สมาคมกีฬาวอนรัฐบาลอย่าโฟกัสผิดจุด

ประเด็นงบประมาณการกีฬาไทยกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังสมาคมกีฬาออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางจัดสรรงบ โดยมองว่าปัจจุบันหลายฝ่ายอาจกำลังให้ความสำคัญกับประเด็นที่ไม่ใช่หัวใจหลัก ขณะที่ภารกิจด้านกีฬาเป็นเลิศ ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ กลับได้รับงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนานักกีฬาและเตรียมทีมแข่งขันระดับนานาชาติ

ข้อเรียกร้องครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของวงการกีฬาไทยที่ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการจัดสรรเงินเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมตั้งแต่การค้นหานักกีฬาดาวรุ่ง การพัฒนาผู้ฝึกสอน วิทยาศาสตร์การกีฬา อุปกรณ์แข่งขัน ไปจนถึงการดูแลนักกีฬาอาชีพอย่างเป็นระบบ

สมาคมกีฬาวอนรัฐบาลอย่าโฟกัสผิดจุด

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับงบประมาณของสมาคมกีฬาต่าง ๆ โดยรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาและยืนยันว่า ในปี 2570 จะพยายามจัดสรรงบประมาณให้ทุกสมาคมได้รับเงินไม่น้อยกว่าปี 2568

นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันว่าจะยังไม่นำระบบตัดเกรดสมาคมกีฬา หรือการแบ่งเป็นเกรด A B C D มาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณางบประมาณในปีหน้า ข่าวดังกล่าวช่วยสร้างความสบายใจให้สมาคมกีฬา เพราะหลายแห่งกังวลว่าการใช้เกณฑ์เดียวกันกับกีฬาทุกประเภทอาจไม่สะท้อนข้อจำกัดและธรรมชาติของแต่ละชนิดกีฬา

ทำไมสมาคมกีฬาจึงมองว่ารัฐบาลโฟกัสผิดจุด

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า หลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้จัดการกองทุนฯ ยืนยันว่าทุกสมาคมกีฬาต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่พอใจก็สามารถเลือกไม่รับงบประมาณได้ ท่าทีดังกล่าวทำให้หลายสมาคมเกิดความสับสน เพราะแนวทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูเหมือนยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ มองว่า ประเด็นสำคัญไม่ควรอยู่ที่การจัดเกรดหรือการกำหนดเงื่อนไขจนทำให้สมาคมกีฬาต้องแข่งขันกันเอง แต่ควรตั้งคำถามว่า งบประมาณด้านกีฬาประมาณ 4,000 ล้านบาทถูกนำไปใช้อย่างไร และเหตุใดงบสำหรับกีฬาเป็นเลิศ ซึ่งเป็นภารกิจหลักในการสร้างผลงานระดับนานาชาติ จึงได้รับเพียงประมาณ 1,700 ล้านบาท

  • งบกีฬาเป็นเลิศ: ควรเพียงพอต่อการเก็บตัวและเตรียมทีมตลอดทั้งปี
  • การพัฒนานักกีฬา: ต้องสนับสนุนตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงระดับทีมชาติ
  • วิทยาศาสตร์การกีฬา: ควรมีบุคลากรและเทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพนักกีฬา
  • ความต่อเนื่องของนโยบาย: สมาคมกีฬาควรวางแผนระยะยาวได้โดยไม่ต้องกังวลงบประมาณปีต่อปี

ผลงานนักกีฬาไทยสะท้อนว่าการลงทุนมีความคุ้มค่า

ผลงานจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่านักกีฬาไทยมีศักยภาพและสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างชัดเจน ทัพไทยคว้าได้ 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง ซึ่งไม่ใช่เพียงตัวเลขของความสำเร็จ แต่ยังสะท้อนการทำงานหนักของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และทีมงานเบื้องหลังจำนวนมาก

หนึ่งในผลงานที่สร้างความประทับใจคือ บิว ภูริพล บุญสอน ที่คว้า 2 เหรียญทอง พร้อมสร้างสถิติใหม่ และได้รับการยกย่องให้เป็นนักกีฬายอดเยี่ยม หรือ MVP คนแรกในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์ ขณะที่สมาคมกรีฑาฯ ก็มีผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าการวางระบบฝึกซ้อมและการสนับสนุนที่เหมาะสมสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ระดับนานาชาติได้

ด้านแบดมินตัน วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญทองประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้นักกีฬาไทยยังไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการนี้มาก่อน นอกจากนี้ ทีมขี่ม้าประเภทอีเวนติ้งชายยังคว้าเหรียญทองได้เช่นกัน ขณะที่กีฬาหลายประเภท แม้ไม่ได้เหรียญรางวัล แต่ก็สร้างสถิติและผลงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

งบประมาณที่ดีควรสร้างโอกาสให้กีฬาทุกประเภท

การสนับสนุนกีฬาไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนเหรียญรางวัลเท่านั้น เพราะกีฬาบางชนิดอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างนักกีฬาให้ก้าวสู่ระดับโลก หากใช้งบประมาณเป็นตัวชี้วัดระยะสั้น สมาคมที่กำลังวางรากฐานอาจเสียโอกาสในการพัฒนา และทำให้ประเทศไทยขาดความหลากหลายทางกีฬาในอนาคต

แนวทางที่เหมาะสมควรเปิดโอกาสให้แต่ละสมาคมนำเสนอแผนงานตามบริบทของตนเอง พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เช่น พัฒนาการของนักกีฬา จำนวนผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรม ระบบเยาวชน ผลงานในรายการนานาชาติ และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ วิธีนี้จะช่วยให้การจัดสรรเงินมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้สมาคมต้องกังวลกับการถูกตัดสินจากตัวเลขเพียงด้านเดียว

สำหรับประเด็น สมาคมกีฬาวอนรัฐบาลอย่าโฟกัสผิดจุด จึงไม่ใช่การเรียกร้องงบประมาณโดยปราศจากเหตุผล แต่เป็นการขอให้ทุกฝ่ายกลับมาพิจารณาเป้าหมายของการลงทุนด้านกีฬาอย่างรอบด้าน เงินที่สนับสนุนอย่างเหมาะสมสามารถสร้างทั้งชื่อเสียง ความภาคภูมิใจ สุขภาพของประชาชน และโอกาสทางอาชีพให้คนรุ่นใหม่

ทางออกที่วงการกีฬาไทยต้องการ

รัฐบาลควรเปิดเวทีหารือร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคฯ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และสมาคมกีฬาทุกประเภท เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และงบประมาณให้ตรงกัน การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยลดความสับสน และทำให้แต่ละสมาคมสามารถวางแผนเตรียมนักกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน สมาคมกีฬาก็ควรแสดงแผนการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส รายงานผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และพัฒนาระบบบริหารจัดการให้เป็นมาตรฐาน หากทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันโดยยึดผลประโยชน์ของนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง การเพิ่มงบประมาณจะไม่ใช่เพียงการใช้เงินมากขึ้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน

ท้ายที่สุด ประเด็น สมาคมกีฬาวอนรัฐบาลอย่าโฟกัสผิดจุด ควรถูกมองเป็นโอกาสในการปรับระบบกีฬาไทยให้ดีขึ้น รัฐบาลควรสนับสนุนกีฬาเป็นเลิศอย่างจริงจัง ขณะที่สมาคมต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าและความโปร่งใส เมื่อทั้งสองฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน นักกีฬาไทยจะมีโอกาสสร้างผลงานใหม่ ๆ และพาประเทศไทยก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคง

ร่วมติดตามและสนับสนุนวงการกีฬาไทย พร้อมส่งเสียงให้เกิดการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม เพราะทุกเหรียญรางวัลเริ่มต้นจากโอกาสและการสนับสนุนที่เพียงพอ

ที่มา – “สมาคมกีฬา” วอน “รัฐบาล” อย่าโฟกัสผิดจุด ชี้ “กีฬาเป็นเลิศ” สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่กลับได้งบน้อยเกินไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *