รวบมือปืนหนีคดี 20 ปี ยิงสู้ตำรวจที่นครปฐม
เจ้าหน้าที่ตำรวจนครปฐมปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่ป่ากกตลอดทั้งวันทั้งคืน หลังได้รับรายงานว่าผู้ต้องหาคดีสำคัญหลบหนีจากจังหวัดกระบี่และเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากผู้ต้องหามีหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นตั้งแต่ปี 2549 และยังมีคดีพยายามฆ่าในปี 2567 อีกทั้งระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ต้องหายังใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางก่อนหลบหนีเข้าไปในป่ากก
รวบมือปืนหนีคดี 20 ปี ยิงสู้ตำรวจที่นครปฐม
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ต.ค. โดย พล.ต.ต.พงศกร อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม สนธิกำลังตำรวจจาก สภ.พุทธมณฑล ร่วมกับฝ่ายปกครองกว่า 30 นาย เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่วางกำลังโดยรอบบริเวณร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งในตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหามาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าตรวจค้น ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี ก่อนวิ่งเข้าไปในพื้นที่ป่ากกซึ่งมีสภาพรกและยากต่อการค้นหา เหตุการณ์ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมจัดกำลังปิดล้อมพื้นที่อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปสร้างอันตรายแก่ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง
รวบมือปืนหนีคดี 20 ปี ยิงสู้ตำรวจที่นครปฐม หลังล่าข้ามคืน
ตลอดการค้นหา เจ้าหน้าที่ใช้ทั้งกำลังภาคพื้นดินและโดรนตรวจจับความร้อนเข้าช่วยติดตาม เนื่องจากพื้นที่ป่ากกมีความหนาแน่นและมีจุดอับสายตาจำนวนมาก การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวและจำกัดวงค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ตำรวจยังคงเดินหน้าปฏิบัติการจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชุดสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนอย่างละเอียด เพราะผู้ต้องหามีอาวุธปืนและเคยใช้อาวุธยิงต่อสู้ระหว่างหลบหนี การปิดล้อมจึงเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเป็นสำคัญ
ของกลางและข้อกล่าวหาหลังจับกุม
ภายหลังควบคุมตัวได้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเบื้องต้น ได้แก่ อาวุธปืนจำนวน 1 กระบอก แม็กกาซีนจำนวน 1 อัน และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายรายการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
- ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่
- พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
- เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า
สำหรับคดีเดิม ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าผู้อื่นที่เกิดขึ้นในปี 2549 ซึ่งเป็นคดีที่หลบหนีการติดตามมานานถึง 20 ปี นอกจากนี้ยังมีหมายจับในคดีพยายามฆ่าที่เกิดขึ้นในปี 2567 การติดตามตัวจึงเป็นภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ เพราะผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรงหลายคดี
หลังแจ้งข้อกล่าวหาและจัดทำบันทึกการจับกุม เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป โดยพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานจากเหตุการณ์ยิงต่อสู้ การตรวจยึดอาวุธปืนและกระสุน รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับหมายจับในคดีเดิม เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน
บทเรียนจากเหตุการณ์ปิดล้อมป่ากก
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความยากของการติดตามผู้ต้องหาที่เลือกใช้พื้นที่ธรรมชาติเป็นที่หลบซ่อน โดยเฉพาะป่ากกหรือพื้นที่รกซึ่งเจ้าหน้าที่มองเห็นได้ยาก การนำโดรนตรวจจับความร้อนมาใช้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการส่งกำลังเข้าไปค้นหาแบบเผชิญหน้าโดยตรง ขณะเดียวกัน การทำงานของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและประชาชนโดยรอบด้วย
ประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุควรติดตามประกาศจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ปิดล้อม เพราะอาจเป็นอันตรายจากอาวุธหรือการปฏิบัติการจับกุม หากพบเบาะแสบุคคลต้องสงสัย ควรแจ้งตำรวจทันทีและไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง
สรุปแล้ว การจับกุมครั้งนี้ยุติการหลบหนีของผู้ต้องหาที่ถูกตามตัวจากคดีร้ายแรงได้สำเร็จ หลังตำรวจนครปฐมใช้กำลังและเทคโนโลยีโดรนตรวจจับความร้อนปิดล้อมป่ากกข้ามคืน คดีจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาตามกฎหมายต่อไป เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าการหลบหนีคดีไม่อาจทำให้ความผิดสิ้นสุดลง และการแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัยช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้
ที่มา – รวบแล้ว! มือปืนหนีคดี 20 ปี ยิงสู้ตำรวจ ล่าข้ามคืนก่อนจนมุมป่ากก จ.นครปฐม

