‘เทพไท’ ชี้ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกัน

ประเด็นการตรวจสอบคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ยังคงได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังมีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เตรียมสอบสวนเพิ่มเติมในบางสำนวนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม คณะก้าวหน้า และกลุ่ม สว.อิสระ ขณะเดียวกัน กกต. ได้มีมติสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. สีน้ำเงินจำนวน 77 ราย จึงเกิดคำถามสำคัญว่า การตรวจสอบคดีของแต่ละกลุ่มจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันหรือไม่

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า กกต. ควรดำเนินการกับทุกกลุ่มอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพราะคดีที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการจัดการลงคะแนนควรพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากสีของกลุ่มการเมืองหรือความเห็นทางการเมืองของผู้ถูกกล่าวหา

ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกัน

สาระสำคัญของข้อเรียกร้องคือ ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกัน หาก กกต. ใช้หลักฐานบางประเภทในการตรวจสอบกลุ่มหนึ่ง ก็ควรนำหลักเกณฑ์เดียวกันไปพิจารณาอีกกลุ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเลี้ยง การจ่ายเงิน การติดต่อทางโทรศัพท์ การเช่าที่พัก ค่าเดินทาง หรือการมีโพยสำหรับลงคะแนน การใช้มาตรฐานเดียวกันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า กระบวนการตรวจสอบมีความเป็นกลางและไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

นายเทพไทมองว่า หากพบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี กกต. ก็ควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยนานเกินไป แต่หากหลักฐานยังไม่ครบถ้วน ก็ควรชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ การสื่อสารที่โปร่งใสจะช่วยลดความสับสนและป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้สองมาตรฐานในการดำเนินคดี

ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกันจากพยานหลักฐาน

ในมุมมองของนายเทพไท การพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายฮั้ว สว. จำเป็นต้องดูองค์ประกอบหลายด้านประกอบกัน ไม่ควรตัดสินจากการพบปะหรือการประชุมเพียงอย่างเดียว เพราะการรวมตัวเพื่อทำความรู้จัก แนะนำตัว หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาจยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ามีการสมคบกันลงคะแนน

องค์ประกอบที่ควรตรวจสอบมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

  • ศูนย์อำนวยการและการวางแผน: ต้องตรวจสอบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มใดทำหน้าที่กำหนดแผน ออกแบบวิธีการลงคะแนน จัดทำโปรแกรม หรือวางระบบเพื่อควบคุมผลการเลือกตั้งหรือไม่
  • เส้นทางการเงิน: ควรตรวจสอบการโอนเงิน การจ่ายค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเชื่อมโยงผู้สมัครและผู้สนับสนุน
  • เครือข่ายผู้ปฏิบัติการ: ต้องพิจารณาว่ามีการจัดตั้งเครือข่ายในระดับภาค จังหวัด และอำเภอ เพื่อรวบรวมผู้สมัครหรือโหวตเตอร์ให้ลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่
  • หลักฐานการสั่งการ: การมีโพย รายชื่อเป้าหมาย ข้อความสนทนา การโทรศัพท์ หรือเอกสารที่แสดงถึงการกำหนดคะแนน ล้วนเป็นข้อมูลที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา

ข้อกล่าวหายังระบุถึงความเป็นไปได้ว่าขบวนการฮั้วอาจต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อว่าจ้างหรือสนับสนุนผู้สมัครที่ทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาทต่อคน หากมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ย่อมทำให้มูลค่ารวมของเงินทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การตรวจสอบบัญชีธนาคาร เส้นทางธุรกรรม และความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลจึงมีความสำคัญอย่างมาก

นอกจากเรื่องเงินแล้ว โครงสร้างเครือข่ายก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม หากมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องมีผู้ประสานงานในหลายพื้นที่ เพื่อจัดหาผู้สมัครและกำหนดแนวทางการลงคะแนน การตรวจสอบจึงควรพิจารณาทั้งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ลำดับการติดต่อ และรูปแบบการลงคะแนนที่ผิดปกติประกอบกัน

อย่างไรก็ตาม การจัดสถานที่ประชุมหรือการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเกิดการฮั้ว หากไม่มีเส้นทางการเงิน ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน ไม่มีโพยลงคะแนน และไม่มีหลักฐานการสั่งการที่ชัดเจน กกต. ควรแยกแยะระหว่างกิจกรรมทางการเมืองทั่วไปกับการกระทำที่มุ่งบิดเบือนกระบวนการเลือกตั้งอย่างรอบคอบ

ประเด็นที่สังคมต้องการเห็นมากที่สุดคือความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะหากผู้ถูกกล่าวหากลุ่มหนึ่งถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่อีกกลุ่มได้รับการผ่อนปรน ย่อมทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของ กกต. การยืนยันว่า ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกัน จึงไม่ใช่เพียงคำเรียกร้องทางการเมือง แต่เป็นหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมและการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ การที่คดีล่วงเลยมานานกว่า 2 ปี ยิ่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว แต่ความรวดเร็วต้องดำเนินควบคู่กับความรอบคอบ ทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการกล่าวหากันโดยไม่มีหลักฐาน และไม่ควรใช้วิธีซัดทอดเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง หากพบความผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากไม่พบหลักฐานเพียงพอ ก็ควรประกาศผลอย่างโปร่งใสเพื่อยุติความคลุมเครือ

ท้ายที่สุด ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาหลักฐานมากกว่าความรู้สึกหรือความชอบทางการเมือง ส่วน กกต. ควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าผู้ถูกตรวจสอบจะอยู่ฝ่ายสีส้ม สีน้ำเงิน หรือกลุ่มใด ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน นี่คือแนวทางที่จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งในระยะยาว

มุมมองส่งท้าย: การพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางสำคัญกว่าการเอาชนะทางการเมือง หากหลักฐานชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากยังไม่เพียงพอ ทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและรอผลการตรวจสอบอย่างมีเหตุผล

ที่มา – ‘เทพไท’ ดักคอ กกต. ฮั้ว สว.ส้ม-น้ำเงินต้องมาตรฐานเดียวกันอย่า 2 มาตรฐาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *