“เพื่อไทย” เสี่ยงฟุบหรือฟื้น? สถานการณ์ร้อนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดใจของ “นายใหญ่ทักษิณ” เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า “พรรคเพื่อไทย” จะล้มหรือรอฟื้นบนเวทีการเมืองไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง.

แนวทางทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือว่าน่าติดตามเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง นายกฯ ท่ามกลางอภิวัฒน์คลิปเสียง “อังเคิล-หลาน” ที่สร้างความขัดแย้งมหาศาล

“เพื่อไทย” เสี่ยงฟุบหรือฟื้น?

ขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่สั่นคลอน คนในพรรครวมถึง สส.จำนวนมากเริ่มออกมาสนับสนุน “นายใหญ่” เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า “การเผชิญหน้ากับชะตากรรมของทักษิณในวันนี้คือหลักศิลาค้ำยันพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางพายุใหญ่ทางการเมืองให้กลับมาตั้งหลักยืน” การกระทำนี้แสดงถึงความมั่นคงในแนวร่วมของพรรค

การกลับมารับโทษของ “ทักษิณ”

ทักษิณ ชินวัตร ก่อนเข้าเรือนจำ ได้โพสต์ข้อความสะเทือนใจว่าเดินทางทางนี้เพื่อให้ลูกพรรค และผู้สนับสนุนได้ก้าวต่อไป แม้จะเสียอิสรภาพ แต่เขายังเน้นย้ำว่าจะอุทิศตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ผู้ติดตามรู้สึกเชื่อมั่นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มุมมองในการเมืองมองว่า การเข้าคุกของ ทักษิณ อาจเป็นแผนรอดที่ประเมินแล้วว่า “ดีลใหญ่” หากไม่ยอมกลับมารับโทษ อาจไม่มีวันกลับประเทศไทยอีกเลย ยังช่วยลดแรงกดดันจากคดีต่างๆ ที่วังวน อิ๊งค์ และในขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้น้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กลับโฮมโปรตุเกสได้ในอนาคต

ทว่า หากมองให้ลึกมากกว่านั้น การตัดสินจำคุกยังไม่ใช่จุดจบของประเด็น เพราะทักษิณยังมีคดีหนักอีก 2 ประเด็น ได้แก่ ข้อหาที่ ป.ป.ช.ยื่นเข้ามาเคลียร์ข้าราชการที่ให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ และ มาตรา 112 ที่อยู่ระหว่างรอการตัดสินจากอัยการ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ล้วนเป็นระเบิดเวลาที่อาจก่อให้เกิดคลื่นภัยพิบัติเพิ่มเติมได้

พรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน

ด้านสุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านการเมืองและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มองว่าการกลับมารับโทษของทักษิณถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพื่อทำให้ สส.ของพรรคเพื่อไทยยังไม่หนีพรรค เพราะตราบใดที่ “นายใหญ่”ยังอยู่ นั่นหมายความว่า “น้ำเลี้ยง” ยังไม่ขาด และ สส.กว่าครึ่งยังเลือกฝากอนาคตไว้กับเพื่อไทย

คำถามที่มักเกิดขึ้นมากคือ “เพื่อไทย” เสี่ยงฟุบหรือฟื้น? ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สนามเลือกตั้งซ่อมจ.ศรีสะเกษที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้สามารถบอกได้ว่าเป็นสนามแสดง “ศรัทธาของประชาชน” อย่างแท้จริง พื้นที่ดังกล่าวคือเขตชายแดนไทย-กัมพูชาที่เคยช็อตจากเหตุการณ์คลิปเสียง หากพรรคสามารถรักษาที่มั่นได้ ก็แสดงว่า “เพื่อไทย” ยังสามารถอยู่รอดได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคเพื่อไทยยังไม่มีแคนดิเดตนายกฯที่ชัดเจนมากพอ โดยเฉพาะ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ได้ปฏิเสธชัดเจนว่าจะไม่นำทัพเพื่อไทยในสนามเลือกตั้ง และแม้ว่ากกต.จะยืนยันว่ายังดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ แต่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นได้อีก

สรุปได้ว่า สถานการณ์ร้อนครั้งนี้คือ “เพื่อไทย” เสี่ยงฟุบหรือฟื้น? หากสามารถรักษาฐานเสียงหลักเอาไว้อย่างหนาแน่น และนำประวัติศาสตร์ “การเสียสละ” ที่เกิดขึ้นจากศิลาอุทิศตนของแชมป์ใหญ่มาใช้ได้จริง “เพื่อไทย” ยังมีโอกาสกลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนในการเมืองไทยอีกครั้ง แต่หากเสียทุกอย่างไปจริง ๆ พรรคสีแดงอาจต้องเผชิญการ “ร่วงโรย” ในอนาคต

สถานการณ์ร้อนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดใจของ “นายใหญ่ทักษิณ” เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า “พรรคเพื่อไทย” จะล้มหรือรอฟื้นบนเวทีการเมืองไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง.

หากคุณเป็นผู้ติดตามพลวัตของการเมืองไทย อย่าลืมตาม dõiสถานการณ์เลือกตั้งซ่อมจ.ศรีสะเกษ เพราะมันอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่รายงานมาว่า

ที่มา – “เพื่อไทย” เสี่ยงฟุบหรือฟื้น?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *