วอนเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน
วอนเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทยได้เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือถึงประธานวิปรัฐบาล ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณา วอนเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน เข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทยกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าตกใจ
เหตุผลที่ต้องเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน
ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า กฎหมายเดิมที่มีใช้อยู่ตั้งแต่ปี 2550 นั้น เน้นหนักไปที่การไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่กรณีกลับมาคืนดีกัน มากกว่าการคำนึงถึงความปลอดภัยของเหยื่อ ซึ่งในทางปฏิบัติมักส่งผลให้ผู้ถูกกระทำต้องกลับไปเผชิญวงจรความรุนแรงซ้ำอีกครั้ง ดังนั้น วอนเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน จึงเป็นทางออกที่สำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ และคุ้มครองผู้เสียหายได้อย่างแท้จริง
ข้อมูลจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่อาชญากรรมขนาดเล็ก แต่เป็นภัยคุกคามชีวิต โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
- ในปี 2568 พบข่าวความรุนแรงสูงถึง 1,021 ข่าว
- กรณีการฆ่ากันตายสูงถึง 383 ข่าว หรือคิดเป็น 37.51%
- ความรุนแรงจากแฟนหรือคู่รักคิดเป็นสัดส่วน 25.53%
ทำไมกฎหมายฉบับภาคประชาชนถึงสำคัญ?
กฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบโดยรวบรวมรายชื่อจากประชาชนกว่า 23,989 คน เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกการช่วยเหลือจะเข้าถึงปัญหาหน้างานจริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์พักพิง หรือการคุ้มครองเด็กให้พ้นจากสภาวะเสี่ยง การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกรรมาธิการจะช่วยให้กฎหมายมีความสมบูรณ์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ถูกกระทำอย่างแท้จริง
ในฝั่งของรัฐบาล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ได้ยืนยันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในระเบียบวาระแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนทางธุรการด้านการเงินเนื่องจากต้องมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนศูนย์พักพิง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สังคมหวังว่าจะจบลงโดยเร็วที่สุด เพราะทุกนาทีที่ล่าช้า อาจหมายถึงชีวิตและความปลอดภัยของใครอีกหลายคนในครอบครัว
ท้ายที่สุดนี้ เราเชื่อว่าความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่รัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองอย่างเด็ดขาด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาฯ จะเล็งเห็นถึงความสำคัญและผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านออกมาใช้งาน เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับทุกคนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ที่มา – วอนเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน