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันสนทนา หรือกลุ่มลงทุนต่าง ๆ จากนั้นมิจฉาชีพจะนำเสนอข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น กราฟผลตอบแทน รายงานกำไร ใบรับรองปลอม หรือคำแนะนำจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจ คนร้ายอาจให้ทดลองลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยและแสดงยอดกำไรในระบบ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้นจึงชักชวนให้เพิ่มเงินลงทุน โดยอ้างว่าหากต้องการถอนเงินต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าปลดล็อกบัญชี หรือเงินประกันเพิ่มเติม ผู้เสียหายจำนวนมากจึงโอนเงินซ้ำหลายครั้ง และมารู้ตัวภายหลังว่าไม่สามารถถอนเงินหรือไม่สามารถติดต่อผู้ดูแลระบบได้

คดีนี้มีผู้เสียหายหลงเชื่อรวม 185 ราย ความเสียหายมากกว่า 25 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการหลอกลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถกระจายตัวอย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายออนไลน์ หากผู้ก่อเหตุสร้างเรื่องราวและภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือเพียงพอ ผู้สนใจลงทุนก็อาจตัดสินใจโอนเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน

ข้อกล่าวหาที่ผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บัญชีม้า” ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้จัดหาบัญชี ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน โดยเป้าหมายสำคัญคือการติดตามทรัพย์สินกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด

สัญญาณเตือนก่อนตกเป็นเหยื่อหลอกลงทุน

แม้ผู้ก่อเหตุจะปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ แต่รูปแบบการหลอกลงทุนมักมีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้ ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง

  • อ้างผลตอบแทนสูงมากและรับประกันกำไรโดยไม่มีความเสี่ยง
  • เร่งรัดให้โอนเงินภายในเวลาจำกัด หรือบอกว่าจะพลาดสิทธิพิเศษ
  • ใช้บัญชีบุคคลทั่วไปในการรับโอน แทนบัญชีชื่อบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่ตรวจสอบได้
  • ขอให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อถอนกำไร หรืออ้างว่าบัญชีถูกระงับ
  • ไม่สามารถตรวจสอบใบอนุญาต บริษัท ที่อยู่จริง หรือข้อมูลผู้ให้บริการได้
  • ห้ามผู้ลงทุนพูดคุยกับบุคคลภายนอก หรือปฏิเสธการให้ข้อมูลที่ชัดเจน

ก่อนลงทุนทุกครั้ง ควรตรวจสอบชื่อบริษัทและผู้ให้บริการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบว่าบริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ และอย่าเชื่อเฉพาะภาพหน้าจอหรือข้อความรีวิวในกลุ่มสนทนา นอกจากนี้ควรค้นหาข่าวเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐและเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลที่ไว้ใจก่อนตัดสินใจ

หากถูกหลอกควรทำอย่างไร

ผู้ที่สงสัยว่าตนเองถูกหลอกหรือโอนเงินไปแล้ว ควรรีบติดต่อธนาคารต้นทางเพื่อขอระงับธุรกรรมโดยเร็วที่สุด พร้อมเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน ชื่อบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ ลิงก์เว็บไซต์ ข้อความสนทนา ภาพโฆษณา และข้อมูลของผู้ที่ชักชวน จากนั้นแจ้งเหตุผ่านสายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดตามเส้นทางเงิน

ไม่ควรลบแชตหรือข้อมูลใด ๆ แม้ผู้ก่อเหตุจะบล็อกการติดต่อแล้ว เพราะหลักฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสืบสวนและการดำเนินคดี การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการระงับเงินหรืออายัดทรัพย์สินที่ยังอยู่ในระบบได้

กรณี บุกรวบ 6 บัญชีม้า หลอกลงทุนหุ้นอมตะนคร เป็นบทเรียนสำคัญว่าไม่มีการลงทุนใดรับประกันผลตอบแทนสูงโดยไร้ความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูล ไม่โอนเงินเพราะความกดดัน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสสำคัญให้ผู้อื่น หากทุกคนเพิ่มความระมัดระวังและช่วยกันส่งต่อข้อมูลเตือนภัย ก็จะช่วยลดโอกาสที่มิจฉาชีพจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนได้

ที่มา – บุกรวบ 6 บัญชีม้า! หลอกลงทุน “หุ้นอมตะนคร” เหยื่อพุ่ง 185 ราย สูญกว่า 25 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *