วัน แบงค็อก 2 ปี ทราฟฟิก 40 ล้านคน

วัน แบงค็อก 2 ปี ทราฟฟิก 40 ล้านคน สะท้อนความสำเร็จของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ หลังเปิดให้บริการและสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้คนอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โครงการสามารถต้อนรับผู้เข้าใช้บริการรวมสูงถึง 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีแรก ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทำเล รวมถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ สำนักงาน ที่พักอาศัย และพื้นที่ความบันเทิงที่รวมอยู่ในโครงการเดียวกัน

วัน แบงค็อก 2 ปี ทราฟฟิก 40 ล้านคน กับการเติบโตต่อเนื่อง

น.ส.พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการวัน แบงค็อก เปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้บริการตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแบ่งเป็นกลุ่มคนทำงานและผู้พักอาศัยภายในโครงการประมาณ 50% ส่วนอีก 50% เป็นลูกค้าภายนอก สัดส่วนนี้สะท้อนว่าโครงการไม่ได้พึ่งพาเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือผู้พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดผู้คนจากพื้นที่อื่นให้เดินทางเข้ามาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก

บรรยากาศในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ยังคึกคักไม่แพ้วันทำงาน เนื่องจากลูกค้าเข้ามารับประทานอาหาร ชอปปิง พบปะเพื่อน และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการ ขณะเดียวกัน การมีร้านค้าและบริการหลากหลายประเภทช่วยให้วัน แบงค็อกกลายเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำ

วัน แบงค็อก 2 ปี ทราฟฟิก 40 ล้านคน ดันสมาชิกและร้านค้า

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำ คือโปรแกรมสมาชิกและระบบรอยัลตี้ ปัจจุบันมีสมาชิกสะสมประมาณ 300,000 ราย ฐานสมาชิกดังกล่าวช่วยให้โครงการสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ทั้งการนำเสนอสิทธิพิเศษ โปรโมชั่น และกิจกรรมที่เหมาะกับความสนใจของแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ยังช่วยเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการเพื่อนำไปพัฒนาแคมเปญในอนาคต

ด้านอัตราการเช่าพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 96% และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 98% ภายในสิ้นปี ความสำเร็จนี้เกิดจากการคัดเลือกแบรนด์ที่หลากหลายและการวางตำแหน่งโครงการให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้าทั่วไป โดยมีทั้งแฟชั่น อาหาร เครื่องดื่ม ความบันเทิง และบริการที่ตอบสนองคนหลายวัย

  • มีผู้เข้าใช้บริการรวม 40 ล้านคนในช่วง 2 ปี
  • จำนวนทราฟฟิกเติบโตประมาณ 30% จากปีแรก
  • มีสมาชิกโปรแกรมรอยัลตี้ประมาณ 300,000 ราย
  • มีแบรนด์แฟชั่นเปิดให้บริการมากกว่า 500 แบรนด์
  • มีร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 400 แบรนด์
  • อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 96% และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 98%

เดินหน้าเพิ่มอาคารสำนักงานและกิจกรรมใหม่

แนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการย้ายเข้ามาของกลุ่มประชากรออฟฟิศในอาคารทาวเวอร์ 3, 4 และ 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติชั้นนำ เช่น อโกด้า ไมโครซอฟต์ และเน็ตฟลิกซ์ นอกจากนี้ อาคารทาวเวอร์ 2 มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม การเพิ่มจำนวนอาคารสำนักงานจะช่วยขยายฐานผู้ใช้บริการในวันทำงาน และเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อได้มากขึ้น

โครงการยังเตรียมยกระดับยอดใช้จ่ายต่อคน ผ่านกิจกรรมและแคมเปญที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี โดยเน้นเทศกาลสำคัญที่ผู้คนให้ความสนใจ เช่น ตรุษจีน คริสต์มาส และงานเคาท์ดาวน์ การจัดงานในลักษณะนี้ไม่เพียงเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน แต่ยังช่วยสร้างภาพจำและทำให้ลูกค้ามีเหตุผลในการกลับมาใช้บริการซ้ำ

แบรนด์ใหม่เติมสีสันให้ประสบการณ์ชอปปิง

วัน แบงค็อกเตรียมต้อนรับแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีก หนึ่งในไฮไลต์คือสึทายะ สโตร์ ซึ่งเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงเอ็ดดิกเต็ด แบรนด์แฟชั่นจากอเมริกาที่มุ่งตอบโจทย์กลุ่มเจนแซด นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำในร่มสำหรับครอบครัว และเช็คเมท ร้านอาหารบนรูฟท็อปที่ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านอาหารและประสบการณ์ชมวิวเมือง

การเพิ่มร้านค้าและสถานที่รูปแบบใหม่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้โครงการเข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ ครอบครัว นักท่องเที่ยว ไปจนถึงกลุ่มคนทำงานและผู้พักอาศัย การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจึงมีความสำคัญมากกว่าการมีร้านค้าจำนวนมากเพียงอย่างเดียว เพราะผู้บริโภคยุคนี้มองหาสถานที่ที่สามารถใช้เวลาได้หลากหลาย และมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจสำหรับการบอกต่อบนโลกออนไลน์

การแข่งขันในย่านสีลม-พระราม 4 เป็นโอกาส

สำหรับภาพรวมตลาดค้าปลีกในย่านสีลม-พระราม 4 การเกิดขึ้นของโครงการใหม่และคู่แข่งไม่ได้หมายถึงแรงกดดันเพียงด้านเดียว แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการเดินทาง กำลังซื้อ และความต้องการของผู้บริโภค การแข่งขันสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพร้านค้า บริการ และกิจกรรมให้ตอบโจทย์ผู้คนมากยิ่งขึ้น

มุมมองที่น่าสนใจคือ ตลาดค้าปลีกไทยยังมีกำลังซื้อ แต่ศูนย์การค้าต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่ซื้อสินค้า แต่ยังมองหาความสะดวก ความบันเทิง อาหารที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับเวลา ดังนั้น การเติบโตของวัน แบงค็อกจึงขึ้นอยู่กับการรักษาคุณภาพ พร้อมพัฒนาแนวคิดใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอยู่เสมอ หากโครงการทำได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ชอปปิง รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมกับครอบครัว วัน แบงค็อกถือเป็นจุดหมายที่น่าติดตามในช่วงต่อไป เพราะการเปิดแบรนด์ใหม่และสวนน้ำในร่มจะช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้มาเยือนมากขึ้น ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ควรวางแผนไปเยี่ยมชมและติดตามแคมเปญของโครงการอย่างใกล้ชิด

ที่มา – วัน แบงค็อก 2 ปี ทราฟฟิด 40 ล้านคน เดินหน้าเปิดแบรนด์ดัง-สวนน้ำในร่มต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *