ม็อบรถบรรทุกยื่นข้อเสนอ ส่งฟ้องกักตุนน้ำมัน 24 ราย

ม็อบรถบรรทุกยื่นข้อเสนอ ส่งฟ้องกักตุนน้ำมัน 24 ราย

กระทรวงพลังงานเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคการขนส่ง หลังกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกและโลจิสติกส์เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ทบทวนการลดราคาและโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้า และรายได้ของผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากักตุนน้ำมัน โดยมีการส่งฟ้องแล้ว 24 ราย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมัน ค่าแรง ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ประกอบการจึงต้องการให้ภาครัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน รวมถึงสร้างความเป็นธรรมในโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องผลักภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภค

ม็อบรถบรรทุกยื่นข้อเสนอ ส่งฟ้องกักตุนน้ำมัน 24 ราย เดินหน้าหารือรัฐ

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้นำการเคลื่อนไหวของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยข้อเสนอหลักเกี่ยวข้องกับการลดราคาน้ำมันและการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

กระทรวงพลังงานระบุว่าเข้าใจภาระหนักของผู้ประกอบการขนส่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงสงครามรัสเซียและยูเครนในปี 2565 ราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 เท่า ปัจจัยดังกล่าวกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศและทำให้ต้นทุนการเดินรถเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมนำข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เสนอต่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีแผนเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเข้าหารือกับรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาแนวทางช่วยเหลือที่สามารถปฏิบัติได้จริง

ความคืบหน้าคดีกักตุนน้ำมัน ส่งฟ้องแล้ว 24 ราย

สำหรับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ว่าได้ส่งฟ้องผู้ต้องสงสัยจำนวน 24 รายแล้ว ในจำนวนนี้มีผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รวมอยู่ด้วย ภาครัฐยืนยันว่าจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการสร้างความปั่นป่วนในตลาดน้ำมันและรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

ในสัปดาห์หน้า DSI จะได้รับเชิญให้เข้าหารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินคดีและการตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายกักตุนน้ำมัน การประชุมครั้งนี้จะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานประสานกันมากขึ้น และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงพลังงานต้องการให้คดีดังกล่าวเดินหน้าอย่างโปร่งใส เพราะปัญหาการกักตุนหรือการเอาเปรียบในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนอาจทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง หากมีการกักเก็บน้ำมันเพื่อหวังเก็งกำไร อาจทำให้ปริมาณสินค้าในตลาดลดลง เกิดความเข้าใจผิด และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาขายปลีก ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีตามหลักฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ

มาตรการลดต้นทุนและดูแลโครงสร้างราคาน้ำมัน

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรับทราบถึงความเดือดร้อนของภาคการขนส่งเป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมา กระทรวงได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างบางส่วนแล้ว หนึ่งในนั้นคือการตัดต้นทุนที่ถูกเรียกว่า ต้นทุนทิพย์ ซึ่งสะสมมานานกว่า 22 ปี มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระให้ประชาชนได้ประมาณ 10,800 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังนำผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นมาช่วยลดราคาหน้าโรงกลั่นแล้วเกือบ 32,000 ล้านบาท และจะติดตามผลประโยชน์ส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาระค่าน้ำมันของประชาชน พร้อมส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น B20 และ E20 เพื่อช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้รถ

  • ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง: ภาครัฐระบุว่าการตัดต้นทุนทิพย์ช่วยลดภาระประชาชนได้หลายพันล้านบาทต่อปี
  • ติดตามผลประโยชน์โรงกลั่น: นำส่วนเกินมาพิจารณาช่วยลดราคาหน้าโรงกลั่นและดูแลราคาขายปลีก
  • ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ: ผลักดัน B20 และ E20 เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
  • บังคับใช้กฎหมาย: ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่อาจกักตุนน้ำมันหรือสร้างความไม่เป็นธรรมในตลาด

ส่วนข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน กระทรวงพลังงานระบุว่าจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการลดภาษีอาจกระทบต่อรายได้ของรัฐและภาระผูกพันในอนาคต อย่างไรก็ตาม หน่วยงานยืนยันว่าจะพยายามดูแลโครงสร้างราคาให้เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการขนส่ง และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศควบคู่กัน

สำหรับข้อเสนอ 10 ข้อของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ บางส่วนอยู่ระหว่างการดำเนินการแล้ว เช่น การลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น การติดตามผู้กักตุนน้ำมัน และการแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในระบบพลังงาน กระทรวงพลังงานพร้อมรับฟังข้อเสนอทั้งหมด และจะนำข้อมูลจากภาคเอกชนไปประกอบการพิจารณานโยบายในระยะต่อไป

ภาพรวมของประเด็นนี้สะท้อนว่า การแก้ปัญหาราคาน้ำมันจำเป็นต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว การช่วยเหลือเฉพาะหน้าอาจบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการได้ แต่การปรับโครงสร้างราคาอย่างเป็นธรรม การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบพลังงานมากกว่าในระยะยาว

ประชาชนและผู้ประกอบการควรติดตามผลการหารือระหว่างกระทรวงพลังงานกับ DSI ในสัปดาห์หน้า รวมถึงรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือที่จะประกาศออกมา หากทุกฝ่ายร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและเดินหน้าแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก็มีโอกาสลดแรงกดดันด้านต้นทุนและทำให้ภาคขนส่งผ่านช่วงวิกฤตไปได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ส่งทีมสุดซอยรับข้อเสนอม็อบรถบรรทุก แจ้งคืบหน้าจับกักตุนน้ำมัน ส่งฟ้องแล้ว 24 ราย สัปดาห์หน้าถกดีเอสไอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *