รวบหนุ่มอินเดียวีซ่านักเรียนปล่อยกู้นอกระบบ หนองบัวลำภู
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมชายชาวอินเดีย อายุ 22 ปี หลังได้รับร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้พ่อค้าและแม่ค้าในจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักเรียน แต่กลับถูกกล่าวหาว่าใช้ช่วงเวลาที่พำนักอยู่ในไทยเพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาหนี้นอกระบบที่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนซื้อสินค้า เติมสต๊อก หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เมื่อเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ยาก บางรายจึงจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ แม้จะรู้ว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงและมีเงื่อนไขการชำระเงินที่เข้มงวดก็ตาม
รวบหนุ่มอินเดียวีซ่านักเรียนปล่อยกู้นอกระบบ
ตามรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านแจ้งว่ามีชาวต่างชาติตระเวนปล่อยเงินกู้ให้กับพ่อค้าและแม่ค้าในพื้นที่ พร้อมเรียกเก็บเงินคืนเป็นรายวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับลูกหนี้ที่ต้องหาเงินมาจ่ายทุกวัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนและติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง จนพบผู้ต้องหากำลังเดินทางไปเก็บเงินจากแม่ค้ารายหนึ่งตามรอบชำระหนี้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและขอให้ผู้ต้องหาชี้แจงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมดังกล่าว เบื้องต้นพบเงินสดจำนวน 1,200 บาท และสมุดบันทึกรายการเงินกู้นอกระบบจำนวน 1 เล่ม ซึ่งถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
รวบหนุ่มอินเดียวีซ่านักเรียนปล่อยกู้นอกระบบ เรียกดอกเบี้ยสูง
จากการตรวจสอบรูปแบบการปล่อยกู้ พบว่าผู้ต้องหาให้แม่ค้ารายหนึ่งยืมเงินสดจำนวน 2,000 บาท จากนั้นกำหนดให้ชำระคืนวันละ 100 บาท เป็นเวลา 24 วัน เมื่อนำยอดชำระทั้งหมดมาคำนวณ ลูกหนี้ต้องคืนเงินรวม 2,400 บาท เท่ากับมีส่วนต่างจากเงินต้น 400 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 24 วัน
หากคิดเป็นสัดส่วน ดอกเบี้ยดังกล่าวเท่ากับร้อยละ 20 ของเงินต้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน และเมื่อนำไปคำนวณเปรียบเทียบเป็นอัตรารายปี จะสูงถึงประมาณร้อยละ 304 ต่อปี ตัวเลขนี้สะท้อนภาระที่หนักมากสำหรับผู้ประกอบอาชีพค้าขายรายย่อย เพราะแม้จะได้รับเงินก้อนเพียง 2,000 บาท แต่กลับต้องกันรายได้จากการขายสินค้าไว้ชำระหนี้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง
- เงินต้นที่นำไปปล่อยกู้จำนวน 2,000 บาท
- กำหนดให้ลูกหนี้ชำระวันละ 100 บาท
- ระยะเวลาชำระหนี้รวม 24 วัน
- ยอดเงินที่ต้องคืนทั้งหมด 2,400 บาท
- ส่วนต่างจากเงินต้น 400 บาท หรือคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 20
- เมื่อเทียบเป็นรายปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 304
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในความผิดฐานประกอบกิจการเป็นผู้ให้สินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
นอกจากประเด็นการเรียกดอกเบี้ยสูงแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทยของผู้ต้องหา และพบว่าเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักเรียน รายละเอียดดังกล่าวทำให้คดีนี้มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า การประกอบกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวีซ่าหรือไม่ รวมถึงอาจต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อมูลด้านการเข้าเมืองและการทำงานของชาวต่างชาติ
กรณีนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกหนี้ระมัดระวังการกู้ยืมเงินนอกระบบ เพราะเงื่อนไขที่ดูเหมือนชำระไม่มากในแต่ละวัน อาจกลายเป็นภาระดอกเบี้ยจำนวนมากเมื่อรวมยอดทั้งหมด การกู้เงินแบบเก็บรายวันยังอาจทำให้ผู้กู้ต้องเร่งขายสินค้า หรือหาเงินจากแหล่งอื่นมาหมุนชำระหนี้ จนเกิดวงจรหนี้ที่แก้ไขได้ยาก
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง ควรพิจารณาขอคำปรึกษาจากธนาคาร สถาบันการเงินของรัฐ หรือหน่วยงานช่วยเหลือด้านหนี้สินก่อนตัดสินใจกู้เงินจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน หากพบผู้ปล่อยกู้เรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมาย ข่มขู่ หรือใช้วิธีติดตามหนี้ที่ไม่เหมาะสม ควรรวบรวมหลักฐาน เช่น สมุดจดหนี้ ข้อความสนทนา สลิปโอนเงิน และบันทึกการทวงถาม เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบ
การจับกุมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงคดีของผู้ต้องหารายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความจำเป็นในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความรู้เรื่องดอกเบี้ย และการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่เป็นธรรม หากทุกฝ่ายช่วยกันแจ้งเบาะแสและเลือกใช้แหล่งเงินที่ถูกต้อง ก็จะช่วยลดโอกาสที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยต้องตกอยู่ในภาวะหนี้สินที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ประชาชนที่พบเห็นการปล่อยกู้นอกระบบหรือถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว พร้อมเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา – รวบหนุ่มภารตะวีซ่านักเรียน ปล่อยกู้นอกระบบ ‘พ่อค้า-แม่ค้า’ หนองบัวลำภู รีดดอกโหด 304% ต่อปี
