มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น PTG เติบโตยั่งยืน
การดำเนินธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภค นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ได้วัดกันเพียงผลกำไรหรือการขยายสาขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความโปร่งใสในการบริหารงาน การเปิดเผยข้อมูล และการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลด้วย กรณีของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะบริษัทได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ 5 ดาว หรือระดับดีเลิศ จากโครงการ Corporate Governance Report of Thai Listed Companies ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD โดยได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนว่า มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น ไม่ใช่เพียงแนวคิดในการสื่อสารองค์กร แต่เป็นแนวทางที่ PTG นำมาใช้ในการบริหารจัดการอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน การดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้น ไปจนถึงการสร้างระบบตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินทิศทางธุรกิจได้อย่างรอบด้าน และช่วยสร้างความไว้วางใจต่อองค์กรในระยะยาว
มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น สร้างรากฐานธุรกิจ PTG
การได้รับการประเมินระดับดีเลิศถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ เพราะการกำกับดูแลกิจการที่ดีไม่สามารถเกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องอาศัยนโยบายที่ชัดเจน กระบวนการทำงานที่ตรวจสอบได้ และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบ
สำหรับ PTG การได้รับ 5 ตราสัญลักษณ์ในโครงการ CGR ประจำปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจรอย่างมีมาตรฐาน บริษัทให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และสังคม โดยพยายามรักษาความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม
มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น ผ่านหลักธรรมาภิบาล
หัวใจสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ คือการทำให้ทุกกระบวนการมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงเวลา ช่วยลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจของนักลงทุน ขณะเดียวกัน การกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารอย่างชัดเจน ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่อาจไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ขององค์กร
นอกจากนี้ การดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลยังครอบคลุมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม การเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบ เมื่อหลักการเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริง ก็จะช่วยให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือ และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีขึ้น
- เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน: ช่วยให้ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
- ตรวจสอบได้: มีกระบวนการกำกับดูแลและระบบควบคุมภายในที่ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน
- รับผิดชอบต่อสังคม: คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม
- ยึดมั่นใน ESG: เชื่อมโยงการเติบโตของธุรกิจกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ
ความโปร่งใสกับแนวทาง ESG ของ PTG
แนวทาง ESG กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ เพราะนักลงทุนไม่ได้มองเฉพาะรายได้หรือกำไรของบริษัทเท่านั้น แต่ยังพิจารณาว่าองค์กรมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากน้อยเพียงใด PTG จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลัก ESG ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบกำกับดูแลกิจการ
ในมิติสิ่งแวดล้อม ธุรกิจพลังงานจำเป็นต้องตระหนักถึงการใช้ทรัพยากร การจัดการของเสีย และการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน ส่วนในมิติสังคม บริษัทต้องดูแลพนักงาน ลูกค้า และชุมชนโดยรอบอย่างเหมาะสม ขณะที่มิติการกำกับดูแลจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างมีระบบ มีจริยธรรม และสามารถติดตามตรวจสอบได้
การผสานธรรมาภิบาลเข้ากับ ESG จึงช่วยให้ PTG มองการเติบโตได้กว้างกว่าผลประกอบการระยะสั้น บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เมื่อองค์กรมีความรับผิดชอบและสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ก็ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในกลุ่มนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ
ผลต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และธุรกิจพลังงาน
รางวัลหรือผลประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองชื่อเสียงของบริษัท แต่ยังมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนด้วย เพราะข้อมูลด้านธรรมาภิบาลช่วยสะท้อนคุณภาพการบริหาร ความรอบคอบในการจัดการความเสี่ยง และความสามารถขององค์กรในการรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เมื่อ PTG สามารถรักษามาตรฐานการบริหารงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทก็จะมีพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการขยายธุรกิจพลังงานครบวงจร การสร้างความน่าเชื่อถือยังช่วยเพิ่มโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมในอนาคต ที่สำคัญคือช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่สร้างภาระให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมเกินความจำเป็น
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG ระบุว่า ผลการประเมินระดับดีเลิศเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท และสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาระบบกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมดำเนินงานตามแนวทาง ESG เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ก้าวต่อไปของ PTG กับความเชื่อมั่นระยะยาว
แม้การได้รับการประเมินระดับ 5 ดาวจะเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ แต่การรักษามาตรฐานให้ต่อเนื่องถือเป็นความท้าทายที่สำคัญกว่า PTG จำเป็นต้องติดตามความคาดหวังของนักลงทุนและสังคมอยู่เสมอ รวมถึงปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี กฎระเบียบ และรูปแบบการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน
ในมุมมองของผู้เขียน มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น เพราะความโปร่งใสทำให้องค์กรได้รับความไว้วางใจ และความไว้วางใจคือทุนสำคัญของการเติบโตระยะยาว หาก PTG สามารถรักษาหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจและการดูแลสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ชุมชน และประเทศได้อย่างยั่งยืน ติดตามพัฒนาการของ PTG และร่วมสนับสนุนธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส เพื่อให้ตลาดทุนไทยเติบโตบนพื้นฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน
ที่มา – มาตรฐานงานโปร่งใสหนุนเชื่อมั่น