ณัฐวุฒิแจง ทักษิณปัดข่าวเปิดดีลแลกเสียงโหวตเพื่อไทย
ประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวว่าอาจมีการเปิดข้อตกลงทางการเมือง เพื่อแลกกับเสียงสนับสนุนของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมเผยภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ และอธิบายข้อเท็จจริงในหลายประเด็น
สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่กระบวนการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานะคดีและประวัติของนายทักษิณ โดยนายณัฐวุฒิระบุว่า คดีของนายทักษิณที่มีคำพิพากษาและมีโทษจำคุกนั้นไม่มีคดีใดที่ยังเหลือโทษจำคุกอีกแล้ว หลังจากได้รับการปล่อยตัว ทุกอย่างถือว่าเข้าสู่ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
ณัฐวุฒิแจง ทักษิณปัดข่าวเปิดดีลแลกเสียงโหวตเพื่อไทย
นายณัฐวุฒิอธิบายว่า การยื่นคำร้องเพื่อขอให้พิจารณาลบประวัติอาชญากรรม เป็นการใช้สิทธิที่กฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ ไม่ใช่การขอสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล โดยเหตุผลสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาพิจารณาคือ คดีหลายเรื่องมีจุดเริ่มต้นจากอำนาจของคณะรัฐประหาร ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของคำร้องจะเป็นอย่างไรยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
ขั้นตอนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงการพิจารณาของคณะอนุกลั่นกรอง จึงยังไม่ควรสรุปผลล่วงหน้า นายณัฐวุฒิย้ำว่า สิทธิในการยื่นเรื่องเป็นของผู้ยื่นคำร้อง ขณะที่อำนาจในการตัดสินใจเป็นของคณะกรรมการ ดังนั้น ทุกฝ่ายควรปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปตามกรอบเวลาที่กำหนด และรอผลอย่างเป็นทางการ
ประเด็นคดีและการพิจารณาตามกฎหมาย
สำหรับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ยังอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ นายณัฐวุฒิระบุว่า จะต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากคดีลักษณะดังกล่าวมีข้อยกเว้นระบุไว้ชัดเจนในพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข การดำเนินการใด ๆ จึงต้องแยกออกจากประเด็นการขอลบประวัติอาชญากรรม และไม่ควรนำมาปะปนกันจนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้เปิดช่องทางให้ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องสามารถดำเนินการได้ทั้งการยื่นโดยตรงที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และการส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้ยื่นคำร้องผ่านช่องทางใดบ้าง อาจมีทั้งผู้ยื่นรายเดียวหรือหลายราย ซึ่งทุกคำร้องจะต้องได้รับการตรวจสอบตามขั้นตอนที่กำหนด
- การยื่นคำร้องต้องอยู่ภายใต้กรอบสิทธิที่กฎหมายกำหนด
- คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
- ผลการพิจารณาควรเปิดเผยต่อสาธารณะตามหลักความโปร่งใส
- กรอบเวลาที่ประกาศไว้กำหนดให้ดำเนินการทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ณัฐวุฒิชี้ข่าวเปิดดีลยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่านายทักษิณอาจเปิดดีลกับคณะกรรมการ เพื่อแลกกับเสียงโหวตของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายณัฐวุฒิมองว่าอาจเป็นทั้งข่าวปลอมและข้อตกลงปลอม เพราะเมื่อพิจารณาสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ รัฐบาลไม่ได้อยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญแรงกดดันเรื่องคะแนนเสียงอย่างหนัก เขาจึงเห็นว่าข่าวดังกล่าวยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะนำมาเชื่อมโยงกับกระบวนการพิจารณาคำร้อง
นายณัฐวุฒิยังให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ภายในพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาที่กระทบต่อเสถียรภาพอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน แกนนำฝ่ายค้านเพิ่งปรับบางพรรคออกจากวิปฝ่ายค้าน ทำให้สมการทางการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่คะแนนสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น และคะแนนของฝ่ายค้านลดลง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่น่าจะมีเงื่อนไขทางการเมืองที่จำเป็นต้องนำเรื่องการยื่นคำร้องมาแลกเปลี่ยนกับการลงมติ
การชี้แจงครั้งนี้จึงเป็นการแยกสองประเด็นออกจากกันอย่างชัดเจน ประเด็นแรกคือกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นคำร้องและการตรวจสอบประวัติ ส่วนประเด็นที่สองคือเกมการเมืองในสภา ทั้งสองเรื่องอาจถูกพูดถึงในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเกี่ยวข้องกันโดยตรง การนำข่าวลือมาเชื่อมโยงโดยไม่มีหลักฐานอาจทำให้ประชาชนสับสน และทำให้การติดตามข้อเท็จจริงทำได้ยากขึ้น
ในมุมของนายณัฐวุฒิ ผู้เกี่ยวข้องควรปล่อยให้คณะกรรมการทำหน้าที่ตามกฎหมาย โดยไม่กดดันหรือชี้นำผลลัพธ์ล่วงหน้า กรอบเวลาที่กำหนดไว้ประมาณ 6 เดือนจะช่วยให้ทุกฝ่ายมีโอกาสตรวจสอบข้อมูลอย่างครบถ้วน และทำให้สังคมเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวดำเนินไปอย่างไร ผลลัพธ์สุดท้ายไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็ควรได้รับการประกาศอย่างชัดเจน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังหรือปล่อยให้เกิดการคาดเดา
นายณัฐวุฒิยังสะท้อนมุมมองทางการเมืองว่า เมื่อคณะรัฐประหารสามารถออกกฎหมายหรือดำเนินการนิรโทษกรรมให้ตนเองได้ตั้งแต่ช่วงแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจก็ควรมีสิทธิใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีและปกป้องสิทธิของตนเองจนถึงที่สุด ความเห็นนี้เป็นจุดยืนทางการเมืองของนายณัฐวุฒิ และควรพิจารณาควบคู่กับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยสรุป ข่าวเรื่องการเปิดดีลแลกเสียงโหวตยังเป็นเพียงกระแสที่นายณัฐวุฒิออกมาปฏิเสธและตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเฟคนิวส์ ขณะที่การยื่นคำร้องของนายทักษิณยังต้องเดินหน้าตามขั้นตอนของคณะกรรมการ ผู้สนใจควรติดตามเอกสารและประกาศอย่างเป็นทางการ มากกว่าตัดสินจากข้อความที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว สำหรับมุมมองส่วนตัว การเปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใสจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ประชาชนประเมินข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง
ที่มา – ‘ณัฐวุฒิ’ แจงปม ‘ทักษิณ’ ปัดข่าวเปิดดีลแลกเสียงโหวตเพื่อไทย
