มท.4 เร่งดึงเงินหลวงคืน ผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 3,000 ราย
มท.4 เร่งดึงเงินหลวงคืน ผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 3,000 ราย หลังการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง มีมติเห็นความสำคัญของการติดตามเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการที่เคยจ่ายให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบกลับคืนสู่รัฐ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขอแนวทางจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายอย่างรอบคอบและลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
มท.4 เร่งดึงเงินหลวงคืน ผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 3,000 ราย
การประชุม ก.กลาง ครั้งที่ 9/2569 จัดขึ้นที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมบัญชีกลาง สำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงบประมาณเข้าร่วมพิจารณาแนวทางดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 3,000 ราย ครอบคลุมหลายตำแหน่ง โดยกระบวนการถอดถอนและเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งของบุคคลกลุ่มนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการเรียกคืนเงินของแผ่นดินที่บุคคลดังกล่าวได้รับไปในช่วงที่เข้ารับราชการ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินตอบแทน หรือสวัสดิการต่าง ๆ
แนวทางเรียกคืนเงินหลวงต้องชัดเจนและรัดกุม
นายวรศิษฎ์ระบุว่า การเรียกเงินคืนจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความถูกต้องตามกรอบกฎหมาย เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและอาจส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย หากหน่วยงานดำเนินการไม่รอบคอบ อาจเกิดข้อร้องเรียนหรือข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามมาได้ ดังนั้น ก.กลาง จึงเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยกำหนดแนวทางปฏิบัติ รวมถึงกำหนดกรอบเวลาที่เหมาะสมสำหรับการติดตามเงินคืน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นมีหลักปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในเรื่องการคำนวณจำนวนเงิน การแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ การกำหนดระยะเวลาชำระคืน และขั้นตอนทางกฎหมายหากไม่ให้ความร่วมมือ โดยคาดว่าการดำเนินการจะเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายควบคู่กัน
- ตรวจสอบรายการเงินที่ได้รับ: รวบรวมข้อมูลเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการย้อนหลังอย่างละเอียด
- กำหนดหลักเกณฑ์เดียวกัน: ขอแนวทางจากหน่วยงานด้านกฎหมายเพื่อให้ทุกพื้นที่ปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
- เร่งติดตามเงินคืน: วางกรอบเวลาและขั้นตอนการเรียกเงินหลวงกลับคืนอย่างเป็นระบบ
- ป้องกันปัญหาในอนาคต: ปรับปรุงกระบวนการสอบและบรรจุแต่งตั้งให้รัดกุมยิ่งขึ้น
ยอดบรรจุรอบที่ 4 ต่ำกว่าประมาณการ
นอกจากเรื่องการเรียกเงินคืนแล้ว ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับการเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 ซึ่งมีผู้ได้รับการบรรจุมากกว่า 4,200 คน ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8,000-9,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์เป็นเพียงจำนวนตำแหน่งเบื้องต้นที่ยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและรายละเอียดของตำแหน่งว่างก่อนดำเนินการจริง
หน่วยงานต้องตรวจสอบทั้งตำแหน่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอใช้และตำแหน่งของผู้สอบแข่งขันได้ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลถูกต้องครบถ้วน การตรวจสอบในขั้นตอนนี้ใช้เวลา เพราะต้องป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบรรจุ รวมถึงต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครและความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะเข้ารับราชการ
อีกปัจจัยหนึ่งคือข้อจำกัดของระบบรายงานตัว เดิมกำหนดให้ผู้ผ่านการคัดเลือกมารายงานตัวภายใน 2 วัน และรองรับได้สูงสุดประมาณวันละ 2,000 คน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้มากเท่ากับจำนวนที่คาดการณ์ไว้ แต่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยสละสิทธิ์ในรอบที่ 3 กลับมาใช้สิทธิ์อีกครั้ง เพื่อรายงานตัวและเลือกพื้นที่บรรจุใหม่ ถือเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้สอบแข่งขันได้
เตรียมเรียกบรรจุรอบที่ 5
สำหรับแผนงานระยะต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้ปรับการทำงานเป็นเชิงรุก โดยเร่งรวบรวมข้อมูลตำแหน่งว่างทั่วประเทศ เพื่อนำมาวางแผนเรียกบรรจุในรอบที่ 5 หากพบว่ามีตำแหน่งว่างและจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกเพียงพอ อาจมีการเพิ่มจำนวนผู้เข้ารายงานตัว รวมถึงขยายจำนวนวันเพื่อรองรับผู้สมัครได้มากขึ้น
การใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะช่วยเติมบุคลากรให้หน่วยงานท้องถิ่นและทำให้การให้บริการประชาชนเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มกระบวนการเรียกบรรจุรอบที่ 5 อย่างเป็นทางการไม่เกินวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่มีรายชื่อหรือกำลังติดตามข่าวสารจึงควรตรวจสอบประกาศจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
โดยสรุป มท.4 เร่งดึงเงินหลวงคืน ผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 3,000 ราย สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ขณะเดียวกัน การเรียกบรรจุรอบใหม่ก็ควรดำเนินการอย่างโปร่งใสและมีระบบ หากหน่วยงานสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสื่อสารกับผู้สอบแข่งขันได้อย่างทั่วถึง ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ ไม่ใช้ข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ยืนยัน และเตรียมเอกสารให้พร้อมเมื่อมีการเรียกรายงานตัว เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ดีที่สุด
ที่มา – ‘มท.4’ ประชุม ก.กลาง ถกมาตรการเร่งดึงเงินหลวงคืนย้อนหลัง ผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นกว่า 3,000 ราย