สมาคมกีฬาได้เฮ งบปีหน้าไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว

สมาคมกีฬาได้เฮ หลัง “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เปิดเผยข่าวดีเกี่ยวกับงบประมาณสนับสนุนวงการกีฬาในปี 2570 โดยยืนยันว่า ทุกสมาคมกีฬาจะได้รับงบประมาณไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้ช่วยสร้างความสบายใจให้กับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ที่กำลังเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติและการแข่งขันซีเกมส์ในช่วงปลายปีหน้า

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5 ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้บริหารและตัวแทนจากหน่วยงานกีฬาหลายฝ่ายเข้าร่วม ทั้งรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงตัวแทนจากสมาคมกีฬาชนิดต่าง ๆ

สมาคมกีฬาได้เฮ งบปีหน้าไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬาหลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เนื่องจากมีการแบ่งเกรดสมาคมออกเป็น 4 กลุ่ม และกำหนดวงเงินแบบตายตัว โดยอาศัยระบบประเมินที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยพิจารณา เช่น สมาคมในกลุ่มสูงสุดอาจได้รับงบประมาณ 35 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มรองลงมาได้รับประมาณ 17.5 ล้านบาท

แนวทางดังกล่าวทำให้หลายสมาคมรู้สึกว่า งบประมาณที่ได้รับไม่สอดคล้องกับภารกิจและผลงานจริง โดยเฉพาะสมาคมที่ต้องดูแลนักกีฬาในหลายรายการตลอดทั้งปี ทั้งการเก็บตัว ฝึกซ้อม เดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน ค่าผู้ฝึกสอน และค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา หากได้รับงบไม่เพียงพอ ก็อาจกระทบต่อการเตรียมทีมและโอกาสในการสร้างผลงาน

เหตุผลที่สมาคมกีฬาได้เฮในปี 2570

ผศ.พิมล ยกตัวอย่างสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างผลงานโดดเด่นในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น แต่กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 17 ล้านบาท ตัวเลขนี้อาจไม่เพียงพอสำหรับการดูแลนักกีฬาตลอดฤดูกาล เพราะยังมีภารกิจสำคัญอย่างการแข่งขันซีเกมส์ในช่วงปลายปี 2570 ที่ต้องเริ่มเตรียมตัวและเก็บตัวนักกีฬาตั้งแต่เดือนมกราคม

นอกจากกรีฑาแล้ว สมาคมกีฬาอื่น ๆ ก็มีภารกิจแตกต่างกันไป บางชนิดกีฬาต้องส่งนักกีฬาไปแข่งขันในต่างประเทศหลายรายการ ขณะที่บางสมาคมต้องลงทุนกับอุปกรณ์ที่มีราคาสูง การแบ่งงบแบบเดียวกันโดยไม่พิจารณารายละเอียดของแต่ละกีฬา จึงอาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำงานและไม่สามารถใช้ศักยภาพของนักกีฬาได้เต็มที่

ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาหลายแห่งได้ทักท้วงและยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติแล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับคะแนนหรือการเพิ่มลดงบประมาณ การที่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยสะท้อนปัญหา จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการประสานงานระหว่างสมาคมกีฬา หน่วยงานรัฐ และกองทุนกีฬา

รัฐเตรียมจัดงบสนับสนุนสมาคมกีฬา

หลังจากหารือร่วมกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะพยายามจัดสรรงบประมาณให้ทุกสมาคมกีฬาในปี 2570 ได้รับเงินไม่น้อยกว่าปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ยังไม่มีการใช้ระบบตัดเกรดแบบ A, B, C และ D

คำยืนยันนี้ทำให้ สมาคมกีฬาได้เฮ และสามารถวางแผนการทำงานได้มั่นใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบประมาณยังต้องผ่านขั้นตอนตามระบบราชการและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น สมาคมกีฬาจึงควรติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำแผนการใช้เงินให้ชัดเจนและตรวจสอบได้

  • วางแผนเก็บตัวนักกีฬาให้สอดคล้องกับปฏิทินการแข่งขัน
  • จัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
  • พัฒนาระบบบัญชีและเอกสารให้โปร่งใส
  • สื่อสารปัญหาและความต้องการกับหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้ข้อมูลผลงานของนักกีฬาเป็นหลักฐานประกอบการขอรับงบประมาณ

ผลงานนักกีฬาไทยสะท้อนความคุ้มค่าของการลงทุน

เหตุผลที่ภาครัฐควรสนับสนุนวงการกีฬาอย่างต่อเนื่อง คือผลงานของนักกีฬาไทยมีพัฒนาการที่ชัดเจน ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยคว้าได้ 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง รวมทั้งหมด 52 เหรียญรางวัล นอกจากจำนวนเหรียญแล้ว ยังมีผลงานที่สร้างประวัติศาสตร์ในหลายชนิดกีฬา

หนึ่งในนั้นคือ “เจ้าวิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้าเหรียญทองแบดมินตันชายเดี่ยวได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้นักกีฬาไทยยังไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการนี้ ขณะเดียวกัน ทีมขี่ม้าประเภทอีเวนติ้งชายก็สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้เช่นกัน

แม้บางชนิดกีฬาจะยังไม่ได้เหรียญรางวัล แต่สามารถทำสถิติส่วนตัวและสถิติทีมได้ดีขึ้น การพัฒนานักกีฬาจึงไม่ควรวัดจากเหรียญรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความก้าวหน้า ศักยภาพของนักกีฬา และระบบการพัฒนาระยะยาวร่วมด้วย

โดยสรุป ข่าว สมาคมกีฬาได้เฮ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อวงการกีฬาไทย เพราะงบประมาณที่ต่อเนื่องจะช่วยให้สมาคมสามารถเตรียมทีมได้เต็มที่และวางแผนระยะยาวได้ดีขึ้น สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือการจัดสรรงบให้ตรงเวลา โปร่งใส และเหมาะสมกับภารกิจของแต่ละชนิดกีฬา หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่านักกีฬาไทยจะมีโอกาสสร้างผลงานใหม่ ๆ และยกระดับวงการกีฬาไทยให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม

ที่มา – “สมาคมกีฬา” ได้เฮ “บิ๊กเอ” การันตีงบประมาณปีหน้าไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *