จับตา! บอร์ด กสทช. อังคารนี้ออกทางไหน?

จับตา! บอร์ด กสทช. อังคารนี้ออกทางไหน? กลายเป็นคำถามสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเกิดความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จนเกิดเหตุการณ์ประชุมซ้อนกันถึง 2 ห้อง

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นต่างภายในบอร์ด กสทช. อย่างชัดเจน โดยกรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน ได้จัดประชุมนัดพิเศษที่ชั้น 12 เพื่อเร่งพิจารณาวาระที่ค้างสะสม ขณะที่สำนักงาน กสทช. ยืนยันการจัดประชุมตามกำหนดการของประธาน กสทช. ที่ชั้น 2 ความเคลื่อนไหวนี้จึงนำไปสู่คำถามด้านอำนาจหน้าที่ ขั้นตอนการประชุม และสถานะทางกฎหมายของมติที่เกิดขึ้น

จับตา! บอร์ด กสทช. อังคารนี้ออกทางไหน?

การประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คน ซึ่งมีนายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ผู้มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ขณะนี้รายงานการประชุมอยู่ระหว่างการตรวจทานรายละเอียด ก่อนนำเข้าสู่การรับรองในการประชุมครั้งต่อไป โดยกำหนดการสำคัญอยู่ที่วันอังคารและวันพฤหัสบดีในสัปดาห์นี้

แหล่งข่าวระบุว่า รายงานการประชุมจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีรายละเอียดการอภิปรายและข้อเสนอจำนวนมาก หากที่ประชุมรับรองรายงานแล้ว จะมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด คือไม่เกิน 30 วัน ประเด็นนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่ามติจากการประชุมดังกล่าวจะเดินหน้าต่อได้มากน้อยเพียงใด

จับตา! บอร์ด กสทช. อังคารนี้ออกทางไหน? กับ 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อพิจารณาจากท่าทีของแต่ละฝ่าย มีแนวโน้มว่าการประชุมในสัปดาห์นี้อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ โดยแต่ละฉากทัศน์มีผลต่อการทำงานขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชนแตกต่างกัน ดังนี้

  • เดินหน้าจัดประชุมตามนัด: กรรมการ 6 คนอาจประชุมต่อเนื่องตามกำหนด โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมและอำนาจของประธานในที่ประชุมเป็นหลัก หากดำเนินการได้อย่างราบรื่น ก็จะช่วยให้วาระที่ค้างอยู่ได้รับการพิจารณา
  • เกิดการคัดค้านหรือขัดขวาง: หากมีความพยายามไม่ให้การประชุมเกิดขึ้น อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนหรือการดำเนินคดี โดยเฉพาะประเด็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
  • เจรจาหาทางออกร่วมกัน: อีกแนวทางหนึ่งคือการเปิดโต๊ะพูดคุยระหว่างกรรมการและสำนักงาน กสทช. เพื่อกำหนดขั้นตอนการประชุมที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งอาจช่วยลดความขัดแย้งและป้องกันปัญหาบานปลาย

สำหรับประเด็นฝ่ายเลขานุการ สำนักงาน กสทช. เคยตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการประชุม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวฝ่ายกรรมการ 6 คนยืนยันว่า การประชุมยังเป็นไปตามข้อบังคับ เพราะหากฝ่ายเลขานุการหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมได้ ประธานในที่ประชุมสามารถวินิจฉัยและเชิญเจ้าหน้าที่ในลำดับรองลงมาปฏิบัติหน้าที่แทน

ข้อถกเถียงนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องสถานที่หรือเวลาในการประชุมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตีความข้อบังคับ อำนาจของประธานชั่วคราว และความสมบูรณ์ขององค์ประชุม หากแต่ละฝ่ายยืนยันแนวทางของตัวเองโดยไม่มีการประสานงานที่ชัดเจน ก็มีโอกาสทำให้เกิดมติหลายชุดและเพิ่มภาระให้หน่วยงานตรวจสอบหรือศาลต้องเข้ามาวินิจฉัยในอนาคต

ประเด็นกฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องระวัง

แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า หากมีการขัดขวางไม่ให้กรรมการทั้ง 6 คนปฏิบัติหน้าที่ อาจมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยเฉพาะกรณีที่ถูกมองว่าเป็นการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม การจะชี้ว่าการกระทำใดเข้าข่ายความผิดหรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร และอำนาจหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากเอกสารทางการและถ้อยแถลงของหน่วยงานเป็นหลัก ไม่ควรด่วนสรุปจากกระแสข่าวหรือข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะประเด็นนี้มีทั้งมิติทางกฎหมายและผลกระทบต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม โทรทัศน์ และวิทยุของประเทศ

จับตา! บอร์ด กสทช. อังคารนี้ออกทางไหน? คำตอบอาจขึ้นอยู่กับว่าการประชุมจะเดินหน้าได้หรือไม่ สำนักงาน กสทช. จะอำนวยความสะดวกอย่างไร และกรรมการแต่ละฝ่ายจะเลือกใช้การเจรจาหรือเดินหน้าต่อสู้ตามข้อกฎหมาย หากทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและประโยชน์สาธารณะ เชื่อว่ายังมีโอกาสคลี่คลายข้อพิพาทได้

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร เรื่องนี้ควรถูกจับตาในฐานะบททดสอบสำคัญขององค์กรอิสระ เพราะไม่ว่าผลประชุมจะออกมาอย่างไร สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือกระบวนการที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และไม่ทำให้ภารกิจด้านการสื่อสารของประเทศหยุดชะงัก

ที่มา – จับตา! “บอร์ด กสทช.” อังคารนี้ออกทางไหน?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *