สีหศักดิ์ซัดปรัก สุคน บิดเบือนตีความ
ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาแสดงความเห็นต่อถ้อยแถลงของนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา โดยระบุว่าอีกฝ่ายเลือกหยิบยกเฉพาะบางประเด็นจากการประชุมมาตีความในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
สาระสำคัญของข่าวนี้อยู่ที่กระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเฮก ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นประเด็นเขตแดนทางทะเล ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องเขตแดนทางบก หรือปัญหาที่เกิดจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนแต่อย่างใด
สีหศักดิ์ซัดปรัก สุคน บิดเบือนตีความ ประเด็นประชุมเฮก
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาแถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา หรือ TVK ไม่ตรงกับบรรยากาศและเนื้อหาที่มีการพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการประนอม โดยฝ่ายกัมพูชาได้นำบางประเด็นไปขยายความและตีความในลักษณะที่ดูเหมือนจะสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายตนเอง
จุดที่ไทยต้องการย้ำอย่างชัดเจนคือ การประชุมที่กรุงเฮกมีกรอบการหารือเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเล ดังนั้นจึงไม่ควรนำเรื่องชายแดนทางบก เหตุการณ์ปะทะ หรือปัญหาชาวกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเข้ามาผูกโยงกับกระบวนการดังกล่าว เพราะอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการประชุม
สีหศักดิ์ซัดปรัก สุคน บิดเบือนตีความ กระทบความไว้ใจ
ในมุมของฝ่ายไทย มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจถือเป็นแนวทางที่มีประโยชน์และควรสนับสนุน แต่การสื่อสารของแต่ละฝ่ายจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเข้าใจร่วมกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำข้อมูลเพียงบางส่วนไปนำเสนอโดยไม่อธิบายบริบททั้งหมด ก็อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน และทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยิ่งเปราะบางขึ้น
นายสีหศักดิ์ยังแสดงความไม่เข้าใจว่า เหตุใดกัมพูชาจึงเลือกหยิบเฉพาะบางเรื่องที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ทั้งที่การประชุมมีหลายประเด็นซึ่งถือเป็นความคืบหน้าและเป็นแนวทางสร้างสรรค์ การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวจึงอาจไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาดีขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับความไว้วางใจระหว่างกันในระยะยาว
กรอบ UNCLOS กับสิ่งที่ไทยต้องการชี้แจง
UNCLOS เป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ และการจัดการพื้นที่ทางทะเลของรัฐต่าง ๆ การที่ไทยและกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการประนอมภายใต้กรอบนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นทางทะเลโดยเฉพาะ การแยกประเด็นให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยลดโอกาสที่เรื่องทางการเมืองหรือเหตุการณ์บริเวณชายแดนทางบกจะเข้ามาทำให้การหารือซับซ้อนขึ้น
ฝ่ายไทยยืนยันว่า แม้การประชุมที่กรุงเฮกจะไม่มีการพูดถึงเขตแดนทางบก แต่ไทยยังคงพยายามเดินหน้าความร่วมมือในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศ ตัวอย่างเช่น การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ไทยจึงส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมการประชุมที่กัมพูชาจัดขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังสามารถทำงานร่วมกันได้ในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
- การประชุมภายใต้ UNCLOS เน้นเรื่องเขตแดนทางทะเล
- การหารือครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมเขตแดนทางบกหรือเหตุปะทะชายแดน
- ไทยสนับสนุนมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศ
- ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงตามข้อเท็จจริง
- ความร่วมมือด้านการปราบปรามสแกมเมอร์ยังเป็นประโยชน์ร่วมกัน
ไทยเลือกแยกความร่วมมือออกจากข้อขัดแย้ง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ไทยพยายามแยกการประชุมระหว่างประเทศออกจากการประชุมทวิภาคี รวมถึงแยกความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงออกจากปัญหาที่มีอยู่ระหว่างกัน แนวทางนี้สะท้อนว่า แม้ทั้งสองประเทศจะมีประเด็นที่เห็นต่าง แต่ก็ยังสามารถร่วมมือกันในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้
กรณีการแต่งตั้งกงสุลใหญ่ของกัมพูชาประจำจังหวัดสระแก้วก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ไทยมองว่าเกี่ยวข้องกับการดูแลประชาชนชาวกัมพูชาในประเทศไทย ไทยจึงไม่ได้คัดค้านเรื่องดังกล่าว และพร้อมพิจารณาความร่วมมือโดยแยกออกจากข้อพิพาทด้านอื่น การดำเนินการเช่นนี้อาจช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี และเป็นพื้นฐานให้การพูดคุยในอนาคตมีโอกาสเดินหน้าได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะข้อตกลงที่กำหนดให้คณะกรรมาธิการประนอมออกแถลงการณ์เกี่ยวกับผลการประชุมก่อน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกแถลงการณ์ก่อน ก็อาจถูกมองว่าเป็นการพยายามชิงความได้เปรียบทางการสื่อสาร และทำให้เกิดคำถามต่อความจริงใจในกระบวนการประนอม
การสื่อสารที่รอบคอบช่วยลดความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ไทยได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการประนอมเพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อแนวทางการสื่อสารของกัมพูชาแล้ว เพราะมีข้อตกลงว่าการให้สัมภาษณ์หรือการนำเสนอข้อมูลในเวทีต่าง ๆ ไม่ควรทำให้สถานการณ์แย่ลง และไม่ควรเพิ่มประเด็นความขัดแย้งที่มีอยู่
สำหรับประชาชน การติดตามข่าวลักษณะนี้ควรพิจารณาข้อมูลจากหลายด้าน ไม่ควรตัดสินจากถ้อยแถลงเพียงส่วนเดียว การทำความเข้าใจกรอบของการประชุมว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใด และมีเรื่องใดอยู่นอกเหนือกรอบ จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยลดการส่งต่อข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
โดยสรุป ประเด็นที่สีหศักดิ์ออกมาชี้แจงสะท้อนความพยายามของฝ่ายไทยในการยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประชุมที่กรุงเฮก ขณะเดียวกัน ไทยยังส่งสัญญาณว่าพร้อมร่วมมือกับกัมพูชาในเรื่องที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน การรักษาความสัมพันธ์จึงอาจต้องอาศัยทั้งความชัดเจนในการสื่อสาร การเคารพข้อตกลง และการแยกข้อขัดแย้งออกจากความร่วมมือที่จำเป็นต่อประชาชน
มุมมองที่น่าติดตาม: ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาจะเดินหน้าต่อได้ดีเพียงใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงและการสื่อสารอย่างรับผิดชอบของทั้งสองประเทศ หากทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริงและลดการตีความที่เกินกรอบการประชุม ก็มีโอกาสช่วยฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจได้ในอนาคต
ที่มา – ‘สีหศักดิ์’ ซัด‘ปรัก สุคน’ บิดเบือนตีความเข้าข้างตัวเอง