สหรัฐกดดันค่ายมือถือฮ่องกงถอนธุรกิจ

สหรัฐกดดันค่ายมือถือฮ่องกงถอนธุรกิจ หลังหน่วยงานกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ หรือ เอฟซีซี เดินหน้ากดดันบริษัทเอชเคที ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของฮ่องกง ให้ยุติการดำเนินงานทั้งหมดในประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติและความเชื่อมโยงกับบริษัทโทรคมนาคมของจีน

เอชเคทีเป็นบริษัทในเครือพีซีซีดับเบิลยู ซึ่งมีไชนา ยูนิคอม ของจีนเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ประเด็นดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐจับตาความเสี่ยงเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูล การเชื่อมต่อเครือข่าย และการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยังคงตึงเครียดทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง

สหรัฐกดดันค่ายมือถือฮ่องกงถอนธุรกิจ

รายงานระบุว่า เอฟซีซีแจ้งเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ว่ากำลังพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของเอชเคทีในสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าบริษัทอาจมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับไชนา ยูนิคอม ซึ่งเป็นบริษัทจีนที่ถูกสหรัฐตั้งข้อกังวลมานาน

ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด เอชเคทีจะยุติการให้บริการโทรคมนาคมทั้งภายในประเทศสหรัฐและบริการระหว่างประเทศ บริษัทต้องยื่นคำร้องต่อเอฟซีซีภายใน 30 วัน เพื่อขอเลิกให้บริการอย่างเป็นทางการ และต้องดำเนินการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 กันยายน 2570

ผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มของสหรัฐ

ข้อตกลงระหว่างเอชเคทีกับเอฟซีซีช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงกระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การถอนธุรกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทโทรคมนาคมจากฮ่องกงและจีนกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เอฟซีซีเคยสั่งห้ามไชนา โมบายล์ ไชนา เทเลคอม และไชนา ยูนิคอม ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศแก่สหรัฐ โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงในวงกว้าง มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสหรัฐกับบริษัทที่รัฐบาลวอชิงตันมองว่าอาจอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาลจีน

นอกจากการดำเนินการต่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมแล้ว สหรัฐยังเพิ่มความเข้มงวดกับห้องปฏิบัติการทดสอบและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน โดยเอฟซีซีมีมติห้ามห้องปฏิบัติการทดสอบของจีนตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2571 เป็นต้นไป

  • เตรียมจำกัดการเข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์ของสหรัฐโดยบริษัทโทรคมนาคมจีน
  • พิจารณาควบคุมผู้ให้บริการเครือข่ายไอพีของจีน
  • จับตาบริษัทที่ใช้อุปกรณ์จากหัวเว่ยและแซดทีอี
  • พิจารณาห้ามบริษัทจีนเชื่อมต่อกับเครือข่ายของสหรัฐ
  • ทบทวนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลจีนภายในสหรัฐ

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อผู้ประกอบการโทรคมนาคมในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการดำเนินงาน การให้บริการลูกค้าข้ามประเทศ และการวางแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับจีนอาจต้องตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล และพันธมิตรทางธุรกิจอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศที่เข้าไปดำเนินงาน

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกมาคัดค้านมาตรการของสหรัฐ โดยมองว่าเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวและเลือกปฏิบัติต่อบริษัทจีน พร้อมเตือนว่าอาจใช้มาตรการตอบโต้ หากรัฐบาลวอชิงตันยังคงเดินหน้าจำกัดธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของจีนอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐกดดันค่ายมือถือฮ่องกงถอนธุรกิจ จึงไม่ใช่เพียงกรณีพิพาทของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ยังสะท้อนการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะในยุคที่เครือข่ายโทรคมนาคม ข้อมูล และศูนย์ข้อมูลกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและความมั่นคง

ผู้บริโภคและภาคธุรกิจควรติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะมาตรการลักษณะนี้อาจเปลี่ยนแปลงเส้นทางการให้บริการ การโรมมิ่ง และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในอนาคต ประเด็นสำคัญคือทุกฝ่ายต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองความมั่นคงกับการรักษาการแข่งขันและคุณภาพบริการ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานต้องรับภาระจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มากเกินไป

ที่มา – สหรัฐบีบค่ายมือถือฮ่องกงถอนธุรกิจโทรคมนาคม อ้างภัยความมั่นคงจากจีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *