พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า รัฐบาลควรเร่งแก้

ประเด็น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายภาวุธ พงษ์วิทยภาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยระบุว่ากฎหมายฉบับนี้มีการพิจารณาและเตรียมปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ยังติดอยู่ในขั้นตอนของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. จนทำให้การผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรล่าช้า

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่เพียงการแก้ไขถ้อยคำในกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ เพราะข้อมูลของหน่วยงานราชการมีผลต่อการตรวจสอบนโยบาย การใช้งบประมาณ และการติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ หากประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ยาก การมีส่วนร่วมทางการเมืองและการตรวจสอบภาครัฐก็อาจทำได้ไม่เต็มที่

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า กระทบการเปิดเผยข้อมูลอย่างไร

นายภาวุธกล่าวว่า จากการติดตามและพูดคุยกับข้าราชการหลายหน่วยงาน พบว่าหน่วยงานจำนวนไม่น้อยไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากกังวลว่าหากเปิดเผยข้อมูลแล้วเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการอาจต้องรับภาระจากการถูกฟ้องร้องด้วย ความกังวลลักษณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เลือกปิดข้อมูลไว้ก่อน แม้ข้อมูลบางประเภทอาจเป็นข้อมูลที่ประชาชนควรได้รับรู้

เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องทำงานภายใต้ความไม่แน่นอน การตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลจึงกลายเป็นเรื่องเสี่ยงมากกว่าจะเป็นหน้าที่ตามปกติ ผลที่ตามมาคือประชาชนอาจต้องยื่นคำขอหลายขั้นตอน ใช้เวลารอนาน หรือไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ปัญหานี้สะท้อนว่าโครงสร้างและกฎหมายที่ใช้อยู่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐได้เท่าที่ควร

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า กับข้อเสนอ Open by Default

หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจคือแนวคิด Open by Default หรือการกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก และการปกปิดเป็นข้อยกเว้น แนวทางนี้หมายความว่าหน่วยงานรัฐควรจัดประเภทข้อมูลให้ชัดเจนว่า ข้อมูลใดสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ทันที ข้อมูลใดต้องยื่นคำขอ และข้อมูลใดมีเหตุผลจำเป็นที่ต้องจำกัดการเข้าถึง

หากนำหลักการดังกล่าวมาใช้อย่างเป็นระบบ เจ้าหน้าที่จะมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น ไม่ต้องตัดสินใจจากความกังวลส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันประชาชนก็จะทราบว่าข้อมูลประเภทใดควรค้นหาได้จากเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลของหน่วยงาน และข้อมูลประเภทใดต้องดำเนินการตามขั้นตอนเฉพาะ

  • เปิดเผยข้อมูลที่ไม่กระทบความมั่นคงหรือสิทธิส่วนบุคคลเป็นหลัก
  • กำหนดข้อยกเว้นในการปกปิดข้อมูลให้ชัดเจนและตรวจสอบได้
  • จัดทำฐานข้อมูลภาครัฐให้ค้นหาและดาวน์โหลดได้ง่าย
  • มีหลักประกันคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่เปิดเผยข้อมูลโดยสุจริต
  • รายงานสถานะคำขอข้อมูลและเหตุผลกรณีไม่อนุมัติอย่างโปร่งใส

รัฐบาลควรเร่งรัดขั้นตอนปรับปรุงกฎหมาย

นายภาวุธระบุว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้หารือร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายแล้ว โดยกระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2563 หรือประมาณ 6 ปีก่อน จึงเห็นว่าร่างกฎหมายมีความพร้อมในระดับหนึ่ง และควรมีความชัดเจนว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เมื่อไร

คำถามเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะการปรับปรุงกฎหมายจะเกิดขึ้นจริงได้ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีการสื่อสารสถานะอย่างต่อเนื่อง สังคมก็ยากที่จะติดตามว่ากฎหมายเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว การเปิดเผยกำหนดการและผู้รับผิดชอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของความโปร่งใสเช่นเดียวกับเนื้อหาของกฎหมาย

ในระยะเร่งด่วน นายภาวุธเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในฐานะผู้บริหารสูงสุด ออกข้อสั่งการระดับประเทศเพื่อให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก วิธีนี้อาจช่วยลดเวลารอการแก้ไขกฎหมาย และสร้างแนวปฏิบัติร่วมกันให้หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มดำเนินการได้ทันที ขณะเดียวกัน ในระยะยาวควรปรับโครงสร้างกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบการทำงานของภาครัฐในยุคดิจิทัล

ข้อมูลรัฐที่เปิดเผยได้ช่วยประชาชนอย่างไร

การเข้าถึงข้อมูลภาครัฐไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะนักข่าว นักวิชาการ หรือองค์กรภาคประชาชนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไป เช่น การตรวจสอบโครงการก่อสร้างในพื้นที่ การติดตามการใช้งบประมาณ การขอข้อมูลผลกระทบจากโครงการของรัฐ หรือการตรวจสอบหลักเกณฑ์การให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ หากข้อมูลถูกจัดระบบและเปิดเผยอย่างเหมาะสม ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลต้องเดินควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคง และข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม การกำหนดข้อยกเว้นจึงควรมีเหตุผลชัดเจน ไม่ใช่ใช้เป็นช่องทางปิดกั้นข้อมูลโดยทั่วไป ที่สำคัญคือควรมีกลไกอุทธรณ์และตรวจสอบการปฏิเสธข้อมูล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการตัดสินใจของหน่วยงานเป็นธรรม

ประเด็น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องคุณภาพของประชาธิปไตยและประสิทธิภาพการบริหารประเทศ รัฐบาลควรสื่อสารสถานะของร่างกฎหมายให้ชัดเจน พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ประชาชนสามารถติดตามได้ การผลักดันกฎหมายให้เดินหน้าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และทำให้ข้อมูลภาครัฐกลายเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ทุกคนใช้ตรวจสอบและพัฒนาสังคมได้

ในมุมมองของประชาชน การเปิดเผยข้อมูลควรเป็นมาตรฐานการทำงาน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องร้องขอเป็นพิเศษทุกครั้ง หากรัฐบาลเร่งแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง พร้อมคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ก็จะเป็นก้าวสำคัญสู่ภาครัฐที่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น ผู้อ่านสามารถติดตามความคืบหน้าของกฎหมายและช่วยกันตั้งคำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ข้อมูลสาธารณะเข้าถึงได้ง่ายและเป็นธรรมกับทุกคน

ที่มา – ‘ภาวุธ’ชี้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารล่าช้า ปรับปรุงตั้งแต่ปี 63 แต่ติดขึ้นตอน ครม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *