‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. เร่งตรวจสอบล็อกสเปคในการจัดซื้อครุภัณฑ์

ประเด็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการกำลังได้รับความสนใจ หลังจาก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะข้อสังเกตเรื่องการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ล็อกสเปค” เพื่อให้การใช้งบประมาณด้านการศึกษาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม

‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. เร่งตรวจสอบล็อกสเปคในการจัดซื้อครุภัณฑ์ หลังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2570 ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ไม่ได้พบเฉพาะในเอกสารประกวดราคา หรือทีโออาร์ (TOR) เท่านั้น ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้เกิดคำถามว่า เงื่อนไขที่กำหนดไว้นั้นเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายรายสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้จริงหรือไม่

‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. เร่งตรวจสอบล็อกสเปคในการจัดซื้อครุภัณฑ์

นพ.วรงค์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะรายการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะไว้ในเอกสารของสำนักงบประมาณตั้งแต่ต้น หากรายละเอียดดังกล่าวมีความเฉพาะเจาะจงมากเกินไป อาจทำให้บริษัทบางรายมีความได้เปรียบ และอาจจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเสนอราคา ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการแข่งขันที่เป็นธรรม

นอกจากข้อสังเกตด้านเอกสารแล้ว ยังมีบุคลากรในแวดวงการศึกษาร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จึงมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนงบประมาณ การจัดทำคุณลักษณะเฉพาะ การร่างทีโออาร์ การประกาศเชิญชวน ไปจนถึงการพิจารณาผลการเสนอราคาและการส่งมอบครุภัณฑ์

เหตุผลที่ต้องตรวจสอบการล็อกสเปคอย่างโปร่งใส

การกำหนดคุณลักษณะของครุภัณฑ์เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อจำนวนผู้เสนอราคาและราคาที่หน่วยงานจะได้รับ หากกำหนดรายละเอียดโดยอ้างอิงความต้องการใช้งานอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบการหลายรายจะสามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ ทำให้ภาครัฐมีโอกาสได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเหมาะสมกับการใช้งานของโรงเรียนหรือสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม หากคุณลักษณะเฉพาะมีรายละเอียดที่เจาะจงจนเกินความจำเป็น หรือมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับสินค้าเพียงบางยี่ห้อหรือบางบริษัท อาจทำให้การแข่งขันลดลง สุดท้ายหน่วยงานอาจต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นโดยมีทางเลือกจำกัด ดังนั้น การตรวจสอบจึงควรพิจารณาทั้งเหตุผลทางวิชาการ ความจำเป็นในการใช้งาน ราคากลาง และข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

  • ตรวจสอบว่าคุณลักษณะเฉพาะสอดคล้องกับความจำเป็นของสถานศึกษาหรือไม่
  • เปรียบเทียบว่ามีผู้ประกอบการสามารถเสนอสินค้าได้หลายรายหรือไม่
  • พิจารณาความเหมาะสมของราคากลางและงบประมาณที่ตั้งไว้
  • เปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างให้ตรวจสอบได้
  • รับฟังข้อร้องเรียนจากครู บุคลากร และผู้ประกอบการอย่างเป็นธรรม

ศธ. ควรเดินหน้าตรวจสอบในทุกขั้นตอน

ข้อเรียกร้องของ นพ.วรงค์ คือการขอให้กระทรวงศึกษาธิการและฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแล ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาว่าผู้บริหารหรือฝ่ายการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด การสื่อสารเช่นนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยแยกประเด็นระหว่างการตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสียหายกับการชี้ว่าบุคคลใดมีความผิดก่อนที่กระบวนการจะเสร็จสิ้น

ในมุมของสาธารณะ การตรวจสอบที่ดีควรมีข้อมูลประกอบอย่างชัดเจน เช่น รายละเอียดโครงการ เหตุผลของการกำหนดสเปค รายชื่อผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผลการพิจารณา และราคาที่จัดซื้อจริง หากพบว่าเงื่อนไขบางอย่างไม่เหมาะสม หน่วยงานก็ควรทบทวนหรือแก้ไขก่อนเดินหน้าขั้นตอนต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาภายหลัง

งบประมาณด้านการศึกษาเป็นเงินที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเยาวชน นักเรียนอาชีวศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ทุกบาทจึงควรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การทำให้กระบวนการจัดซื้อครุภัณฑ์โปร่งใสไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านทุจริต แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนทั่วไป

ท้ายที่สุด ประเด็น ‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. เร่งตรวจสอบล็อกสเปคในการจัดซื้อครุภัณฑ์ ควรนำไปสู่การตรวจสอบที่เป็นระบบ เปิดเผย และมีคำตอบต่อสังคม หากทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบด้วยข้อมูลและยึดหลักประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ก็จะช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างด้านการศึกษามีประสิทธิภาพและได้รับความไว้วางใจมากขึ้น

ที่มา – ‘หมอวรงค์’ จี้ ศธ. เร่งตรวจสอบล็อกสเปคในการจัดซื้อครุภัณฑ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *