แม่นักเคลื่อนไหวการเมืองร้องกมธ.กฎหมายฯ ทวงเยียวยา

กรณีการหายตัวไปของนายสยาม ธีรวุฒิ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ยังคงเป็นประเด็นที่ครอบครัวและสังคมติดตามอย่างต่อเนื่อง หลังจากมารดา คือ นางกัญญา ธีรวุฒิ เข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ค้นหาพยานหลักฐาน และเร่งติดตามแนวทางเยียวยาครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 หรือเป็นเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว แต่ครอบครัวยังไม่ทราบชะตากรรมและไม่พบตัวนายสยาม การรอคอยที่ยาวนานส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ การดำเนินชีวิต และการจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ของครอบครัว โดยเฉพาะมารดาที่ต้องเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานรัฐหลายแห่งด้วยความหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับบุตรชาย

แม่นักเคลื่อนไหวการเมืองร้องกมธ.กฎหมายฯ ทวงเยียวยา

นางกัญญาได้พยายามใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อขอเอกสารรับรองเกี่ยวกับสถานะของนายสยาม โดยล่าสุดได้ดำเนินการผ่านศาลจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเป็นบุคคลสาบสูญ เอกสารดังกล่าวมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกรรม การจัดการทรัพย์สิน และการติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ของครอบครัว อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้ครอบครัวต้องขอความช่วยเหลือจากฝ่ายนิติบัญญัติ

การยื่นเรื่องครั้งนี้มีนายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาชน เป็นผู้ประสานและนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการ โดยมีนายปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน

แม่นักเคลื่อนไหวการเมืองร้องกมธ.กฎหมายฯ เพื่อค้นหาความจริง

นายศิริโรจน์กล่าวว่า นางกัญญาได้ติดตามเรื่องของบุตรชายมาอย่างต่อเนื่อง และพยายามติดต่อหน่วยงานภาครัฐทุกช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ทำให้ครอบครัวคลายข้อสงสัย แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่คดีและข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ การเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการจึงมีเป้าหมายเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง

สำหรับครอบครัวของผู้สูญหาย การได้รับทราบความจริงถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการพบตัว การค้นพบพยานหลักฐาน หรือการได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐ ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญต่อการเยียวยาจิตใจและการดำเนินชีวิตต่อไป การปล่อยให้ครอบครัวต้องรอโดยไม่มีกรอบเวลาหรือความคืบหน้า อาจทำให้ความทุกข์ยากยืดเยื้อและกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นในทุกวัน

บทบาทของคณะกรรมาธิการในการติดตามเรื่อง

นายปิยรัฐเปิดเผยว่า ได้ติดตามกรณีของนายสยามมาตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ขณะนั้นดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ และเคยนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมาแล้ว เมื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีนี้อีกครั้ง โดยครั้งล่าสุดเน้นไปที่การติดตามเอกสารที่มารดาของผู้สูญหายต้องการใช้ในปัจจุบัน

คณะกรรมาธิการมีแนวทางรับเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณา พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูล ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงาน และติดตามแนวทางช่วยเหลือครอบครัว การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขอเอกสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างครบถ้วนหรือไม่

นายปิยรัฐมองว่า เอกสารที่ครอบครัวต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การเยียวยาที่ล่าช้าอาจถือเป็นความไม่เป็นธรรมอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะครอบครัวไม่สามารถวางแผนชีวิตหรือจัดการเรื่องจำเป็นได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ร้องเป็นสำคัญ

ความช่วยเหลือที่ครอบครัวผู้สูญหายควรได้รับ

การช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญหายควรครอบคลุมหลายด้าน ไม่ใช่เพียงการติดตามตัวหรือการออกเอกสารเท่านั้น เพราะผลกระทบจากการสูญหายย่อมเกิดขึ้นทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ หน่วยงานต่าง ๆ จึงควรทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และแจ้งความคืบหน้าแก่ครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ

  • ด้านข้อเท็จจริง: เร่งรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และประสานหน่วยงานที่มีอำนาจสืบสวนเพื่อค้นหาความจริง
  • ด้านเอกสาร: อำนวยความสะดวกในการขอเอกสารเกี่ยวกับสถานะบุคคลสาบสูญ เพื่อให้ครอบครัวดำเนินธุรกรรมที่จำเป็นได้
  • ด้านการเยียวยา: พิจารณาความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเงิน และจิตใจ ตามสิทธิที่ครอบครัวพึงได้รับ
  • ด้านการสื่อสาร: แจ้งผลการดำเนินงานตามระยะเวลาที่เหมาะสม และเปิดช่องทางให้ครอบครัวสอบถามข้อมูลได้โดยตรง

กรณีแม่นักเคลื่อนไหวการเมืองร้องกมธ.กฎหมายฯ ทวงเยียวยา จึงสะท้อนปัญหาของครอบครัวผู้สูญหายที่ต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนเป็นเวลานาน การติดตามเรื่องโดยคณะกรรมาธิการอาจช่วยผลักดันให้หน่วยงานรัฐกลับมาให้ความสำคัญกับคดีมากขึ้น และทำให้ครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจนกว่าเดิม

สิ่งสำคัญที่สุดคือกระบวนการทุกขั้นตอนต้องยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ครอบครัวไม่ควรถูกปล่อยให้เผชิญความเงียบหรือความล่าช้าเพียงลำพัง สังคมควรช่วยติดตามและเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้สูญหายและครอบครัวได้รับความเป็นธรรมตามหลักกฎหมาย

ในมุมมองของผู้เขียน การเยียวยาที่แท้จริงควรเริ่มจากการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและการทำงานของรัฐที่ตรวจสอบได้ หากทุกหน่วยงานร่วมมือกันอย่างจริงจัง ครอบครัวของนายสยามย่อมมีโอกาสได้รับความชัดเจนและก้าวต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี ผู้อ่านสามารถติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้และร่วมส่งเสียงสนับสนุนให้เกิดการค้นหาความจริงต่อไป

ที่มา – แม่นักเคลื่อนไหวการเมืองร้องกมธ.กฎหมายฯ ช่วยทวงเยียวยา-คืนความเป็นธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *